ทำไม ‘ความรู้’ จาก AI จึงมีแนวโน้มจะแย่ลงเรื่อยๆ ต่อจากนี้?

ทำไม ‘ความรู้’ จาก AI จึงมีแนวโน้มจะแย่ลงเรื่อยๆ ต่อจากนี้?
.
ในอดีตการหาข้อมูล 'ความรู้' ต่างๆ เป็นเรื่องยาก ถ้าช่องฟรีทีวีไม่นำสารคดีมาฉาย เราก็ต้องลุ้นว่าคอลัมนิสต์นิตยสารความรู้ที่เราอ่านประจำจะเขียนเรื่องที่เราอยากอ่านหรือไม่ พอมายุคอินเทอร์เน็ต มีข้อมูลมากมาย มีเสิร์ชเอนจิน เราสามารถค้นเรื่องที่สงสัยได้แทบทุกเรื่องเพียงแค่กดไม่กี่ครั้ง
.
ปัจจุบันนี้ในยุค AI หากเราสงสัยเรื่องอะไร แค่ไปถาม AI มันก็ประมวลผลให้คำตอบเราได้ภายในไม่กี่วินาที
.
ทั้งหมดนี้ดูเป็นความก้าวหน้าที่ต่อเนื่องยาวนานไม่หยุดยั้ง แต่ 'ข่าวร้าย' คือจริงๆ 'ความรู้' ในยุค AI จริงๆ มันอาจแย่ไปเรื่อยๆ คือเราไม่สามารถจะวางใจได้ว่ามันจะคัดกรอง 'สิ่งที่ดีที่สุด' มาให้เรา
.
ทั้งนี้จะเข้าใจเหตุผล เราต้องเข้าใจอินเทอร์เน็ตยุคก่อนและกระบวนการเทรน AI ยุคนี้

ในอดีต อินเทอร์เน็ตกว้างใหญ่ไพศาล คนทำเว็บไซต์ก็อยากให้คนมาเจอ สิ่งที่ทำก็คือ มีกระบวนการทำสิ่งต่างๆ ให้ 'สืบค้น' ได้ง่าย (ที่ในอดีตเรียกกันว่า SEO หรือ Search Engine Optimization) ซึ่งการจะเป็นแบบนั้นก็คือต้องทำให้ข้อมูลต่างๆ ไปเข้าตาโปรแกรม ที่เรียกว่า Crawler ที่เป็นตัวกวาดข้อมูล (Scrape) ทั่วอินเทอร์เน็ตไปประมวลผล ซึ่งในอดีต ว่ากันตรงๆ คือมี Search Engine หลากเจ้าแข่งกัน และสุดท้าย Google คือผู้ชนะ มี Crawler ที่ดีที่สุด มีผลค้นหาที่ดีที่สุด จนสุดท้ายคนใช้แต่ Google จนคำว่า Google กลายเป็นคำกริยา หมายถึงการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
.
ในยุคนั้น คนทำเว็บไซต์และ Google ได้ประโยชน์ร่วมกัน คนเลยปล่อยให้ Crawler ของ Google ค้นข้อมูลในเว็บไซต์ได้เต็มที่ เพื่อให้มันไปปรากฎในผลค้นหาของ Google เพราะถ้าไม่ปรากฏ คนก็จะไม่หลงเข้าไปในเว็บไซต์ได้ง่ายๆ และเว็บไซต์ก็จะไม่มีรายได้ (ในยุคหนึ่ง การลงโฆษณาบนเว็บไซต์สร้างรายได้มหาศาลให้กับคนทำเว็บไซต์)
.
แต่ยุค AI ไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว Crawler ยุคนี้ ไปเค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ไปป้อน AI ซึ่ง 'พฤติกรรมผู้บริโภค' คือสงสัยอะไรจะถาม AI จะไม่เข้าไปที่เว็บ ทำให้ 'ทราฟฟิก' หรือยอดคนเข้าเว็บ ลดลงอย่างมหาศาล เท่านั้นไม่พอ พวก Crawler สำหรับ AI เหล่านี้ ยังมีแนวโน้มจะกวาดข้อมูลและรายละเอียดจากเว็บไซต์ ทำให้ทางคนทำเว็บไซต์ต้องเสียเงิน 'ค่าข้อมูล' เพิ่ม โดยไม่ได้อะไรกลับมา
.
โดยนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และไม่มีมูล เพราะเว็บไซต์ที่บริหารจัดการ 'การจราจร' ของข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแบบ Cloudflare ก็มีรายงานมาชี้เลยว่า ตอนนี้ 'การจราจร' บนอินเทอร์เน็ตเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ เกิดจาก AI แล้ว (ไม่ว่านั่นจะเป็น AI ที่หาข้อมูลไปเทรนโมเดลใหม่ๆ หรือ AI ที่มาตามหาข้อมูลให้คนที่ Prompt ถามมัน
.
ทั้งหมดทำให้เกิดภาวะเหตุการณ์ที่เข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่า Google Zero มากขึ้น เป็นภาวะที่คนแทบไม่ได้เข้าเว็บไซต์ผ่าน Google อีกแล้ว เพราะคนได้ข้อมูลที่ต้องการจาก AI ไปแล้ว และจากมุมคนทำเว็บไซต์มันคือหายนะที่ใกล้เข้ามา จากการดู 'ทราฟฟิก' ที่เข้ามายังเว็บไซต์
.
นี่เองทำให้เหล่าคนทำเว็บไซต์ตอบโต้กลับ โดยการบล็อก Crawler ไม่ให้กวาดข้อมูลไปป้อน AI อีก (ที่จริงทำได้ง่ายๆ ผ่านไฟล์ชื่อ robots.txt ซึ่งเป็นกติการ่วมกันที่ทางผู้ทำเว็บสามารถเขียนคำเตือน ‘ห้ามกวาดข้อมูล’ ในเว็บได้) หรือถ้าจะใช้ ผู้ผลิตและให้บริการ AI ก็ต้องมาดีลดีๆ เสียเงินให้คนทำเว็บ ไม่ใช่มากวาดข้อมูลไปใช้ฟรีๆ
.
แน่นอน นี่ก็ฟังดูแฟร์ดี และจริงๆ บริษัททำ AI ก็ดีลกับ 'ผู้ผลิตข้อมูล' มากมายเพื่อจะได้เข้าถึงข้อมูลเพื่อเทรน AI แล้ว
.
แต่ปัญหาคือ 'ดีล' พวกนี้ไม่ได้รวมถึงผู้ผลิตคอนเทนต์ตัวเล็กตัวน้อยบนอินเทอร์เน็ตอีกจำนวนมาก และความเป็นจริงก็คือตั้งแต่ 15 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา ทาง Cloudflare มีมาตรการบล็อกไม่ให้ Crawler ของพวกบริษัท AI เข้าถึงข้อมูลทุกหน้าเพจที่ 'มีการลงโฆษณา' เพราะเขาถือว่า การมีโฆษณาบนหน้าเพจ คือการแสดงเจตนาว่าเพจต้องการหารายได้จากคนที่เข้ามาหน้าเพจ และพวก Crawler พวกนี้ก็เป็นตัว 'ทำลายทราฟฟิก' แบบที่ว่า เค้าเลยบล็อกให้แบบอัตโนมัติ
.
ดังนั้น 'ความหลากหลาย' ข้อมูลที่เคยมีไว้เทรน AI มันจะค่อยๆ หายไปแน่ๆ ในระยะยาว
.
แต่ 'หายนะ' ยังไม่จบแค่นั้น
.
ในทางการวิจัย รู้กันว่าเว็บไซต์จำนวนมาก เกิดขึ้นเพื่อเผยแพร่ 'ข้อมูลเท็จ' บนอินเทอร์เน็ต และเว็บพวกนี้ ไม่มีเจตนาใดๆ จะบล็อกการเข้าถึงของ AI
.
พูดง่ายๆ เว็บไซต์พวกนี้ จะ 'ป้อนพิษ' ให้ AI ไปเรื่อยๆ ในขณะที่เว็บไซต์ 'น้ำดี' ยิ่งมีแนวโน้มระยะยาวจะบล็อคไม่ให้ AI เข้าถึงข้อมูลมากขึ้น (หรือไม่ก็เลิกดำเนินการไปเลย เพราะไม่มีใครเข้าไปใช้อีกแล้ว สงสัยอะไรถาม AI หมด)
.
สิ่งที่เขากังวลก็คือ ปลายทางมันก็คือ AI จะถูกเทรนด้วย 'ข้อมูลเท็จ' มากกว่า 'ข้อมูลจริง' และนั่นจะทำให้ผลการสืบค้นผ่าน AI นั้นแย่ลงไปกว่าปัจจุบันแน่นอน
.
และนั่นเรายังไม่ได้พูดเลยว่า เว็บไซต์จำนวนมาก ก็สร้างด้วยข้อมูลจาก AI และพอ AI ไปถึงข้อมูลพวกนี้มาเทรนโมเดล มันก็ยิ่งได้รับการตอกย้ำว่าสิ่งนี้จริง ทั้งๆ ที่จริงมันก็เป็นแค่ข้อมูลที่ AI ผลิตออกมา และบริโภคกลับเข้าไปเอง
.
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดในอนาคตห่างไกลอะไร เพราะเอาจริงๆ แค่ปีเดียว หรือไม่กี่เดือน เราก็น่าจะเริ่มเห็นกันแล้วว่าผลสืบคนที่ได้จาก AI มันแปลกๆ ไป ถ้าเราช่างสังเกตหน่อย หรือมีฐานความรู้หน่อย
.
ส่วนคนที่แยกแยะไม่ได้ว่า AI พูดจริงหรือไม่มาแต่แรก ภาวะทั้งหมดที่ว่ามา ก็อาจไม่ได้เข้ามาในเรดาร์ของเค้า และคนพวกนี้ก็มีแนวโน้มจะเอาข้อมูลที่คุณภาพต่ำลงเรื่อยๆ โดย AI มาเผยแพร่ต่อ
.
ทั้งหมดนี้ เราจะเห็นว่า ความคิดว่า AI มันจะฉลาดขึ้นทุกวัน เพราะมันมีข้อมูลมาเรื่อยๆ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แบบนั้น การเกิดและขยายตัวของ AI มันไปทำลาย 'ท่อน้ำเลี้ยง' การผลิต 'ข้อมูลคุณภาพดี' บนอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก และพอสิ่งเหล่านี้หายไปจากอินเทอร์เน็ต และอินเทอร์เน็ตหลงเหลือแต่ข่าวเท็จ ข้อมูลมั่วๆ ซ้ำๆ และบทความ AI เป็น 'เสียงส่วนใหญ่' จริงๆ เราก็พอคาดเดาได้ว่า คุณภาพ AI ที่เทรนมากับข้อมูลพวกนั้นจะออกมาเป็นยังไง
.
ที่มา : BrandThink

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่