สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้อยากมาเปิดพื้นที่ชวนทุกคนพูดคุยแล้วก็ระบายความอึดอัดใจเกี่ยวกับระบบการศึกษาใน
บ้านเราหน่อยค่ะ
ยิ่งมองเห็นโลกข้างนอกเขาหมุนไปไวมาก มีทั้งเทคโนโลยี ทั้ง AI นวัตกรรมใหม่ๆ ไปไกลกันหมดแล้ว แต่พอกลับมามองภาพรวมการศึกษาไทย เรากลับรู้สึกว่าหลายๆ อย่างนอกจากจะไม่พัฒนาแล้ว มันดูถอยหลังลงเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ ทั้งที่ผู้ใหญ่ชอบพูดกันจังว่าเด็กคืออนาคตของชาติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ งบประมาณแผ่นดินด้านการศึกษากลับโดนตัดลดลงทุกปี รัฐดูไม่เคยคิดจะทุ่มเทลงทุนพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนอย่างจริงจังเลย แต่นำงบไปใช้กับเรื่องอื่นที่ไม่ค่อยตอบโจทย์อนาคตประเทศเท่าไหร่
ถ้าลองเปรียบเทียบกับประเทศอย่าง "จีน" คือเห็นภาพชัดมากนะ รัฐบาลเขามองการศึกษาเป็นเรื่องสร้างชาติจริงๆ อัดฉีดงบมหาศาล สร้างแล็บ AI พัฒนาเทคโนโลยีการสอน แล้วก็หนุนเด็กของเขาจนเก่งระดับโลก แต่ตัดภาพกลับมาที่ไทย เด็กบางโรงเรียนยังต้องนั่งแออัด 4-5 คนรอคอมพิวเตอร์เก่าๆ เครื่องเดียวอยู่เลย มันยิ่งสะท้อนเลยว่าเด็กไทยไม่ได้แพ้ใครเรื่องความเก่งเลยนะ แต่กำลังโดนระบบห่วยๆ กับรัฐบาลที่ไม่ยอมลงทุนขัดขาไว้ ซึ่งทางแก้เรื่องนี้ รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เลิกลดงบการศึกษา แล้วหันมาอัดฉีดงบเน้นๆ ให้เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพคนของเราจริงๆ สักที
เรื่องความเหลื่อมล้ำนี่ก็อีกเรื่อง ลามไปถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่คนในประเทศควรได้ คำว่า "เรียนฟรี 100%" นี่กลายเป็นคำจกตามาก เพราะพ่อแม่ก็ยังต้องจ่ายค่าโน่นค่านี่แอบแฝงอยู่ดี แล้วที่น่าตั้งคำถามหนักมากคือ คนไทยแท้ๆ เสียภาษีกันทุกวัน แต่เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลหรือคนที่ครอบครัวขัดสน กลับเข้าถึงสวัสดิการได้ยากมาก ในขณะที่นโยบายการดูแลหรือสิทธิประโยชน์บางอย่างของคนต่างด้าว กลับดูเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายกว่าเฉยเลย ทำไมคนในประเทศถึงโดนมองข้ามในแผ่นดินตัวเองได้ขนาดนี้? ตรงนี้มันควรปรับปรุงด่วนๆ รัฐต้องโฟกัสและจัดสรรสวัสดิการให้คนในประเทศก่อนเป็นอันดับแรก อุดหนุนเรียนฟรีแบบ 100% ฟรีจริงๆ ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ให้เด็กไทยทุกคนได้เรียนเท่าเทียมกัน
ส่วนเรื่องสิทธิเหนือร่างกายอย่าง "ทรงผม" ก็ยังเป็นเรื่องย้อนแย้งไม่จบไม่สิ้น แม้กระทรวงจะเคยบอกว่าผ่อนปรนให้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริง โรงเรียนส่วนใหญ่ก็แอบไปออกกฎระเบียบย่อยซ้อนอีกชั้นเพื่อจำกัดสิทธิเด็กอยู่ดี ลองมองโรงเรียนในประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาโฟกัสที่สมองกับความรู้เด็ก ไม่เคยมานั่งเอาไม้บรรทัดวัดความยาวผมเป็นเซนติเมตร แต่โรงเรียนไทยยังเอาเวลาไปไล่ตรวจผม เล็มผมประจานเด็ก ทั้งที่ทรงผมมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรอยหยักในสมองเลยสักนิด ทางออกง่ายมาก รัฐต้องสั่งห้ามโรงเรียนตั้งกฎงี่เง่ามาจำกัดสิทธิเด็กอีก ให้เหลือเงื่อนไขเดียวพอคือ "ทรงผมที่สะอาด สุภาพ และเรียบร้อย" จบ แค่นั้นเลย
นอกจากนี้ พอเปิดประตูเข้าไปในห้องเรียน ก็ยังต้องเจอกับหลักสูตรโบราณที่เน้นท่องจำไปสอบ พอสอบเสร็จเด็กก็ลืม ไม่ได้เอาไปใช้ทำมาหากินหรือใช้ในชีวิตจริงได้เลย แถมบรรยากาศในโรงเรียนที่ควรเป็น Safe Zone กลับกลายเป็นสถานที่สร้างปมในใจ เพราะครูบางคนขาดจรรยาบรรณ ใช้อารมณ์ตัดสิน แดกดัน บูลลี่ หรือประจานเด็กต่อหน้าเพื่อน เพียงเพราะเด็กทำอะไรขัดใจนิดหน่อย บวกกับครูเองก็ต้องรับภาระงานเอกสารราชการจนแทบไม่มีเวลาสอนหรือใส่ใจเด็กจริงๆ
ระบบการศึกษาไทยมันถึงเวลาต้อง "ปฏิรูปใหม่ทั้งหมด" ได้แล้วค่ะ ควรตัดงานเอกสารไร้สาระของครูออกไป เพื่อคืนครูให้นักเรียน ปรับหลักสูตรให้เน้นทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิต และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เคารพความเป็นมนุษย์ของเด็ก ไม่ใช่นิเวศของอำนาจนิยมที่ผลิตเด็กออกมารับใช้ระบบเดิมๆ อีกต่อไป ทุกคนมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องพวกนี้บ้างคะ มาคุยกันได้นะ
ถึงเวลาหรือยังที่เราควรลงทุนกับเด็กไทยอย่างจริงจัง แบบที่ประเทศอื่นๆ เขาทำกัน?
บ้านเราหน่อยค่ะ
ยิ่งมองเห็นโลกข้างนอกเขาหมุนไปไวมาก มีทั้งเทคโนโลยี ทั้ง AI นวัตกรรมใหม่ๆ ไปไกลกันหมดแล้ว แต่พอกลับมามองภาพรวมการศึกษาไทย เรากลับรู้สึกว่าหลายๆ อย่างนอกจากจะไม่พัฒนาแล้ว มันดูถอยหลังลงเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ ทั้งที่ผู้ใหญ่ชอบพูดกันจังว่าเด็กคืออนาคตของชาติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ งบประมาณแผ่นดินด้านการศึกษากลับโดนตัดลดลงทุกปี รัฐดูไม่เคยคิดจะทุ่มเทลงทุนพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนอย่างจริงจังเลย แต่นำงบไปใช้กับเรื่องอื่นที่ไม่ค่อยตอบโจทย์อนาคตประเทศเท่าไหร่
ถ้าลองเปรียบเทียบกับประเทศอย่าง "จีน" คือเห็นภาพชัดมากนะ รัฐบาลเขามองการศึกษาเป็นเรื่องสร้างชาติจริงๆ อัดฉีดงบมหาศาล สร้างแล็บ AI พัฒนาเทคโนโลยีการสอน แล้วก็หนุนเด็กของเขาจนเก่งระดับโลก แต่ตัดภาพกลับมาที่ไทย เด็กบางโรงเรียนยังต้องนั่งแออัด 4-5 คนรอคอมพิวเตอร์เก่าๆ เครื่องเดียวอยู่เลย มันยิ่งสะท้อนเลยว่าเด็กไทยไม่ได้แพ้ใครเรื่องความเก่งเลยนะ แต่กำลังโดนระบบห่วยๆ กับรัฐบาลที่ไม่ยอมลงทุนขัดขาไว้ ซึ่งทางแก้เรื่องนี้ รัฐบาลต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เลิกลดงบการศึกษา แล้วหันมาอัดฉีดงบเน้นๆ ให้เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพคนของเราจริงๆ สักที
เรื่องความเหลื่อมล้ำนี่ก็อีกเรื่อง ลามไปถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่คนในประเทศควรได้ คำว่า "เรียนฟรี 100%" นี่กลายเป็นคำจกตามาก เพราะพ่อแม่ก็ยังต้องจ่ายค่าโน่นค่านี่แอบแฝงอยู่ดี แล้วที่น่าตั้งคำถามหนักมากคือ คนไทยแท้ๆ เสียภาษีกันทุกวัน แต่เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลหรือคนที่ครอบครัวขัดสน กลับเข้าถึงสวัสดิการได้ยากมาก ในขณะที่นโยบายการดูแลหรือสิทธิประโยชน์บางอย่างของคนต่างด้าว กลับดูเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายกว่าเฉยเลย ทำไมคนในประเทศถึงโดนมองข้ามในแผ่นดินตัวเองได้ขนาดนี้? ตรงนี้มันควรปรับปรุงด่วนๆ รัฐต้องโฟกัสและจัดสรรสวัสดิการให้คนในประเทศก่อนเป็นอันดับแรก อุดหนุนเรียนฟรีแบบ 100% ฟรีจริงๆ ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง ให้เด็กไทยทุกคนได้เรียนเท่าเทียมกัน
ส่วนเรื่องสิทธิเหนือร่างกายอย่าง "ทรงผม" ก็ยังเป็นเรื่องย้อนแย้งไม่จบไม่สิ้น แม้กระทรวงจะเคยบอกว่าผ่อนปรนให้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริง โรงเรียนส่วนใหญ่ก็แอบไปออกกฎระเบียบย่อยซ้อนอีกชั้นเพื่อจำกัดสิทธิเด็กอยู่ดี ลองมองโรงเรียนในประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาโฟกัสที่สมองกับความรู้เด็ก ไม่เคยมานั่งเอาไม้บรรทัดวัดความยาวผมเป็นเซนติเมตร แต่โรงเรียนไทยยังเอาเวลาไปไล่ตรวจผม เล็มผมประจานเด็ก ทั้งที่ทรงผมมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรอยหยักในสมองเลยสักนิด ทางออกง่ายมาก รัฐต้องสั่งห้ามโรงเรียนตั้งกฎงี่เง่ามาจำกัดสิทธิเด็กอีก ให้เหลือเงื่อนไขเดียวพอคือ "ทรงผมที่สะอาด สุภาพ และเรียบร้อย" จบ แค่นั้นเลย
นอกจากนี้ พอเปิดประตูเข้าไปในห้องเรียน ก็ยังต้องเจอกับหลักสูตรโบราณที่เน้นท่องจำไปสอบ พอสอบเสร็จเด็กก็ลืม ไม่ได้เอาไปใช้ทำมาหากินหรือใช้ในชีวิตจริงได้เลย แถมบรรยากาศในโรงเรียนที่ควรเป็น Safe Zone กลับกลายเป็นสถานที่สร้างปมในใจ เพราะครูบางคนขาดจรรยาบรรณ ใช้อารมณ์ตัดสิน แดกดัน บูลลี่ หรือประจานเด็กต่อหน้าเพื่อน เพียงเพราะเด็กทำอะไรขัดใจนิดหน่อย บวกกับครูเองก็ต้องรับภาระงานเอกสารราชการจนแทบไม่มีเวลาสอนหรือใส่ใจเด็กจริงๆ
ระบบการศึกษาไทยมันถึงเวลาต้อง "ปฏิรูปใหม่ทั้งหมด" ได้แล้วค่ะ ควรตัดงานเอกสารไร้สาระของครูออกไป เพื่อคืนครูให้นักเรียน ปรับหลักสูตรให้เน้นทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิต และเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เคารพความเป็นมนุษย์ของเด็ก ไม่ใช่นิเวศของอำนาจนิยมที่ผลิตเด็กออกมารับใช้ระบบเดิมๆ อีกต่อไป ทุกคนมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องพวกนี้บ้างคะ มาคุยกันได้นะ