เมื่อ "กฏ" ในสนามบิน ทำให้ผู้โดยสาร กับ จนท.มีความเห็นไม่ตรงกัน คิดยังไงกับเรื่องนี้?

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล เมื่อ อินฟลูเอนเซอร์และบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ออกมาอัดคลิปเล่าเหตุการณ์ ขณะใช้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังเกิดปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตรวจค้นอย่างดุเดือด จนเกือบถูกอีกฝ่ายเข้ามาทำร้ายร่างกาย
.
"อินฟลูเอนเซอร์" เล่าว่า วันเกิดเหตุเธอเดินทางพร้อมลูก 2 คน โดยได้ซื้อน้ำดื่มภายในสนามบินมาจำนวน 2 ขวด หวังนำไปใช้ชงนมให้ลูกบนเครื่องบิน แต่เมื่อถึงจุดตรวจค้น เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่อนุญาตให้น้ำเข้าทั้งหมด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเสนอทางออกให้เข้าได้ 1 ขวด ส่วนอีกขวดต้องทิ้ง ซึ่งเธอยินดีปฏิบัติตามกฎ แต่เพียงขออนุญาตดื่มน้ำจากขวดที่จะทิ้งให้หมดก่อน เนื่องจากซื้อมาขวดละกว่า 100 บาท
.
ทว่า เจ้าหน้าที่คู่กรณีกลับหยิบขวดน้ำไปทิ้งลงถังขยะ ทั้งที่เธอยังไม่ทันตัดสินใจ และเมื่อท้วงถามกลับได้คำตอบมาว่า "ทิ้งเพราะเธอไม่คัดค้านเอง" สร้างความโกรธให้เธอเป็นอย่างมาก
.
จากนั้นเธอจึงพูดเปรยกับสามีว่า "เขาคงทำไปเพราะมีปัญหาครอบครัวมั้ง" แต่คู่กรณีเกิดเข้าใจผิด คิดว่าเธอไปต่อว่าถึงพ่อแม่ จึงเกิดความโมโหและพยายามเข้ามาหาเธอเพื่อจะทำร้าย แม้จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และผู้เห็นเหตุการณ์อยู่หลายคน
.
หลังเกิดเหตุ หัวหน้างานในพื้นที่ได้เข้ามาตักเตือนพนักงานว่า ไม่ควรแสดงพฤติกรรมดังกล่าวใส่ผู้โดยสาร พร้อมแนะนำให้ทำเรื่องร้องเรียนเข้ามายังบริษัท

***เนื้อหาค่อนข้างละเอียดอ่อน จึงตัดเนื้อหาบางส่วนออกไปเพื่อลดความตึงเครียด***

แล้วทำไมต้องเข้มงวดกับของเหลว?
      ย้อนปี 2549 ทางการอังกฤษสกัดแผนก่อการร้ายที่เตรียมใช้วัตถุระเบิดเหลวซุกซ่อนในขวดเครื่องดื่ม เพื่อโจมตีเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้ก่อนลงมือสำเร็จ เป็นบทเรียนว่า สิ่งของที่ดูธรรมดาอาจซ่อนอันตรายไว้ได้

เข้มก็โดนด่า หละหลวมใครรับผิด?
     การตรวจตามกฎจึงเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอย่างรอบคอบ ขณะเดียวกันก็ต้องอธิบายกฎและรับมือความไม่พอใจ ความกดดันเหล่านี้ควรถูกมองเห็น และองค์กรควรมีคนเข้าช่วยคลี่คลายเมื่อสถานการณ์ตึงเครียด



แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่