ทำไมการเป็นนักเขียน มันสร้างฐานนักอ่านได้ยากเย็นขนาดนี้ ท้อแล้ว

ตามหัวข้อเลยล่ะ...คือเกริ่นก่อนว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วเราเคยลงงานเขียนในเว็บชื่อดังอยู่เว็บหนึ่ง ตอนนั้นลงงานเขียนไปด้วยความที่แค่อยากเขียนอะไรสักเรื่องไม่ได้จริงจังกับการเป็นนักเขียนขนาดนั้น จนสุดท้ายด้วยภารกิจในโลกความเป็นจริงมันรัดตัวจนลืมเรื่องการเขียนไปเลย และปล่อยร้างแอคนักเขียนมานานนับ 10 ปี จนเมื่อปีที่แล้วด้วยปัญหาต่าง ๆ ที่รุมเร้า และความอิ่มตัวจากการเป็นพนักงานประจำ เราเลยมองหาลู่ทางทำมาหากินใหม่ ๆ ขอสารภาพก่อนว่าตัวเราเรียนไม่จบป.ตรี(เหลืออีก1ปีก็จะจบแต่มาพ่อเสียไปซะก่อนทำให้เราที่เป็นพี่คนโตต้องรับหน้าที่จัดการอะไรหลาย ๆ อย่างในบ้าน) ดังนั้นเราเลยมีวุฒิแค่ม.6เท่านั้น แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่บ้างเพราะพี่ที่รู้จักกันเขากำลังจะเปิดบริษัทของตัวเองและต้องการคนมาช่วยงาน เลยเป็นจุดเริ่มต้นให้เราก้าวเข้าสู่พนักงานประจำตอนนี้เราทำงานที่เดิมนี้มาได้ราว ๆ 5 ปี แล้ว ซึ่งก็เป็นสายงานเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ จนตอนนี้เรามีสกิลในการใช้ Adobe illustrator ได้ในระดับที่ค่อนข้างสูงเลย เคยรับงานออกแบบกราฟฟิกบ้างอยู่ช่วงหนึ่ง(ของบริษัทนะไม่ใช่ฟรีแลนด์) ทำไปทำมากลายเป็นว่าฐานเงินเดือน ณ ตอนนี้เราสูงเกินกว่าวุฒิที่มีไปแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้เราก็เกิดความเบื่อหน่ายในเนื้องาน โครงสร้างมีเปลี่ยนไป เพื่อนร่วมงาน และปัญหาต่าง ๆ จนคิดอยากจะลาออก ทีนี้แหละเราเลยมานั่งคิดว่าในช่วงชีวิตที่ผ่านมาเราทำอะไรได้บ้าง ชอบทำอะไร หรือทำอะไรได้ดีที่สุด และผลลัพธืก็คือ ไม่มี เราใช้ชีวิตเหมือนเป็ด คือทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่เก่งสักอย่าง ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน พอเราไม่รู้ว่าตัวอยากทำอะไรเลยมานั่งคิดมุมกลับว่า ถ้าหาสิ่งที่อยาก สิ่งที่ชอบไม่ได้ งั้นก็ลองหาจากสิ่งที่ไม่อยาก ไม่ชอบดูบ้างสิ และผลลัพธ์ก็สุดแสนจะง่ายแสนง่ายคือ ไม่ชอบเป็นลูกจ้าง555 แบบคิดว่าทุกคนก็คงเหมือนกันแหละ การที่ทำทุ่มเททำอะไรสักอย่าง แต่ก้อยู่ได้แค่เท่านั้น ทำมากก้ได้เท่านั้น ทำน้อยก็ได้เท่านั้น ไม่มีเวลาใช้ชีวิต จะไปไหน ทำอะไร มีธุระ ก็ต้องมาพะวงว่าถ้าหยุดไปเพื่อนร่วมงานจะเหนื่อยไหม จะมีใครไม่พอใจหรือเปล่า หรือกลับมาต้องเจอปัญหาอะไรให้ต้องตามแก้ งานจะสุมรอเยอะขนาดไหน วันหยุดก็มีแค่วันอาทิตย์วันเดียว ตื่นมาซักผ้า เก็บบ้าน ก็หมดวันแล้วยังไม่ทันได้พักเลยสักนิด ทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ เข้างาน8.30-17.30น. การที่ทำแบบนี้มาแล้ว 5 ปี มันเลยทำให้รู้ว่า ไม่ชอบ ก็จริงอยู่ที่มันเป็นรายได้ที่มั่นคง ยิ่งสมัยนี้งานหายาก ไหนจะภาระหนี้สินรุมเร้า ทำให้เราไม่สามารถไปไหนได้ เพราะเหตุผลเดียวคือเงินเดือนที่ได้รับมันสูงกว่าที่อื่นจะให้ได้ เพราะสุดท้ายแล้วสมัครงานที่ใหม่ไปสิ่งที่เขาต้องการก็คือวุฒิส่วนความสามารถหรือประสบการณ์เอาไว้ทีหลัง(ส่วนมากจะเจอแต่แบบนี้) สุดท้ายแล้วทางเลือกที่ดีที่สุดคือการอยู่ที่เดิมแล้วจัดการภาระหนี้สินให้จบไปก่อน(จากการคำนวนดูเหมือนปีนี้ก็จัดการได้เรียบร้อยแล้ว) และนี่คือที่มา...
    แล้วเกี่ยวอะไรกับการเป็นนักเขียน? ก็เพราะช่วงหนึ่งที่เราดิ่งลงเหวกับชีวิตมาก ๆ มืดมนไปหมด เรากลายเป็นคนเก็บตัว ไม่เข้าสังคม ไม่เจอหน้าเพื่อน อารมณ์ไม่มั่นคง และช่วงนั้นแหละที่เราพยายามหาอะไรทำเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากความรู้สึกเหล่านี้ เลยได้กลับเข้าสู่วงการอ่านนิยาย อ่านไปอ่านมาก้เริ่มอยากเขียนขึ้นมาบ้างโดยที่ก็ลืมไปแล้วว่าเราเคยทำอะไรทิ้งไว้เมื่อ 10 ปีก่อน ทีนี้เราเลยเริ่มศึกษาจริงจังเกี่ยวกับการเขียนนิยายแล้วได้ตัง พอศึกษาจนรู้แล้วก็ได้เวลาลงมือทำ แต่พอล็อคอินเข้าเว็บ เว็บหนึ่งปุ๊ปมันเด้งว่าเรามีงานเขียนหนึ่งเรื่อง ตอนนั้นยอมรับว่างง แต่พอกดเข้าไปดูก็ทำเราแปลกใจไม่น้อย เพราะเรื่องนั้นเราเขียนไปเพียงแค่ 3 ตอนแล้วไม่ได้เขียนต่ออีกเลย แต่มันกลับมียอดคนอ่าน คนอยู่หลักหมื่น(ซึ่ง10ปีก็คงไม่แปลก) สุดท้ายเราเลยตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะลองดูสักตั้ง กลับมาจับงานเขียนอีกครั้ง และได้เริ่มลงมือทำตั้งแต่ช่วงเดือนนี้ของปีที่แล้วและยังคงทำมาเรื่อย ๆ ตแนนี้เรามีงานที่เขียนจบไป 5 เรื่อง แต่กระแสตอบรับก็ยังไม่ได้ดี ผู้ติดตามก็น้อยแสนน้อย ล่าสุดเพิ่งเข้าวงการลงขายเป็นแบบ E-Book ในMEB ลงไปได้ประมาน 3 เรื่อง ก็ทำยอดให้แค่หลักพันนิด ๆ แบบนิดเดียวจริง ๆ ล่าสุดนี้เราลงขายเรื่องใหม่ไปเมื่อช่วงสองอาทิตย์ก่อน แต่ก็ขายไปได้แค่ 5 เล่มเอง และตอนนี้ก็กำลังเริ่มเขียนเรื่องใหม่อยู่ เราพยายามศึกษาและหาวิธีการเพื่อที่จะเป็นที่รู้จักและศร้างฐานนักอ่านได้ ทั้งสร้างเพจก็แล้ว พยายามทำคลิปReelโปรโมทก็แล้ว แชร์โพสโปรโมทลงกลุ่มนักอ่านก็แล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย จนตอนนี้เริ่มท้อแล้ว เป้าหมายของเราก็คืออยากจะใช้อาชีพนักเขียนนี้ที่เราทำแล้วค่อนข้างHappyเลยมาเป็นช่องทางรายได้หลักพยายามสะสมทีละเล็กละน้อยเพื่อให้สำเร็จตามที่หวังในสักวัน แต่ก็ยากเหลือเกิน ส่วนตัวแล้วไม่เก่งโซเชียล ไม่เก่งด้านการตลาด ไม่มีงบมากพอจะจ่ายให้กับการทำการตลาดออนไลน์เลย อยากรู้ว่ามีใครในวงการนักเขียนเหมือนกันที่พอจะมีคำแนะนำบ้างไหม ทำยังไงให้งานเขียนตัวเองประสบความสำเร็จกัน แล้วแต่ละคนใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเดินไปถึงจุดนั้นได้

ปล.เราเขียนหลายแนวอยู่เพราะต้องการหาว่าเราเขียนแนวไหนได้ดีที่สุด และล่าสุดนี้เรากำลังเปิดเรื่องใหม่ซึ่งเป็นแนวที่ไม่เคยเขียน เกี่ยวกับโรแมนติกแฟนตาซีที่ผสมผสานความเป็นไทยเก่า ไทยใหม่ และสิ่งลี้ลับ ตอนนี้ลงเว็บไปได้นิดหน่อยแล้วแต่ผลตอบรับค่อนข้างเงียบเหงาเลย
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่