เด็กมหัศจรรย์, ใบแดง และน้ำตาของอังกฤษ คืนที่ "เบบี้โกล์" แจ้งเกิด แต่โลกกลับจดจำใบแดงของเบ็คแฮม


เด็กมหัศจรรย์, ใบแดง และน้ำตาของอังกฤษ คืนที่ "เบบี้โกล์" แจ้งเกิด แต่โลกกลับจดจำใบแดงของเบ็คแฮม / By When Saturday Comes

ฟุตบอลโลก 1998 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

มีเกมฟุตบอลบางเกม ที่ผลการแข่งขันไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนจดจำ

แต่เป็น "ช่วงเวลา" เพียงไม่กี่วินาที ที่เปลี่ยนชีวิตของใครบางคนไปตลอดกาล

เกมระหว่าง อังกฤษ และ อาร์เจนตินา คือหนึ่งในนั้น

คืนที่เด็กหนุ่มวัย 18 ปีคนหนึ่ง ยิงหนึ่งในประตูที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

และคืนเดียวกันนั้น นักเตะอีกคนกลับกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาของคนทั้งประเทศ..

นาทีที่ 16 ของการแข่งขัน เดวิด เบ็คแฮม วางบอลยาวจากแดนกลางขึ้นหน้า

ไมเคิล โอเวน ดาวรุ่งวัย 18 ปี รับบอลก่อนเร่งสปีดหนีกองหลังอาร์เจนตินา 2 คน

จากนั้นซัดบอลผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเฉียบขาด

ประตูนี้ทำให้อังกฤษขึ้นนำ 2-1

และถูกยกให้เป็นหนึ่งในประตูที่งดงามที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

ภายหลัง โอเวน เคยกล่าวว่า "ประตูนี้เปลี่ยนชีวิตผม"

เพราะจากดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล

เขากลายเป็นนักเตะที่คนทั้งโลกเริ่มรู้จักในชั่วข้ามคืน

แต่ฟุตบอล... ไม่ได้ใจดีกับทุกคน

เกมดำเนินไปอย่างดุเดือด

อาร์เจนตินาตามตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจบครึ่งแรก

แล้วเพียง 2 นาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง

จังหวะหนึ่งก็เปลี่ยนทุกอย่าง

หลังถูก ดีเอโก ซิเมโอเน เข้าปะทะจากด้านหลัง

เบ็คแฮม ที่นอนอยู่บนพื้น สะบัดขาไปโดนคู่แข่ง

กรรมการตัดสินใจควักใบแดงทันที

อังกฤษจึงต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 47 เป็นต้นไป

แม้จะเหลือผู้เล่นน้อยกว่า แต่อังกฤษยังคงสู้ต่ออย่างไม่ยอมแพ้

พวกเขาประคองเกมไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ

ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

และสุดท้าย อาร์เจนตินา ชนะในการดวลจุดโทษ 4-3

ส่งอังกฤษกลับบ้านอีกครั้ง

แต่สิ่งที่น่าเศร้ากว่าความพ่ายแพ้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

ผู้คนแทบไม่ได้พูดถึงประตูระดับโลกของ ไมเคิล โอเวน

ไม่ได้พูดถึงนักเตะ 10 คนที่วิ่งจนหมดแรง

และไม่ได้พูดถึงหัวใจของทีมที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญ

ทุกสายตาพุ่งไปยังใบแดงเพียงใบเดียว

สื่ออังกฤษโจมตี เบ็คแฮม อย่างหนัก

จากดาวรุ่งผู้เป็นความหวังของชาติ

กลายเป็นคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุให้อังกฤษตกรอบ

แต่บางครั้ง...ความล้มเหลวที่เจ็บปวดที่สุด

อาจกลายเป็นบททดสอบที่สำคัญที่สุดของชีวิตเช่นกัน

หากเรื่องราวของ เดวิด เบ็คแฮม จบลงในคืนนั้น

เขาคงถูกจดจำในฐานะนักเตะที่พลาด

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก

ที่ทำให้เขากลายเป็นตำนาน

เขากลับมาคว้าแชมป์มากมายกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

คว้าทริปเปิลแชมป์ในปี 1999

ก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษ

ลงเล่นให้ทีมชาติมากกว่า 100 นัด

และกลายเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก

บทเรียนที่น่าสนใจจากเรื่องนี้คือ

โลกมักจดจำช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาที

คืนหนึ่ง เด็กวัย 18 ปี สร้างประตูที่โลกไม่มีวันลืม

และชายอีกคน สร้างความผิดพลาดที่โลกไม่ยอมลืมเช่นกัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรากลับพบว่า "ใบแดง" ไม่ได้เป็นจุดจบของ เบ็คแฮม

มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ตัวเอง

เพราะสุดท้ายแล้ว...ความสำเร็จ อาจทำให้ผู้คนชื่นชมคุณ

แต่ความผิดพลาด คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าคุณจะลุกขึ้นมาได้อีกหรือไม่

และบางที...ตำนานไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในวันที่ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ถูกสร้างขึ้นในวันที่ทั้งโลกคิดว่าคุณจบแล้ว

ทว่าคุณยังเลือกที่จะก้าวต่อไป

เพราะผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่คนที่ไม่เคยล้ม

แต่คือคนที่ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง หลังจากล้มลงต่อหน้าคนทั้งโลก..

ไม่อยากพลาดเรื่องราวดีๆ แบบนี้
👉กดติดตามเพจ When Saturday Comes
https://www.facebook.com/share/1K4rHmdhYp/?mibextid=wwXIfr

Reference:
- https://www.fifa.com/en/tournaments/mens/worldcup/articles/argentina-england-france-1998-greatest-games
- https://www.fifa.com/en/tournaments/mens/worldcup/canadamexicousa2026/articles/michael-owen-england-argentina-1998
- https://www.sportingnews.com/us/soccer/news/revisiting-david-beckham-red-card-england-argentina-world-cup/8c0d23bca2dfc310dc3a81a9
- https://immortalfootball.com/argentina-2-2-england-1998-they-deserved-their-revenge/
- Photo Credit: theguardian.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่