ปชน. ร่วมงานรำลึก 20 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ ชี้ ตรวจสอบคดีย้อนหลัง เอาผิดคนก่อรัฐประหาร
https://www.matichon.co.th/politics/news_5956143
.
.
ณัฐพงษ์ ร่วมงานรำลึก 20 ปี “นวมทอง ไพรวัลย์” ชี้ไทยต้องเอาผิดคนก่อรัฐประหาร ตรวจสอบคดีย้อนหลัง ไม่ใช่ลบเลือนประวัติศาสตร์ ยกเหตุกวังจู 1980 ที่เกาหลีใต้เป็นบทเรียน
.
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม ที่บริเวณริมถนนวิภาวดี นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นาย
อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กรุงเทพฯ นาย
เอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กรุงเทพฯ นาง
ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาชน นาย
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนาย
เทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. ร่วมงานรำลึก 2 ทศวรรษ นวมทอง ไพรวัลย์ ที่บริเวณสดมภ์อนุสรณ์ หน้าสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่ง โดยกล่าวถึงคลิปของลุง
นวมทอง ที่เปิดช่วงต้นของงาน ซึ่งลุง
นวมทอง ได้พูดว่า แค่ชีวิตของเขาคนเดียว มันจะสำคัญอะไรไปมากกว่าความเป็นประชาธิปไตยประเทศ ทำให้ตนรู้สึกสะเทือนใจ เพราะสิ่งหนึ่งที่ยึดโยงพวกเราเข้ามาอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าพวกเราจะเป็นรุ่นใดก็ตาม คือเราเรียกร้องสิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเราเอง และคำว่าประชาธิปไตย สิ่งที่ดีกว่าคืออนาคตของลูกหลาน ความต้องการของพวกเราเรียบง่ายมาก เพียงแต่วิธีการต่อสู้ในอดีตและปัจจุบันจะต่างไป ในอดีตการต่อสู้อาจจะมีกระบอก ปืน หรือรถถัง แต่ยุคนี้สมัยนี้อาจจะจำแลงกายเป็นอย่างอื่น อยู่ภายใต้คราบรัฐธรรมนูญปี 2560
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญในการลงประชามติที่ผ่านมาคือ ประชาชน 21 กว่าล้านเสียงได้ตัดสินไปแล้วว่าอยากจะให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นฉันทามติจากประชาชนที่พวกเราต้องร่วมกันต่อสู้และผลักดันต่อ อยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานเก็บความทรงจำนี้ไว้ระลึกถึงการต่อสู้ในอดีต ความทรงจำและความรู้สึกร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเกี่ยวแขนเดินต่อไป
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่าง ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศไทยเคยช่วยในช่วงสงครามเกาหลี ปัจจุบันถือว่าเขามีความเป็นประชาธิปไตยและเจริญมากกว่าเรา ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับมูลนิธิ 18 พฤษภา ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์กวังจู ปี ค.ศ.1980 นำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของเกาหลีใต้ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1987 ยึดโยงกับตนที่เกิดวันที่ 18 พฤษภาคม 1987 วันและเดือนเกิดตรงกับเหตุการณ์กวังจู ปีเกิดตรงกับที่เกาหลีใต้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตัวแทนเกาหลีใต้ถาม ทำให้ตนสะอึกและตอบไม่ถูกคือ เขาบอกว่าเขาศึกษาเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในประเทศไทยมาก่อน 14 ตุลาคม เห็นเหตุการณ์ประชาชนออกมาเรือนแสนเพื่อเรียกร้องให้ประเทศมีประชาธิปไตยมากขึ้น เกิดเหตุการณ์นั้นแล้วทำไมไม่เหมือนเกาหลีใต้ที่การเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนขนาดใหญ่สามารถเปลี่ยนผ่านได้จริง
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนจึงแชร์ให้ฟังว่า หากไม่มาเป็น ส.ส.หรือนักการเมืองแทบจะไม่รู้ประวัติศาสตร์เชิงลึกพวกนี้ว่า ประเทศไทยมีความพยายามลบเลือนประวัติศาสตร์ ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอนพวกนี้ หมุดคณะราษฎร์ถูกหายไป ในขณะที่ประเทศเขามีอนุสาวรีย์ มีเรื่องเล่าเต็มไปหมด ซีรี่ส์เกาหลีก็ฝังเหตุการณ์กวังจูในหลายเรื่อง
.
“
การเก็บความทรงจำคือ ป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย การทำให้ผู้ที่ปฏิวัติรัฐประหาร ได้รับการลงโทษสักหนึ่งครั้ง จะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ไม่เกิดการปฏิวัติเกิดขึ้นอีก นักการเมืองของเกาหลีใต้ทั้งคนที่โกงและคนที่เคยออกมาปฏิวัติก็ได้รับการลงโทษ แต่ในประเทศเรา เราเห็นนักการเมืองโกงกินลอยตัว เห็นคนที่ออกมาปฏิวัติไม่เคยจะต้องรับผลอะไรเลย” นาย
ณัฐพงษ์ กล่าว
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในฐานะนักการเมือง สำหรับตนขออย่างเดียว ถ้าวันหนึ่งเราเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยได้ สามารถตรวจสอบคดีย้อนหลังและสามารถเอาคนผิดมาลงโทษได้ ตนขอแค่อย่างนี้อย่างเดียวที่จะทำให้ประเทศไทยมีระบอบประชาธิปไตยที่หน้าสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง.
.
.
"ณัฐพงษ์" ชี้ "ทักษิณ" ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ขอรับนิรโทษได้ ไม่จำเป็นต้องแลกเสียงโหวตศึกซักฟอก
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10456681
.
“ณัฐพงษ์” ชี้ “ทักษิณ” ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายปกติ ขอรับนิรโทษได้ ไม่จำเป็นต้องแลกเสียงโหวตศึกซักฟอก เชื่อประชาชนรับไม่ได้หากมีแทรกแซง
.
วันที่ 31 ต.ค.69 นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ นาย
ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กดดันบุคคลในรัฐบาลและคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้รับคำร้องนิรโทษกรรมแลกกับเสียงโหวตในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเจรจา
.
เพราะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุขผ่านไปแล้ว และกระบวนการกลั่นกรองคดีต่างๆ ก็เป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่ได้คิดว่าจะต้องเจรจาแลกเสียงโหวตกับคดีนี้เป็นพิเศษ จริงๆ นาย
ทักษิณ มีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิของตนเองเต็มที่ตามกฏหมายฉบับนี้
.
เมื่อถามถึงกรณีดังกล่าวที่อาจจะมีการแลกเสียงโหวตจากพรรคเพื่อไทยให้โหวตกับรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทั้ง 18 คน นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยังยืนยันว่าโดยกระบวนการตามกฎหมาย นายทักษิณ มีสิทธิ์ ไม่จำเป็นต้องแลกเสียงโหวต แต่ถ้ามีแบบนั้นเกิดขึ้นจริง ก็เป็นอะไรที่เรายอมรับไม่ได้เหมือนกัน นาย
ทักษิณ คงไม่ต้องมีการเจรจา เพราะใช้สิทธิ์ตามกระบวนการกฎหมายปกติได้อยู่แล้ว
.
เมื่อถามต่อว่ากลัวว่าจะเป็นการแทรกแซงจากฝั่งการเมืองและแทรกแซงการทำงานของข้าราชการหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเกิดขึ้นจริงคงเป็นสิ่งที่ตนเองและประชาชนยอมรับไม่ได้อยู่แล้ว
.
.
โรม แนะ ฟังหูไว้หูข่าวลือ ทักษิณ บีบแลกโหวตซักฟอก มอง ยิ่งรัฐบาลแผลเยอะ ราคาต่อรองยิ่งสูง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5956111
.
โรม แนะข่าวลือ ‘ทักษิณ’ บีบแลกโหวตต้องฟังหูไว้หู มอง ยิ่งแผลเยอะราคาต่อรองยิ่งสูง
.
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการปล่อยข่าวลืออ้างนาย
ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กดดันคณะกรรมการเสริมสร้างสันติสุขให้รับคำร้องนิรโทษกรรมแลกเสียงโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า หากถ้ามีเรื่องต่อรองเช่นนี้จริง ตนคิดว่าประชาชคงมอง เราก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านของเรา ส่วนแต่ละฝ่ายจะเดินเกมอย่างไรนั้น เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือนำเสนอพยานหลักฐานต่อสภาฯ ซึ่งเมื่อได้เห็นพยานหลักฐาน ก็คาดหวังว่าทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาลจะใช้สามัญสำนึกของการเป็นนักการเมือง ที่ทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติในการตัดสินใจตอนโหวต
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า บางหัวข้อเช่น การฮั้วส.ว. เราอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน แต่ต้องถามว่านักการเมืองที่อยู่ในสภาฯ รับกันได้ใช่หรือไม่กับการก่ออาชญากรรม ต่อระบอบประชาธิปไตยแบบนี้ ส่วนใครจะเดินเกมทางการเมืองอย่างไร ย้ำว่าเราคงจะไปห้ามไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนอาจต้องช่วยกันตรวจสอบ แต่อีกด้านหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่า หากรัฐบาลไม่มีแผล หรือแผลนั้นไม่จริงก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร การที่อาจจะมีการต่อรองอะไรแบบนี้หรือไม่นั้น ก็แสดงว่าแผลนั้นมีอยู่จริง เพียงแค่ความยุติธรรมมันเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามา ซึ่งก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ
.
เมื่อถามว่า หากข่าวลือเป็นจริงจะกลายเป็นการเล่นละครตบตาชาวบ้านหรือไม่ นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่ค่อยอยากจะไปวิจารณ์ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในเมื่อความชัดเจนของข้อเท็จจริงยังไม่มาก เป็นเพียงข่าวลือเสียเยอะ แต่เราทราบดีว่าในฐานะเป็นนักการเมือง เวลาที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะมีฝ่ายต่าง ๆ แม้กระทั่งภายในรัฐบาล ภายในสีน้ำเงินเอง ที่ไม่ได้มีความนิ่งหรือสมูท แต่กลับมีแรงกระเพื่อม มีนาตาชาที่ส่งข้อมูลต่าง ๆ มาให้ตน
.
“
การมีแผลจึงทำให้มีฝ่ายที่อาจจะหยิบเรื่องนี้มาต่อรองหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ก็เชื่อว่ายิ่งฝ่ายค้านเราอภิปรายมีน้ำหนักมากเท่าไหร่ ก็มีความเป็นไปได้ว่าราคาของการต่อรองก็อาจจะสูงขึ้นก็ได้ แต่ผมไม่อยากกล่าวไปเป็นในลักษณะเฉพาะเจาะจงว่า พรรคไหนเป็นคนให้ข่าว เพราะเรื่องนี้เราต้องฟังหูไว้หู” นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
.
ผู้มาก่อนกาล! ร้านค้าจัดแพ็กเสบียงฉุกเฉินรับกระแส 72 ชม.รอแล้ว แม้รัฐบอกไม่ต้องกักตุน
https://www.dailynews.co.th/news/6320899/
.
ผู้มาก่อนกาล! ร้านค้าจัดแพ็คเสบียงฉุกเฉินรับกระแส 72 ชม.รอแล้ว แม้รัฐบอกไม่ต้องกักตุน อประชาชนอย่าตื่นตระหนก
.
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลกที่เกิดขึ้นในหลายมิติ ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงด้านพลังงาน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเป็นไปได้ที่ระบบสาธารณูปโภคจะหยุดชะงัก ทำให้หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประชาชน โดยหนึ่งในคำแนะนำที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือการจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างน้อย 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน
.
แนวทางดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่หลายรัฐบาลทั่วโลกมีคำแนะนำในลักษณะเดียวกัน เช่น สหภาพยุโรปที่ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง ขณะที่ประเทศในกลุ่มนอร์ดิกอย่างสวีเดนและนอร์เวย์แนะนำให้ครัวเรือนเตรียมความพร้อมสำหรับ 7 วัน ส่วนเยอรมนีมีคำแนะนำให้เตรียมเสบียงสำหรับ 10 วัน
.
ทั้งนี้ การเตรียมเสบียงดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าประเทศเหล่านี้กำลังเผชิญกับสงครามหรือภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นในทันที แต่เป็นแนวทางบริหารความเสี่ยงเพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ในช่วงที่ระบบขนส่ง ไฟฟ้า น้ำประปา หรือบริการพื้นฐานเกิดการหยุดชะงัก
.
ไทยย้ำมีความมั่นคงทางอาหาร ไม่ต้องตื่นตระหนก
.
สำหรับประเทศไทย กระแสการสำรองอาหารและสิ่งของจำเป็น 72 ชั่วโมง ได้รับความสนใจเช่นกัน โดยเฉพาะหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลว่าหลายประเทศทั่วโลกกำลังแนะนำให้ประชาชนเตรียมเสบียงรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
.
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังไม่ได้ออกมาตรการรณรงค์ให้ประชาชนกักตุนอาหารในลักษณะเดียวกัน “นาย
อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไทยมีความมั่นคงทางอาหาร จากศักยภาพด้านการเกษตร ผลผลิต และวัตถุดิบที่สามารถรองรับความต้องการภายในประเทศ พร้อมระบุว่าประชาชนควรตระหนักอยู่เสมอ แต่ไม่ควรตื่นตระหนก
.
ขณะที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ว่า ไม่เคยมีประกาศแจ้งเตือนหรือขอให้ประชาชนสำรองอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอ 72 ชั่วโมงตามที่มีการเผยแพร่ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้
.
ร้านค้าบางแห่งเริ่มจัดสินค้ารับกระแส
.
แม้ประเทศไทยจะยังไม่มีสัญญาณของการเร่งกักตุนสินค้าในระดับประเทศ แต่กระแสการเตรียมเสบียงฉุกเฉินก็เริ่มสร้างความเคลื่อนไหวให้กับร้านค้าบางแห่ง โดยเพจเฟจบุ๊กส่วนตัว
niti charat โพสต์ว่า “
ชอบมาก รัฐบาลบอกเอาอยู่ แต่ในห้างบ้านฉันจัดแพ็คให้แล้ว“ พร้อมกับรูปภาพร้านที่มีการนำสินค้าจำเป็นมาจัดรวมเป็นชุดหรือจัดหมวดหมู่เพื่อรองรับความสนใจของผู้บริโภคที่ต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
JJNY : 5in1 ปชน.ร่วมงาน 20 ปีนวมทอง│"ณัฐพงษ์"ชี้ทักษิณใช้สิทธิ์│โรมแนะฟังหูไว้หู│ร้านค้าจัดแพ็กเสบียง│หุ้นสหรัฐร่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5956143
.
ณัฐพงษ์ ร่วมงานรำลึก 20 ปี “นวมทอง ไพรวัลย์” ชี้ไทยต้องเอาผิดคนก่อรัฐประหาร ตรวจสอบคดีย้อนหลัง ไม่ใช่ลบเลือนประวัติศาสตร์ ยกเหตุกวังจู 1980 ที่เกาหลีใต้เป็นบทเรียน
.
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม ที่บริเวณริมถนนวิภาวดี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กรุงเทพฯ นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กรุงเทพฯ นางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ส.ส.นนทบุรี พรรคประชาชน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. ร่วมงานรำลึก 2 ทศวรรษ นวมทอง ไพรวัลย์ ที่บริเวณสดมภ์อนุสรณ์ หน้าสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่ง โดยกล่าวถึงคลิปของลุงนวมทอง ที่เปิดช่วงต้นของงาน ซึ่งลุงนวมทอง ได้พูดว่า แค่ชีวิตของเขาคนเดียว มันจะสำคัญอะไรไปมากกว่าความเป็นประชาธิปไตยประเทศ ทำให้ตนรู้สึกสะเทือนใจ เพราะสิ่งหนึ่งที่ยึดโยงพวกเราเข้ามาอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าพวกเราจะเป็นรุ่นใดก็ตาม คือเราเรียกร้องสิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเราเอง และคำว่าประชาธิปไตย สิ่งที่ดีกว่าคืออนาคตของลูกหลาน ความต้องการของพวกเราเรียบง่ายมาก เพียงแต่วิธีการต่อสู้ในอดีตและปัจจุบันจะต่างไป ในอดีตการต่อสู้อาจจะมีกระบอก ปืน หรือรถถัง แต่ยุคนี้สมัยนี้อาจจะจำแลงกายเป็นอย่างอื่น อยู่ภายใต้คราบรัฐธรรมนูญปี 2560
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญในการลงประชามติที่ผ่านมาคือ ประชาชน 21 กว่าล้านเสียงได้ตัดสินไปแล้วว่าอยากจะให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นฉันทามติจากประชาชนที่พวกเราต้องร่วมกันต่อสู้และผลักดันต่อ อยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานเก็บความทรงจำนี้ไว้ระลึกถึงการต่อสู้ในอดีต ความทรงจำและความรู้สึกร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเกี่ยวแขนเดินต่อไป
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่าง ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศไทยเคยช่วยในช่วงสงครามเกาหลี ปัจจุบันถือว่าเขามีความเป็นประชาธิปไตยและเจริญมากกว่าเรา ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับมูลนิธิ 18 พฤษภา ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์กวังจู ปี ค.ศ.1980 นำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของเกาหลีใต้ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1987 ยึดโยงกับตนที่เกิดวันที่ 18 พฤษภาคม 1987 วันและเดือนเกิดตรงกับเหตุการณ์กวังจู ปีเกิดตรงกับที่เกาหลีใต้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตัวแทนเกาหลีใต้ถาม ทำให้ตนสะอึกและตอบไม่ถูกคือ เขาบอกว่าเขาศึกษาเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในประเทศไทยมาก่อน 14 ตุลาคม เห็นเหตุการณ์ประชาชนออกมาเรือนแสนเพื่อเรียกร้องให้ประเทศมีประชาธิปไตยมากขึ้น เกิดเหตุการณ์นั้นแล้วทำไมไม่เหมือนเกาหลีใต้ที่การเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนขนาดใหญ่สามารถเปลี่ยนผ่านได้จริง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนจึงแชร์ให้ฟังว่า หากไม่มาเป็น ส.ส.หรือนักการเมืองแทบจะไม่รู้ประวัติศาสตร์เชิงลึกพวกนี้ว่า ประเทศไทยมีความพยายามลบเลือนประวัติศาสตร์ ระบบการศึกษาไทยไม่เคยสอนพวกนี้ หมุดคณะราษฎร์ถูกหายไป ในขณะที่ประเทศเขามีอนุสาวรีย์ มีเรื่องเล่าเต็มไปหมด ซีรี่ส์เกาหลีก็ฝังเหตุการณ์กวังจูในหลายเรื่อง
.
“การเก็บความทรงจำคือ ป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย การทำให้ผู้ที่ปฏิวัติรัฐประหาร ได้รับการลงโทษสักหนึ่งครั้ง จะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ไม่เกิดการปฏิวัติเกิดขึ้นอีก นักการเมืองของเกาหลีใต้ทั้งคนที่โกงและคนที่เคยออกมาปฏิวัติก็ได้รับการลงโทษ แต่ในประเทศเรา เราเห็นนักการเมืองโกงกินลอยตัว เห็นคนที่ออกมาปฏิวัติไม่เคยจะต้องรับผลอะไรเลย” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในฐานะนักการเมือง สำหรับตนขออย่างเดียว ถ้าวันหนึ่งเราเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยได้ สามารถตรวจสอบคดีย้อนหลังและสามารถเอาคนผิดมาลงโทษได้ ตนขอแค่อย่างนี้อย่างเดียวที่จะทำให้ประเทศไทยมีระบอบประชาธิปไตยที่หน้าสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง.
.
.
"ณัฐพงษ์" ชี้ "ทักษิณ" ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ขอรับนิรโทษได้ ไม่จำเป็นต้องแลกเสียงโหวตศึกซักฟอก
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10456681
.
“ณัฐพงษ์” ชี้ “ทักษิณ” ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายปกติ ขอรับนิรโทษได้ ไม่จำเป็นต้องแลกเสียงโหวตศึกซักฟอก เชื่อประชาชนรับไม่ได้หากมีแทรกแซง
.
วันที่ 31 ต.ค.69 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กดดันบุคคลในรัฐบาลและคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้รับคำร้องนิรโทษกรรมแลกกับเสียงโหวตในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเจรจา
.
เพราะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุขผ่านไปแล้ว และกระบวนการกลั่นกรองคดีต่างๆ ก็เป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่ได้คิดว่าจะต้องเจรจาแลกเสียงโหวตกับคดีนี้เป็นพิเศษ จริงๆ นายทักษิณ มีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิของตนเองเต็มที่ตามกฏหมายฉบับนี้
.
เมื่อถามถึงกรณีดังกล่าวที่อาจจะมีการแลกเสียงโหวตจากพรรคเพื่อไทยให้โหวตกับรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทั้ง 18 คน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยังยืนยันว่าโดยกระบวนการตามกฎหมาย นายทักษิณ มีสิทธิ์ ไม่จำเป็นต้องแลกเสียงโหวต แต่ถ้ามีแบบนั้นเกิดขึ้นจริง ก็เป็นอะไรที่เรายอมรับไม่ได้เหมือนกัน นายทักษิณ คงไม่ต้องมีการเจรจา เพราะใช้สิทธิ์ตามกระบวนการกฎหมายปกติได้อยู่แล้ว
.
เมื่อถามต่อว่ากลัวว่าจะเป็นการแทรกแซงจากฝั่งการเมืองและแทรกแซงการทำงานของข้าราชการหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเกิดขึ้นจริงคงเป็นสิ่งที่ตนเองและประชาชนยอมรับไม่ได้อยู่แล้ว
.
.
โรม แนะ ฟังหูไว้หูข่าวลือ ทักษิณ บีบแลกโหวตซักฟอก มอง ยิ่งรัฐบาลแผลเยอะ ราคาต่อรองยิ่งสูง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5956111
.
โรม แนะข่าวลือ ‘ทักษิณ’ บีบแลกโหวตต้องฟังหูไว้หู มอง ยิ่งแผลเยอะราคาต่อรองยิ่งสูง
.
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการปล่อยข่าวลืออ้างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กดดันคณะกรรมการเสริมสร้างสันติสุขให้รับคำร้องนิรโทษกรรมแลกเสียงโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า หากถ้ามีเรื่องต่อรองเช่นนี้จริง ตนคิดว่าประชาชคงมอง เราก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านของเรา ส่วนแต่ละฝ่ายจะเดินเกมอย่างไรนั้น เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือนำเสนอพยานหลักฐานต่อสภาฯ ซึ่งเมื่อได้เห็นพยานหลักฐาน ก็คาดหวังว่าทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาลจะใช้สามัญสำนึกของการเป็นนักการเมือง ที่ทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติในการตัดสินใจตอนโหวต
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า บางหัวข้อเช่น การฮั้วส.ว. เราอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน แต่ต้องถามว่านักการเมืองที่อยู่ในสภาฯ รับกันได้ใช่หรือไม่กับการก่ออาชญากรรม ต่อระบอบประชาธิปไตยแบบนี้ ส่วนใครจะเดินเกมทางการเมืองอย่างไร ย้ำว่าเราคงจะไปห้ามไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนอาจต้องช่วยกันตรวจสอบ แต่อีกด้านหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่า หากรัฐบาลไม่มีแผล หรือแผลนั้นไม่จริงก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร การที่อาจจะมีการต่อรองอะไรแบบนี้หรือไม่นั้น ก็แสดงว่าแผลนั้นมีอยู่จริง เพียงแค่ความยุติธรรมมันเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามา ซึ่งก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ
.
เมื่อถามว่า หากข่าวลือเป็นจริงจะกลายเป็นการเล่นละครตบตาชาวบ้านหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่ค่อยอยากจะไปวิจารณ์ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในเมื่อความชัดเจนของข้อเท็จจริงยังไม่มาก เป็นเพียงข่าวลือเสียเยอะ แต่เราทราบดีว่าในฐานะเป็นนักการเมือง เวลาที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะมีฝ่ายต่าง ๆ แม้กระทั่งภายในรัฐบาล ภายในสีน้ำเงินเอง ที่ไม่ได้มีความนิ่งหรือสมูท แต่กลับมีแรงกระเพื่อม มีนาตาชาที่ส่งข้อมูลต่าง ๆ มาให้ตน
.
“การมีแผลจึงทำให้มีฝ่ายที่อาจจะหยิบเรื่องนี้มาต่อรองหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ก็เชื่อว่ายิ่งฝ่ายค้านเราอภิปรายมีน้ำหนักมากเท่าไหร่ ก็มีความเป็นไปได้ว่าราคาของการต่อรองก็อาจจะสูงขึ้นก็ได้ แต่ผมไม่อยากกล่าวไปเป็นในลักษณะเฉพาะเจาะจงว่า พรรคไหนเป็นคนให้ข่าว เพราะเรื่องนี้เราต้องฟังหูไว้หู” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
.
ผู้มาก่อนกาล! ร้านค้าจัดแพ็กเสบียงฉุกเฉินรับกระแส 72 ชม.รอแล้ว แม้รัฐบอกไม่ต้องกักตุน
https://www.dailynews.co.th/news/6320899/
.
ผู้มาก่อนกาล! ร้านค้าจัดแพ็คเสบียงฉุกเฉินรับกระแส 72 ชม.รอแล้ว แม้รัฐบอกไม่ต้องกักตุน อประชาชนอย่าตื่นตระหนก
.
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลกที่เกิดขึ้นในหลายมิติ ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงด้านพลังงาน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเป็นไปได้ที่ระบบสาธารณูปโภคจะหยุดชะงัก ทำให้หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประชาชน โดยหนึ่งในคำแนะนำที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือการจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างน้อย 72 ชั่วโมง หรือ 3 วัน
.
แนวทางดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่หลายรัฐบาลทั่วโลกมีคำแนะนำในลักษณะเดียวกัน เช่น สหภาพยุโรปที่ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง ขณะที่ประเทศในกลุ่มนอร์ดิกอย่างสวีเดนและนอร์เวย์แนะนำให้ครัวเรือนเตรียมความพร้อมสำหรับ 7 วัน ส่วนเยอรมนีมีคำแนะนำให้เตรียมเสบียงสำหรับ 10 วัน
.
ทั้งนี้ การเตรียมเสบียงดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าประเทศเหล่านี้กำลังเผชิญกับสงครามหรือภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นในทันที แต่เป็นแนวทางบริหารความเสี่ยงเพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ในช่วงที่ระบบขนส่ง ไฟฟ้า น้ำประปา หรือบริการพื้นฐานเกิดการหยุดชะงัก
.
ไทยย้ำมีความมั่นคงทางอาหาร ไม่ต้องตื่นตระหนก
.
สำหรับประเทศไทย กระแสการสำรองอาหารและสิ่งของจำเป็น 72 ชั่วโมง ได้รับความสนใจเช่นกัน โดยเฉพาะหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลว่าหลายประเทศทั่วโลกกำลังแนะนำให้ประชาชนเตรียมเสบียงรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
.
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังไม่ได้ออกมาตรการรณรงค์ให้ประชาชนกักตุนอาหารในลักษณะเดียวกัน “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไทยมีความมั่นคงทางอาหาร จากศักยภาพด้านการเกษตร ผลผลิต และวัตถุดิบที่สามารถรองรับความต้องการภายในประเทศ พร้อมระบุว่าประชาชนควรตระหนักอยู่เสมอ แต่ไม่ควรตื่นตระหนก
.
ขณะที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ว่า ไม่เคยมีประกาศแจ้งเตือนหรือขอให้ประชาชนสำรองอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอ 72 ชั่วโมงตามที่มีการเผยแพร่ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้
.
ร้านค้าบางแห่งเริ่มจัดสินค้ารับกระแส
.
แม้ประเทศไทยจะยังไม่มีสัญญาณของการเร่งกักตุนสินค้าในระดับประเทศ แต่กระแสการเตรียมเสบียงฉุกเฉินก็เริ่มสร้างความเคลื่อนไหวให้กับร้านค้าบางแห่ง โดยเพจเฟจบุ๊กส่วนตัว niti charat โพสต์ว่า “ชอบมาก รัฐบาลบอกเอาอยู่ แต่ในห้างบ้านฉันจัดแพ็คให้แล้ว“ พร้อมกับรูปภาพร้านที่มีการนำสินค้าจำเป็นมาจัดรวมเป็นชุดหรือจัดหมวดหมู่เพื่อรองรับความสนใจของผู้บริโภคที่ต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด