ชวนกินปลาเพื่อพิสูจน์ความปลอดภัย? วัดสารปนเปื้อนน่าจะมีประโยชน์กว่า

จากกรณีรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีจัดกิจกรรมชวนกินปลา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าปลาในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษ จขกท คิดว่าการทำแบบนี้ไม่ได้มีประโยชน์ในการพิสูจน์ความปลอดภัยเท่าไรนัก เพราะเรื่องนี้ควรใช้ผลตรวจวัดทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ไม่ใช่ใช้การกินของคนใดคนหนึ่งเป็นเครื่องยืนยัน

อีกประเด็นหนึ่งคือ การเกิดพิษเฉียบพลันจากโลหะหนักในกรณีที่มีการปนเปื้อนระดับต่ำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ร่างกายมนุษย์มีกลไกในการกำจัดหรือจัดการสารบางส่วนได้ หากได้รับสัมผัสเพียงครั้งหรือสองครั้ง (ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณ) แต่ปัญหาที่น่ากังวลกว่าคือการได้รับสารปนเปื้อนซ้ำๆ เป็นเวลานาน 

พูดอีกอย่างคือ กินปลาแล้วไม่เป็นอะไรในวันนี้ ไม่ได้แปลว่ากินปลาจากแหล่งเดิมทุกวันไปอีกหลายปีแล้วจะไม่มีปัญหา

และหากย้อนดูประวัติการเกิดพิษจากอาหารและสิ่งแวดล้อม จะพบข่าวเกี่ยวกับกรณีกินการเมืองที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันอย่างรวดเร็ว มักเกี่ยวข้องกับพิษทางชีวภาพ ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันหลังได้รับสัมผัส

อินเดียเคยมีกรณีคล้ายกันมาแล้ว เช่น

ปี 2022 มุขมนตรีรัฐปัญจาบ ดื่มน้ำจากแม่น้ำเพื่อแสดงความมั่นใจในโครงการฟื้นฟูแม่น้ำ ต่อมาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการปวดท้องรุนแรง https://www.yahoo.com/news/indian-politician-ended-hospital-drinking-114216285.html

ปี 2024 ประธาน BJP ประจำกรุงเดลี ลงไปแช่น้ำในแม่น้ำยมุนา เพื่อแสดงให้เห็นถึงการจัดการมลพิษ ต่อมาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการคันและหายใจผิดปกติ https://indianexpress.com/article/cities/delhi/delhi-bjp-chief-hospitalised-days-after-taking-dip-in-polluted-yamuna-discharged-9640692/



สุดท้าย ความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อมไม่ควรพิสูจน์ด้วยการเอาสุขภาพของใครมาเดิมพัน แต่ควรพิสูจน์ด้วยข้อมูลและการตรวจวัดที่น่าเชื่อถือ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่