หอคอยบาเบลมีจริงหรือ
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีบันทึกว่าการสร้างหอคอยที่สูงเทียมฟ้านั้นมีจริงตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์
บทความ The Tower of Babel : Archaeology, History and Cuneif orm Texts,
Andrew George - นักอัสซีเรียวิทยาชั้นแนวหน้า
ได้นำเสนอเกี่ยวกับการวิเคราะห์แผ่นจารึกอักษรลิ่มโบราณ ที่บันทึกแบบแปลน ขนาดและการก่อสร้าง ซิกกูแรต ในยุคของกษัตริย์เนบูคัดเนสซ์ซาที่2 ซึ่งยืนยันว่ามีการสร้างหอคอยที่สูงถึงเทียมฟ้า และการใช้อิฐเผายางมะตอยที่ระบุในปฐมกาลที่11 มีตัวตนทางประวัติศาสตร์จริงในนครบาบิโลน
ตามหลักฐานแล้ว ซิกกูแรต ถูกสร้างมาเพื่อ ให้เทพเจ้าเสด็จลงมาไม่ใช่เพื่อให้มนุษย์ปีนขึ้นไป ให้เทพเจ้าลงมาสถิตในพระวิหาร
สิ่งนี้เป็นการแก้ไขข้อกระจ่างที่กล่าวว่า พระยาห์เวห์เสด็จลงมาทอดพระเนตร
หอคอยบาเบล หรือซิกกูแรต
คือภาพสะท้อนถึงบาปแห่งความเย่อหยิ่ง และลัทธิยกกษัตริย์เป็นเทวราช ที่มนุษย์พยายามสร้างอาณาจักรตนเองโดยปฏิเสธพระเจ้า ซึ่งเป็นโครงสร้างทางวรรณกรรม ที่ถูกเขียนไว้ตรงข้ามกับการทรงเรียกอัมราฮัมใน ปฐมกาลที่12
เปรียบเทียบเป็น
อาณาจักรมนุษย์ และ อาณาจักรพระเจ้า
และที่พระเจ้าทรงทำลายหอบาเบลนี้ ไม่ใช่เพราะพระเจ้ากลัวว่ามนุษย์จะมีอำนาจมาแย่งชิงบัลลังก์ของพระองค์
พระเจ้ามองเห็แค่เพียงว่ามันเล็กมากสำหรับพระเจ้าืใหญ่แค่ไหน ก็เล็กสำหรับพระองค์ และมนุษย์ซักวันก็ต้องกลับกลายไปเป็นดินตามบรรพบุรุษเขา อาดัม ซึ่งแปลว่า ดิน
หอคอยบาเบล เป็นการปฏิเสธพระบัญชาของพระเจ้า ที่พระเจ้าตรัสไว้ชัดเจนให้ขยายเผ่าพันธุ์และกระจายไปทั่วแผ่นดินโลก เพื่อเป็นผู้ดูแลโลก
การที่กล่าวว่า เพื่อเราจะไม่ถูกทำให้กระจัดกระจายไปทั่วแผ่นดินโลก จึงเป็นการขัดกับพระบัญชาของพระเจ้า
มนุษย์พยายามสร้างชื่อเสียงเอง ฉากสุดท้ายคือความล้มเหลวของอารยธรรมมนุษย์
พระเจ้าทรงเรียกอัมราฮัม และตรัสว่า เราจะอวยพรเจ้าทำให้ชื่อของเจ้าใหญ่โตไป
ผู้ที่ถ่อมตนจะถูกยกสูงขึ้น
หอคอยบาเบล มีจริงหรือ?
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีบันทึกว่าการสร้างหอคอยที่สูงเทียมฟ้านั้นมีจริงตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์
บทความ The Tower of Babel : Archaeology, History and Cuneif orm Texts,
Andrew George - นักอัสซีเรียวิทยาชั้นแนวหน้า
ได้นำเสนอเกี่ยวกับการวิเคราะห์แผ่นจารึกอักษรลิ่มโบราณ ที่บันทึกแบบแปลน ขนาดและการก่อสร้าง ซิกกูแรต ในยุคของกษัตริย์เนบูคัดเนสซ์ซาที่2 ซึ่งยืนยันว่ามีการสร้างหอคอยที่สูงถึงเทียมฟ้า และการใช้อิฐเผายางมะตอยที่ระบุในปฐมกาลที่11 มีตัวตนทางประวัติศาสตร์จริงในนครบาบิโลน
ตามหลักฐานแล้ว ซิกกูแรต ถูกสร้างมาเพื่อ ให้เทพเจ้าเสด็จลงมาไม่ใช่เพื่อให้มนุษย์ปีนขึ้นไป ให้เทพเจ้าลงมาสถิตในพระวิหาร
สิ่งนี้เป็นการแก้ไขข้อกระจ่างที่กล่าวว่า พระยาห์เวห์เสด็จลงมาทอดพระเนตร
หอคอยบาเบล หรือซิกกูแรต
คือภาพสะท้อนถึงบาปแห่งความเย่อหยิ่ง และลัทธิยกกษัตริย์เป็นเทวราช ที่มนุษย์พยายามสร้างอาณาจักรตนเองโดยปฏิเสธพระเจ้า ซึ่งเป็นโครงสร้างทางวรรณกรรม ที่ถูกเขียนไว้ตรงข้ามกับการทรงเรียกอัมราฮัมใน ปฐมกาลที่12
เปรียบเทียบเป็น
อาณาจักรมนุษย์ และ อาณาจักรพระเจ้า
และที่พระเจ้าทรงทำลายหอบาเบลนี้ ไม่ใช่เพราะพระเจ้ากลัวว่ามนุษย์จะมีอำนาจมาแย่งชิงบัลลังก์ของพระองค์
พระเจ้ามองเห็แค่เพียงว่ามันเล็กมากสำหรับพระเจ้าืใหญ่แค่ไหน ก็เล็กสำหรับพระองค์ และมนุษย์ซักวันก็ต้องกลับกลายไปเป็นดินตามบรรพบุรุษเขา อาดัม ซึ่งแปลว่า ดิน
หอคอยบาเบล เป็นการปฏิเสธพระบัญชาของพระเจ้า ที่พระเจ้าตรัสไว้ชัดเจนให้ขยายเผ่าพันธุ์และกระจายไปทั่วแผ่นดินโลก เพื่อเป็นผู้ดูแลโลก
การที่กล่าวว่า เพื่อเราจะไม่ถูกทำให้กระจัดกระจายไปทั่วแผ่นดินโลก จึงเป็นการขัดกับพระบัญชาของพระเจ้า
มนุษย์พยายามสร้างชื่อเสียงเอง ฉากสุดท้ายคือความล้มเหลวของอารยธรรมมนุษย์
พระเจ้าทรงเรียกอัมราฮัม และตรัสว่า เราจะอวยพรเจ้าทำให้ชื่อของเจ้าใหญ่โตไป
ผู้ที่ถ่อมตนจะถูกยกสูงขึ้น