เปิดมุมมอง "โลธาร์ มัทเธอุส" ตำนานลิเบโร่ คนสุดท้าย ทำไม "รางวัลบัลลงดอร์" มีแต่นักเตะเกมรุกที่ได้-ไม่ยุติธรรมกับผู้เล่นเกมรับ ?
ไทยรัฐสปอร์ต มีโอกาสได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษกับ โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานลิเบโร่คนสุดท้าย ผู้ได้ฉายาว่า "มิสเตอร์สมบูรณ์แบบ" เคยคว้าบัลลงดอร์ 1 สมัย (ปี 1990) ตำนานทีมชาติเยอรมนี และ บาเยิร์น มิวนิก
ที่ผ่านมาเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ มักมีแต่ผู้เล่นเกมรุก แทบจะไม่มีผู้เล่นตำแหน่งเกมรับ และนี่คือทำเนียบเจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ นับตั้งแต่ปี 2006 มีเพียง ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ที่ได้รับ โดยเป็นนักเตะตำแหน่งกองหลัง
2006 ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เรอัล มาดริด
2007 ริคาร์โด้ กาก้า เอซี มิลาน
2008 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แมนฯ ยูไนเต็ด
2009 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2010 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2011 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2012 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2013 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด
2014 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด
2015 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลนา
2016 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด
2017 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด
2018 ลูก้า โมดริช เรอัล มาดริด
2019 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2020 งดรางวัลช่วงโควิด-19 ระบาด
2021 ลิโอเนล เมสซี่ เปเอสเช
2022 คาริม เบนเซม่า เรอัล มาดริด
2023 ลิโอเนล เมสซี่ อินเตอร์ ไมอามี่
2024 โรดรี้ แมนฯ ซิตี้
2025 อุสมาน เดมเบเล่ เปแอสเช
2026 แฮร์รี่ เคน สเปอร์ส
ทีมข่าวไทยรัฐ จึงได้สอบถามว่า "ปัจจุบันทั่วโลกมักจะให้ค่ากับนักเตะตำแหน่งเกมรุก ในฐานะที่เป็นผู้เล่นที่เคยเล่นตำแหน่ง ลิเบอโร่ อยากจะบอกให้อะไรกับผู้เล่นที่เล่นเกมรับหรือไม่ ?"
โลธาร์ มัทเธอุส ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมคิดว่ารางวัลบัลลงดอร์ นักฟุตบอลที่เป็นผู้เล่นเกมรับล่าสุดที่ได้ น่าจะเป็นช่วงปี 2006 มั้งครับ คือ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เพราะตอนนั้นเขาเล่นอยู่ในอิตาลี และทีมชาติได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2006 พวกเราพูดได้เต็มปากเลยว่าพวกเขามีเกมรับที่ดีที่สุด และเกมรับที่ดีที่สุดนี้เองที่พาทีมคว้าแชมป์โลก โดยมีคันนาวาโร่ เป็นกัปตันทีม"
"ยิ่งถ้าคุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟุตบอลอิตาลี สิ่งแรกที่คุณจะได้เรียนรู้คือเรื่อง 'เกมรับ' เพราะถ้าเป็นบาร์เซโลน่า คุณจะเรียนรู้เรื่องเกมรุก แต่ในอิตาลี ต้องเริ่มจากเกมรับก่อน นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากช่วงเวลาที่เคยอยู่ที่อิตาลีเหมือนกัน แต่แน่นอนครับว่า บทบาทและความสำคัญของกองหลังเหล่านั้น ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากแฮร์รี่ เคน ที่มีต่อบาเยิร์น มิวนิค เลย เพียงแต่กองหลังไม่ได้เป็นคนยิงประตู"
"เต็มที่ก็อาจจะเติมขึ้นมายิงจากลูกเตะมุม หรือทำแอสซิสต์สัก 2–3 ครั้ง แต่ก็คงไม่มากไปกว่านั้น แล้วอะไรล่ะคือไฮไลท์? ไฮไลท์สำหรับพวกเราคืออะไร? ใช่... มันอาจจะไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ แต่สิ่งที่พวกเราเฝ้ามองหาและจดจำมันคือ 'การทำประตู' พอพวกเราลองนึกย้อนไปถึงฟุตบอลโลกเมื่อ 20 ปีก่อน ภาพที่พุ่งเข้ามาคืออะไร? ก็คือประตูในรอบชิงชนะเลิศของ โรนัลโด้ R9 ที่ยิงผ่าน โอลิเวอร์ คาห์น ในปี 2002"
"ไม่มีใครนึกถึงเกมรับหรอก ถ้าลองถามผมว่ามีเหตุการณ์ไหนในเกมรับของปี 2002 ที่จำได้บ้าง? เกมรับของบราซิลตอนนั้นดีไหม? แล้วใครลงเล่นเป็นกองหลังให้เยอรมนีบ้าง? ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน คงต้องไปเปิดเช็กดูอีกที ถึงจะรู้ว่ามีใครบ้าง เรารู้แค่ว่า คาห์น เป็นผู้รักษาประตู แล้ว โรนัลโด ยิงไป 2 ประตู หรือถ้าย้อนกลับไปไกลกว่านั้นอีกอย่างปี 1998 เราก็พูดถึง ซีเนดีน ซีดาน เราไม่ได้พูดถึงกองหลังเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อนเลย พวกเราจำได้แต่ลูกยิงทั้งนั้น"
"ด้วยเหตุนี้ ผมมองว่าแม้จะดูไม่ยุติธรรม แต่มันก็คือธรรมชาติของฟุตบอล และผมก็ไม่ได้อยากจะไปเปลี่ยนกฎอะไร เราอาจจะจัดรางวัล บัลลงดอร์ แยกเป็นกองหลังยอดเยี่ยม มิดฟิลด์ยอดเยี่ยม หรือกองหน้ายอดเยี่ยมไปเลยก็ได้"
"แน่นอนว่าตัวนักเตะกองหลังเองอาจจะไม่ค่อยชอบใจเรื่องนี้นัก กองกลางอาจจะเหลื่อมน้อยหน่อย แต่เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเหล่าโค้ช ว่าใครคือผู้เล่นที่สำคัญที่สุด ใครคือผู้เล่นที่ดีที่สุด และนั่นก็หมายความว่า 'คนที่ยิงประตูได้' ย่อมได้เปรียบเสมอ เพราะประตูคือสิ่งที่สร้างผลการแข่งขัน ประตูคือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง และเป็นตัวตัดสินว่าใครคือผู้ชนะและใครจะได้ถ้วยรางวัล ด้วยเหตุนี้ ผมเลยไม่อยากจะมานั่งเถียงเรื่องนี้อีก เพราะถ้าเถียงกันไป มันก็จะวนเป็นวงกลมอยู่อย่างนั้น วนไปเรื่อยๆ คุยกันอีกสามชั่วโมงก็ไม่จบ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ ผมเปลี่ยนมันไม่ได้และก็ไม่อยากเปลี่ยนด้วย เพียงแค่ใจจริงแล้ว ผมก็แค่อยากให้เหล่านักเตะกองหลังได้รับการยอมรับในระดับเดียวกันในการแข่งขันนี้ เพราะเวลาที่มีใครสักคนเกมรับดีมากๆ ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู เขาทำหน้าที่สำคัญไม่แพ้ แฮร์รี่ เคน, คีเลียน เอ็มบัปเป้ หรือ ลามีน ยามาล เลยครับ ทำหน้าที่สำคัญเหมือนกันเป๊ะ เพียงแค่ภาพที่ออกมามันอาจจะไม่ได้หวือหวาเท่าแค่นั้นเอง"
ที่มา
เปิดมุมมอง "โลธาร์ มัทเธอุส" ตำนานลิเบโร่ คนสุดท้าย ทำไม "รางวัลบัลลงดอร์" มีแต่นักเตะเกมรุกที่ได้
เปิดมุมมอง "โลธาร์ มัทเธอุส" ตำนานลิเบโร่ คนสุดท้าย ทำไม "รางวัลบัลลงดอร์" มีแต่นักเตะเกมรุกที่ได้-ไม่ยุติธรรมกับผู้เล่นเกมรับ ?
ไทยรัฐสปอร์ต มีโอกาสได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษกับ โลธาร์ มัทเธอุส ตำนานลิเบโร่คนสุดท้าย ผู้ได้ฉายาว่า "มิสเตอร์สมบูรณ์แบบ" เคยคว้าบัลลงดอร์ 1 สมัย (ปี 1990) ตำนานทีมชาติเยอรมนี และ บาเยิร์น มิวนิก
ที่ผ่านมาเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ มักมีแต่ผู้เล่นเกมรุก แทบจะไม่มีผู้เล่นตำแหน่งเกมรับ และนี่คือทำเนียบเจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ นับตั้งแต่ปี 2006 มีเพียง ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ที่ได้รับ โดยเป็นนักเตะตำแหน่งกองหลัง
2006 ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เรอัล มาดริด
2007 ริคาร์โด้ กาก้า เอซี มิลาน
2008 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แมนฯ ยูไนเต็ด
2009 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2010 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2011 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2012 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2013 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด
2014 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด
2015 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลนา
2016 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด
2017 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด
2018 ลูก้า โมดริช เรอัล มาดริด
2019 ลิโอเนล เมสซี่ บาร์เซโลน่า
2020 งดรางวัลช่วงโควิด-19 ระบาด
2021 ลิโอเนล เมสซี่ เปเอสเช
2022 คาริม เบนเซม่า เรอัล มาดริด
2023 ลิโอเนล เมสซี่ อินเตอร์ ไมอามี่
2024 โรดรี้ แมนฯ ซิตี้
2025 อุสมาน เดมเบเล่ เปแอสเช
2026 แฮร์รี่ เคน สเปอร์ส
ทีมข่าวไทยรัฐ จึงได้สอบถามว่า "ปัจจุบันทั่วโลกมักจะให้ค่ากับนักเตะตำแหน่งเกมรุก ในฐานะที่เป็นผู้เล่นที่เคยเล่นตำแหน่ง ลิเบอโร่ อยากจะบอกให้อะไรกับผู้เล่นที่เล่นเกมรับหรือไม่ ?"
โลธาร์ มัทเธอุส ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมคิดว่ารางวัลบัลลงดอร์ นักฟุตบอลที่เป็นผู้เล่นเกมรับล่าสุดที่ได้ น่าจะเป็นช่วงปี 2006 มั้งครับ คือ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เพราะตอนนั้นเขาเล่นอยู่ในอิตาลี และทีมชาติได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2006 พวกเราพูดได้เต็มปากเลยว่าพวกเขามีเกมรับที่ดีที่สุด และเกมรับที่ดีที่สุดนี้เองที่พาทีมคว้าแชมป์โลก โดยมีคันนาวาโร่ เป็นกัปตันทีม"
"ยิ่งถ้าคุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับฟุตบอลอิตาลี สิ่งแรกที่คุณจะได้เรียนรู้คือเรื่อง 'เกมรับ' เพราะถ้าเป็นบาร์เซโลน่า คุณจะเรียนรู้เรื่องเกมรุก แต่ในอิตาลี ต้องเริ่มจากเกมรับก่อน นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากช่วงเวลาที่เคยอยู่ที่อิตาลีเหมือนกัน แต่แน่นอนครับว่า บทบาทและความสำคัญของกองหลังเหล่านั้น ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากแฮร์รี่ เคน ที่มีต่อบาเยิร์น มิวนิค เลย เพียงแต่กองหลังไม่ได้เป็นคนยิงประตู"
"เต็มที่ก็อาจจะเติมขึ้นมายิงจากลูกเตะมุม หรือทำแอสซิสต์สัก 2–3 ครั้ง แต่ก็คงไม่มากไปกว่านั้น แล้วอะไรล่ะคือไฮไลท์? ไฮไลท์สำหรับพวกเราคืออะไร? ใช่... มันอาจจะไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ แต่สิ่งที่พวกเราเฝ้ามองหาและจดจำมันคือ 'การทำประตู' พอพวกเราลองนึกย้อนไปถึงฟุตบอลโลกเมื่อ 20 ปีก่อน ภาพที่พุ่งเข้ามาคืออะไร? ก็คือประตูในรอบชิงชนะเลิศของ โรนัลโด้ R9 ที่ยิงผ่าน โอลิเวอร์ คาห์น ในปี 2002"
"ไม่มีใครนึกถึงเกมรับหรอก ถ้าลองถามผมว่ามีเหตุการณ์ไหนในเกมรับของปี 2002 ที่จำได้บ้าง? เกมรับของบราซิลตอนนั้นดีไหม? แล้วใครลงเล่นเป็นกองหลังให้เยอรมนีบ้าง? ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน คงต้องไปเปิดเช็กดูอีกที ถึงจะรู้ว่ามีใครบ้าง เรารู้แค่ว่า คาห์น เป็นผู้รักษาประตู แล้ว โรนัลโด ยิงไป 2 ประตู หรือถ้าย้อนกลับไปไกลกว่านั้นอีกอย่างปี 1998 เราก็พูดถึง ซีเนดีน ซีดาน เราไม่ได้พูดถึงกองหลังเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อนเลย พวกเราจำได้แต่ลูกยิงทั้งนั้น"
"ด้วยเหตุนี้ ผมมองว่าแม้จะดูไม่ยุติธรรม แต่มันก็คือธรรมชาติของฟุตบอล และผมก็ไม่ได้อยากจะไปเปลี่ยนกฎอะไร เราอาจจะจัดรางวัล บัลลงดอร์ แยกเป็นกองหลังยอดเยี่ยม มิดฟิลด์ยอดเยี่ยม หรือกองหน้ายอดเยี่ยมไปเลยก็ได้"
"แน่นอนว่าตัวนักเตะกองหลังเองอาจจะไม่ค่อยชอบใจเรื่องนี้นัก กองกลางอาจจะเหลื่อมน้อยหน่อย แต่เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเหล่าโค้ช ว่าใครคือผู้เล่นที่สำคัญที่สุด ใครคือผู้เล่นที่ดีที่สุด และนั่นก็หมายความว่า 'คนที่ยิงประตูได้' ย่อมได้เปรียบเสมอ เพราะประตูคือสิ่งที่สร้างผลการแข่งขัน ประตูคือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง และเป็นตัวตัดสินว่าใครคือผู้ชนะและใครจะได้ถ้วยรางวัล ด้วยเหตุนี้ ผมเลยไม่อยากจะมานั่งเถียงเรื่องนี้อีก เพราะถ้าเถียงกันไป มันก็จะวนเป็นวงกลมอยู่อย่างนั้น วนไปเรื่อยๆ คุยกันอีกสามชั่วโมงก็ไม่จบ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละครับ ผมเปลี่ยนมันไม่ได้และก็ไม่อยากเปลี่ยนด้วย เพียงแค่ใจจริงแล้ว ผมก็แค่อยากให้เหล่านักเตะกองหลังได้รับการยอมรับในระดับเดียวกันในการแข่งขันนี้ เพราะเวลาที่มีใครสักคนเกมรับดีมากๆ ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู เขาทำหน้าที่สำคัญไม่แพ้ แฮร์รี่ เคน, คีเลียน เอ็มบัปเป้ หรือ ลามีน ยามาล เลยครับ ทำหน้าที่สำคัญเหมือนกันเป๊ะ เพียงแค่ภาพที่ออกมามันอาจจะไม่ได้หวือหวาเท่าแค่นั้นเอง"
ที่มา