
เจอร์เกน คล็อปป์ ชายผู้ปลุกยักษ์หลับอย่างลิเวอร์พูล ให้กลับมาเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก / By When Saturday Comes
ในโลกธุรกิจ หลายองค์กรเคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสำเร็จในอดีตไม่ได้รับประกันความสำเร็จในอนาคต
หลายบริษัทเคยเป็นผู้นำตลาด ก่อนจะถูกคู่แข่งแซงหน้า
สโมสรฟุตบอลก็ไม่ต่างกัน
ลิเวอร์พูล คือหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ
แต่ก่อนปี 2015 ลิเวอร์พูลไม่ได้สัมผัสแชมป์ลีกสูงสุดมานานถึง 25 ปี และเริ่มถูกมองว่าเป็น "ยักษ์ใหญ่ในอดีต"
จนกระทั่งชายชาวเยอรมันคนหนึ่งเดินเข้ามา ชื่อของเขาคือ เจอร์เกน คล็อปป์
และตลอดระยะเวลาเกือบ 9 ปี เขาไม่ได้แค่พาทีมกลับมาคว้าแชมป์
แต่เปลี่ยนลิเวอร์พูลให้กลายเป็นหนึ่งในทีมฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลกอีกครั้ง..
เมื่อคล็อปป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2015
ลิเวอร์พูลจบอันดับ 6 และ 7 สลับกันในหลายฤดูกาลก่อนหน้า
ขณะที่คู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เม็ดเงินมหาศาลไล่ล่าความสำเร็จ
หลายคนมองว่า ลิเวอร์พูลกำลังสูญเสียสถานะสโมสรชั้นนำของยุโรปไปเรื่อย ๆ
แต่คล็อปป์ มีแนวคิดที่ต่างออกไป
เขาไม่ได้พูดถึงแชมป์เป็นอันดับแรก
แต่พูดถึงการสร้างทีม วัฒนธรรม และความเชื่อร่วมกัน..
หนึ่งในสิ่งที่คล็อปป์ นำเข้ามาคือสไตล์การเล่นที่เรียกว่า
"Gegenpressing" หรือการไล่บีบแย่งบอลกลับคืนทันทีหลังเสียการครองบอล
แนวคิดนี้ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่เล่นด้วยพลังงานสูง ความเข้มข้นสูง และสร้างแรงกดดันให้คู่แข่งตลอด 90 นาที
อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ไม่ได้ประสบความสำเร็จทันที
ฤดูกาลแรก เขาพาทีมจบอันดับ 8 ของพรีเมียร์ลีก
ฤดูกาลต่อมา จบอันดับ 4
ฤดูกาล 2017/18 จบอันดับ 4 อีกครั้ง
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ลิเวอร์พูลเริ่มสร้างรากฐานของตัวเองขึ้นมาแล้ว
รวมไปถึงการลงทุนที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สโมสร
เพราะคล็อปป์และทีมงานดึงตัวนักเตะอย่าง
-โมฮาเหม็ด ซาลาห์
-ซาดิโอ มาเน
-อาลีสซง เบ็คเกอร์
-เฟอร์จิล ฟาน ไดค์
-แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
เข้ามาเสริมทีม
หลายคนไม่ได้เป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ในวันที่ย้ายมา
แต่ภายใต้ระบบของคล็อปป์ พวกเขากลายเป็นผู้เล่นระดับโลก
โดยเฉพาะฟาน ไดค์และอาลีสซงที่เข้ามาแก้ปัญหาเกมรับของทีมอย่างชัดเจน..
ฤดูกาล 2018/19 ลิเวอร์พูลเก็บได้ถึง 97 คะแนนในพรีเมียร์ลีก
ซึ่งมากกว่าผลงานแชมป์พรีเมียร์ลีกของหลายสโมสรในอดีต
แต่กลับจบเพียงอันดับ 2 เพราะแมนเชสเตอร์ ซิตีเก็บได้ 98 คะแนน
แม้พลาดแชมป์ลีก
แต่ฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ UEFA Champions League สมัยที่ 6 ของสโมสรได้สำเร็จ
หลังเอาชนะทอตแนม ฮอตสเปอร์ 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ
และในปีถัดมาหรือฤดูกาล 2019/20
คล็อปป์พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี พร้อมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในยุคพรีเมียร์ลีกด้วย
ตลอดช่วงเวลาระหว่างปี 2015-2024
คล็อปป์คุมลิเวอร์พูลทั้งหมด
-491 นัด
-ชนะ 305 นัด
-เสมอ 99 นัด
-แพ้ 87 นัด
อัตราชนะ 62.1%
คว้าแชมป์รวม 7 รายการ ได้แก่
-พรีเมียร์ลีก 1 สมัย
-ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย
-เอฟเอ คัพ 1 สมัย
-ลีกคัพ 2 สมัย
-ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย
-ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย
จากอันดับ 8 ในฤดูกาลแรก สู่แชมป์ยุโรปและแชมป์ลีกในเวลาไม่ถึง 5 ปี
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความสำเร็จของคล็อปป์ ได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่คล็อปป์สร้าง อาจมีค่ามากกว่าถ้วยแชมป์
เขาค่อยๆ เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร
สร้างความเชื่อร่วมกัน
และสร้างระบบที่ทำให้องค์กรแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
ในยุคของเขา ลิเวอร์พูลกลับมามีสถานะเป็นแบรนด์กีฬาระดับโลกอีกครั้ง
แฟนบอลทั่วโลกกลับมาภาคภูมิใจและสโมสรกลับมาถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก..
มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจดจำ เจอร์เกน คล็อปป์ ในฐานะผู้จัดการทีมที่พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี
แต่หากมองลึกกว่านั้น สิ่งที่คล็อปป์ทำไม่ใช่แค่การคว้าถ้วยรางวัล
แต่คือการเปลี่ยนองค์กรที่กำลังตามหลังคู่แข่ง ให้กลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง
เพราะสุดท้ายแล้วความสำเร็จที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการใช้เงินมากที่สุด
แต่เกิดจากการมีผู้นำที่สามารถสร้างคน สร้างวัฒนธรรม และทำให้ทุกคนเชื่อในเป้าหมายเดียวกัน
และนั่นคือสิ่งที่ เจอร์เกน คล็อปป์ ทิ้งไว้ให้กับลิเวอร์พูลมากกว่าถ้วยแชมป์ทั้ง 7 ใบเสียอีก..
ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr
Reference:
-
https://en.wikipedia.org/wiki/J%C3%BCrgen_คล็อปป์
-
https://www.liverpoolfc.com/team/first-team/manager
-
https://www.uefa.com/uefachampionsleague/history/seasons/2019/
-
https://www.premierleague.com/clubs/10/Liverpool/overview
-
https://www.transfermarkt.com/jurgen-คล็อปป์/profil/trainer/118
-
https://www.lfchistory.net/Managers/Manager/Profile/36
-Photo Credit:learning.coachesvoice.
เจอร์เกน คล็อปป์ ชายผู้ปลุกยักษ์หลับอย่างลิเวอร์พูล ให้กลับมาเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก
เจอร์เกน คล็อปป์ ชายผู้ปลุกยักษ์หลับอย่างลิเวอร์พูล ให้กลับมาเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก / By When Saturday Comes
ในโลกธุรกิจ หลายองค์กรเคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสำเร็จในอดีตไม่ได้รับประกันความสำเร็จในอนาคต
หลายบริษัทเคยเป็นผู้นำตลาด ก่อนจะถูกคู่แข่งแซงหน้า
สโมสรฟุตบอลก็ไม่ต่างกัน
ลิเวอร์พูล คือหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ
แต่ก่อนปี 2015 ลิเวอร์พูลไม่ได้สัมผัสแชมป์ลีกสูงสุดมานานถึง 25 ปี และเริ่มถูกมองว่าเป็น "ยักษ์ใหญ่ในอดีต"
จนกระทั่งชายชาวเยอรมันคนหนึ่งเดินเข้ามา ชื่อของเขาคือ เจอร์เกน คล็อปป์
และตลอดระยะเวลาเกือบ 9 ปี เขาไม่ได้แค่พาทีมกลับมาคว้าแชมป์
แต่เปลี่ยนลิเวอร์พูลให้กลายเป็นหนึ่งในทีมฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลกอีกครั้ง..
เมื่อคล็อปป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2015
ลิเวอร์พูลจบอันดับ 6 และ 7 สลับกันในหลายฤดูกาลก่อนหน้า
ขณะที่คู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เม็ดเงินมหาศาลไล่ล่าความสำเร็จ
หลายคนมองว่า ลิเวอร์พูลกำลังสูญเสียสถานะสโมสรชั้นนำของยุโรปไปเรื่อย ๆ
แต่คล็อปป์ มีแนวคิดที่ต่างออกไป
เขาไม่ได้พูดถึงแชมป์เป็นอันดับแรก
แต่พูดถึงการสร้างทีม วัฒนธรรม และความเชื่อร่วมกัน..
หนึ่งในสิ่งที่คล็อปป์ นำเข้ามาคือสไตล์การเล่นที่เรียกว่า
"Gegenpressing" หรือการไล่บีบแย่งบอลกลับคืนทันทีหลังเสียการครองบอล
แนวคิดนี้ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่เล่นด้วยพลังงานสูง ความเข้มข้นสูง และสร้างแรงกดดันให้คู่แข่งตลอด 90 นาที
อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ไม่ได้ประสบความสำเร็จทันที
ฤดูกาลแรก เขาพาทีมจบอันดับ 8 ของพรีเมียร์ลีก
ฤดูกาลต่อมา จบอันดับ 4
ฤดูกาล 2017/18 จบอันดับ 4 อีกครั้ง
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ลิเวอร์พูลเริ่มสร้างรากฐานของตัวเองขึ้นมาแล้ว
รวมไปถึงการลงทุนที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สโมสร
เพราะคล็อปป์และทีมงานดึงตัวนักเตะอย่าง
-โมฮาเหม็ด ซาลาห์
-ซาดิโอ มาเน
-อาลีสซง เบ็คเกอร์
-เฟอร์จิล ฟาน ไดค์
-แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
เข้ามาเสริมทีม
หลายคนไม่ได้เป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ในวันที่ย้ายมา
แต่ภายใต้ระบบของคล็อปป์ พวกเขากลายเป็นผู้เล่นระดับโลก
โดยเฉพาะฟาน ไดค์และอาลีสซงที่เข้ามาแก้ปัญหาเกมรับของทีมอย่างชัดเจน..
ฤดูกาล 2018/19 ลิเวอร์พูลเก็บได้ถึง 97 คะแนนในพรีเมียร์ลีก
ซึ่งมากกว่าผลงานแชมป์พรีเมียร์ลีกของหลายสโมสรในอดีต
แต่กลับจบเพียงอันดับ 2 เพราะแมนเชสเตอร์ ซิตีเก็บได้ 98 คะแนน
แม้พลาดแชมป์ลีก
แต่ฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ UEFA Champions League สมัยที่ 6 ของสโมสรได้สำเร็จ
หลังเอาชนะทอตแนม ฮอตสเปอร์ 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ
และในปีถัดมาหรือฤดูกาล 2019/20
คล็อปป์พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี พร้อมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในยุคพรีเมียร์ลีกด้วย
ตลอดช่วงเวลาระหว่างปี 2015-2024
คล็อปป์คุมลิเวอร์พูลทั้งหมด
-491 นัด
-ชนะ 305 นัด
-เสมอ 99 นัด
-แพ้ 87 นัด
อัตราชนะ 62.1%
คว้าแชมป์รวม 7 รายการ ได้แก่
-พรีเมียร์ลีก 1 สมัย
-ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย
-เอฟเอ คัพ 1 สมัย
-ลีกคัพ 2 สมัย
-ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย
-ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย
จากอันดับ 8 ในฤดูกาลแรก สู่แชมป์ยุโรปและแชมป์ลีกในเวลาไม่ถึง 5 ปี
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความสำเร็จของคล็อปป์ ได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่คล็อปป์สร้าง อาจมีค่ามากกว่าถ้วยแชมป์
เขาค่อยๆ เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร
สร้างความเชื่อร่วมกัน
และสร้างระบบที่ทำให้องค์กรแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
ในยุคของเขา ลิเวอร์พูลกลับมามีสถานะเป็นแบรนด์กีฬาระดับโลกอีกครั้ง
แฟนบอลทั่วโลกกลับมาภาคภูมิใจและสโมสรกลับมาถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก..
มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจดจำ เจอร์เกน คล็อปป์ ในฐานะผู้จัดการทีมที่พาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี
แต่หากมองลึกกว่านั้น สิ่งที่คล็อปป์ทำไม่ใช่แค่การคว้าถ้วยรางวัล
แต่คือการเปลี่ยนองค์กรที่กำลังตามหลังคู่แข่ง ให้กลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง
เพราะสุดท้ายแล้วความสำเร็จที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการใช้เงินมากที่สุด
แต่เกิดจากการมีผู้นำที่สามารถสร้างคน สร้างวัฒนธรรม และทำให้ทุกคนเชื่อในเป้าหมายเดียวกัน
และนั่นคือสิ่งที่ เจอร์เกน คล็อปป์ ทิ้งไว้ให้กับลิเวอร์พูลมากกว่าถ้วยแชมป์ทั้ง 7 ใบเสียอีก..
ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr
Reference:
-https://en.wikipedia.org/wiki/J%C3%BCrgen_คล็อปป์
-https://www.liverpoolfc.com/team/first-team/manager
-https://www.uefa.com/uefachampionsleague/history/seasons/2019/
-https://www.premierleague.com/clubs/10/Liverpool/overview
-https://www.transfermarkt.com/jurgen-คล็อปป์/profil/trainer/118
-https://www.lfchistory.net/Managers/Manager/Profile/36
-Photo Credit:learning.coachesvoice.