6 ตุลาคม 2519 โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า
"ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความรุนแรงที่แท้จริง?"
ถ้าเราฟังกระแสสังคม ฝ่ายหนึ่งก็จะบอกว่าเป็นฝีมือของกลไกอำนาจรัฐ กองทัพ และกลุ่มกองกำลังฝ่ายขวาจัดในไทย แต่ในขณะเดียวกัน เราก็มักจะได้ยินวาทกรรมจากฝั่งรอยัลลิสต์หรือฝ่ายขวาบางกลุ่มในปัจจุบันที่พยายามชี้เป้าไปที่ภายนอกว่า "อเมริกา (CIA) คือผู้อยู่เบื้องหลังความโหดเหี้ยมทั้งหมดในเช้าวันนั้น"
ลองไปสืบค้นข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการตามอ่าน
"เอกสารลับของ CIA และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ" ที่ถูกปลดชั้นความลับ (Declassified) ออกมาตามกฎหมายของอเมริกา เลยอยากนำข้อมูลชุดนี้มาชวนคุยกันครับ:
ทำไมถึงมีเอกสารลับเหล่านี้เปิดเผยออกมา?
ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา (Executive Order 13526 และกฎหมายข้อมูลข่าวสาร FOIA) เอกสารลับของรัฐบาลอเมริกัน รวมถึง CIA ที่มีอายุครบ 25 ปี จะต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาปลดชั้นความลับโดยอัตโนมัติ (Automatic Declassification) เพื่อความโปร่งใสต่อประวัติศาสตร์ ทำให้เอกสารในช่วงปี 2519 ถูกทยอยเปิดเผยออกมาสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2014 และ 2017 ที่ผ่านมาครับ
เมื่อไล่เรียงข้อเท็จจริงตามเอกสารชั้นต้นเหล่านี้ เราจะพบความจริง 3 ข้อหลัก ๆ ดังนี้ครับ:
1. อเมริกาต่อต้านคอมมิวนิสต์จริง (ผู้สนับสนุนเชิงโครงสร้าง)
ในยุคสงครามเย็น อเมริกากลัวทฤษฎีโดมิโนมาก หลังจากเวียดนาม ลาว กัมพูชา เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2518 อเมริกาจึงทุ่มงบประมาณ อาวุธ และส่ง CIA เข้ามาช่วยฝึกฝนหน่วยงานความมั่นคงไทย (เช่น กอ.รมน. หรือ ตำรวจตระเวนชายแดน) เพื่อสร้างปราการต่อต้านคอมมิวนิสต์ อเมริกาทำหน้าที่เป็น "Enabler" หรือผู้สร้างสภาวะแวดล้อมทางอำนาจและการทหารให้แก่ฝ่ายขวาในไทยมานานนับทศวรรษ
2. กองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และกลุ่มขวาจัดไทย คือผู้ลงมือในเช้าวันนั้น (ผู้บริหารจัดการและสังหาร)
แม้บอกว่าอเมริกาหนุนหลังฝ่ายขวาในภาพรวม แต่เอกสารประวัติศาสตร์ระบุตรงกันว่า
เหตุการณ์เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 คือการตัดสินใจและการบริหารจัดการของกลุ่มอำนาจภายในประเทศ 100%
แรงจูงใจหลักเกิดจากความกลัวสูญเสียผลประโยชน์และโครงสร้างอำนาจสังคมเดิม หลังขบวนการนักศึกษาและภาคประชาชนเติบโตอย่างมากยุคหลัง 14 ตุลา 2516 มีการใช้สถานีวิทยุยานเกราะและสื่อฝ่ายขวาจัดในประเทศ ปลุกระดมสร้างความเกลียดชังเอง
มีการจัดตั้งและค้ำจุนกลุ่มมวลชนกึ่งทหาร (กระทิงแดง, นวพล, ลูกเสือชาวบ้าน) โดยกลไกความมั่นคงไทย เพื่อใช้เป็นกองกำลังในการเข้าปราบปรามนักศึกษา และใช้เป็นเงื่อนไขในการทำรัฐประหารยึดอำนาจคืนในเย็นวันเดียวกัน
3. หลักฐานเด็ดจากเอกสารลับ CIA ยืนยันว่าอเมริกาไม่ได้สั่งล้อมปราบ
ในโทรเลขลับที่ CIA รายงานกลับวอชิงตันดีซีในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 (ช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังมีการล้อมปราบในธรรมศาสตร์) รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และที่สำคัญที่สุดคือ
ณ เวลานั้น CIA ยังคาดการณ์ว่ารัฐบาลพลเรือนของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จะยังอยู่บริหารประเทศต่อ สิ่งนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่นักประวัติศาสตร์ใช้พิสูจน์ว่า
อเมริกาไม่ได้รู้ล่วงหน้าหรือร่วมวางแผนรัฐประหาร/ล้อมปราบในวันนั้นเลย เพราะหากอเมริกาเป็นคนสั่งการหรือวางแผนร่วม บันทึกรายงานสถานการณ์ของ CIA จะต้องระบุถึงแผนการยึดอำนาจของคณะทหารไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่นี่พวกเขากลับคาดการณ์ผิดพลาด และทำหน้าที่เป็นเพียง "ผู้สังเกตการณ์ที่ตื่นตระหนก" กับสถานการณ์ตรงหน้าเท่านั้น
เราสามารถไปสืบค้นและดูเอกสารเหล่านี้ได้ที่ไหนบ้าง?
ถ้าใครอยากเห็นหลักฐานด้วยตาตัวเอง สามารถไปสืบค้นได้จากแหล่งข้อมูลทางการเหล่านี้ครับ:
คลังข้อมูลลับของสหรัฐฯ (National Security Archive): ที่เว็บไซต์ Unredacted.com มีการรวบรวมโทรเลขลับกว่า 75 ฉบับเกี่ยวกับการล้อมปราบที่ธรรมศาสตร์โดยเฉพาะ (ลองเสิร์ชบทความชื่อ "Declassified U.S. Documents Help Fill Void Left by Thailand's Silence")
ห้องสมุดดิจิทัลของ CIA (CIA FOIA Reading Room): เว็บไซต์ทางการของ CIA (cia.gov/readingroom) สามารถเข้าไปพิมพ์ค้นหาคำว่า "Thailand 1976" หรือ "Thammasat" จะเจอเอกสารโทรเลขพิมพ์ดีดโบราณฉบับจริงที่มีร่องรอยการเซ็นเซอร์ทาดำในบางจุด
ฐานข้อมูลโครงการ "บันทึก 6 ตุลา" (Doct6.com): สำหรับคนที่อยากอ่านฉบับแปลไทย นักวิชาการไทยได้รวบรวมและแปลเอกสารลับจากสายตา CIA ชุดนี้ไว้เป็นไฟล์ PDF ให้ดาวน์โหลดศึกษาได้ฟรีครับ
บทสรุปของเอไอ:
ความจริงจากเอกสารประวัติศาสตร์ชิ้นต้นบ่งชี้ว่า อเมริกาสนับสนุนการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในภาพใหญ่จริง แต่ในเช้าวันนั้น
กองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และกลุ่มมวลชนฝ่ายขวาจัดของไทยต่างหากที่เป็นคนฉวยโอกาส ปลุกระดม และลงมือสังหารเยาวชนอย่างโหดเหี้ยมเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง ส่วนวาทกรรมในปัจจุบันที่พยายามโยนความผิดทั้งหมดไปให้ "อเมริกา" คือกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อเบี่ยงเบนความรับผิดชอบ (White-washing) ต่ออาชญากรรมรัฐที่เคยเกิดขึ้น และปรับเปลี่ยนเรื่องราวให้เข้ากับบริบทการเมืองร่วมสมัยที่ต้องการปลุกกระแสต่อต้านอเมริกา
เจตนาในการตั้งกระทู้:
กระทู้นี้ถูกเขียนขึ้นมา
ไม่ได้มีเจตนาเพื่อฟื้นฝอยหาตะเข็บ หรือสร้างความแตกแยกทางการเมืองขึ้นมาใหม่ในสังคมปัจจุบันแต่อย่างใด แต่ผู้ตั้งกระทู้มีจุดประสงค์สำคัญ 2 ประการที่ต้องการเน้นย้ำผ่านข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ คือ:
1. เพื่อคืนความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีให้กับเหล่านักศึกษาและเยาวชนผู้สูญเสียชีวิต ที่ในอดีตเคยถูกโฆษณาชวนเชื่อตีตราและกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมว่าเป็นคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงที่เป็นภัยต่อประเทศ
2. เพื่อคืนความจริงให้แก่หน้าประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐอเมริกา (CIA) หลังจากที่มีวาทกรรมยุคใหม่พยายามกล่าวหาว่าอเมริกาคือผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งการสังหารโหดในเช้าวันนั้น ซึ่งไม่ตรงกับหลักฐานชั้นต้นที่มีอยู่
ข้อมูลเอไอ
6 ตุลา 2519: สรุปแล้วเป็นฝีมือ "อเมริกา" หรือ "กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงไทย" กันแน่? (ชวนคุยด้วยเอกสารลับ CIA)
ถ้าเราฟังกระแสสังคม ฝ่ายหนึ่งก็จะบอกว่าเป็นฝีมือของกลไกอำนาจรัฐ กองทัพ และกลุ่มกองกำลังฝ่ายขวาจัดในไทย แต่ในขณะเดียวกัน เราก็มักจะได้ยินวาทกรรมจากฝั่งรอยัลลิสต์หรือฝ่ายขวาบางกลุ่มในปัจจุบันที่พยายามชี้เป้าไปที่ภายนอกว่า "อเมริกา (CIA) คือผู้อยู่เบื้องหลังความโหดเหี้ยมทั้งหมดในเช้าวันนั้น"
ลองไปสืบค้นข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการตามอ่าน "เอกสารลับของ CIA และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ" ที่ถูกปลดชั้นความลับ (Declassified) ออกมาตามกฎหมายของอเมริกา เลยอยากนำข้อมูลชุดนี้มาชวนคุยกันครับ:
ทำไมถึงมีเอกสารลับเหล่านี้เปิดเผยออกมา?
ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา (Executive Order 13526 และกฎหมายข้อมูลข่าวสาร FOIA) เอกสารลับของรัฐบาลอเมริกัน รวมถึง CIA ที่มีอายุครบ 25 ปี จะต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาปลดชั้นความลับโดยอัตโนมัติ (Automatic Declassification) เพื่อความโปร่งใสต่อประวัติศาสตร์ ทำให้เอกสารในช่วงปี 2519 ถูกทยอยเปิดเผยออกมาสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2014 และ 2017 ที่ผ่านมาครับ
เมื่อไล่เรียงข้อเท็จจริงตามเอกสารชั้นต้นเหล่านี้ เราจะพบความจริง 3 ข้อหลัก ๆ ดังนี้ครับ:
1. อเมริกาต่อต้านคอมมิวนิสต์จริง (ผู้สนับสนุนเชิงโครงสร้าง)
ในยุคสงครามเย็น อเมริกากลัวทฤษฎีโดมิโนมาก หลังจากเวียดนาม ลาว กัมพูชา เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2518 อเมริกาจึงทุ่มงบประมาณ อาวุธ และส่ง CIA เข้ามาช่วยฝึกฝนหน่วยงานความมั่นคงไทย (เช่น กอ.รมน. หรือ ตำรวจตระเวนชายแดน) เพื่อสร้างปราการต่อต้านคอมมิวนิสต์ อเมริกาทำหน้าที่เป็น "Enabler" หรือผู้สร้างสภาวะแวดล้อมทางอำนาจและการทหารให้แก่ฝ่ายขวาในไทยมานานนับทศวรรษ
2. กองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และกลุ่มขวาจัดไทย คือผู้ลงมือในเช้าวันนั้น (ผู้บริหารจัดการและสังหาร)
แม้บอกว่าอเมริกาหนุนหลังฝ่ายขวาในภาพรวม แต่เอกสารประวัติศาสตร์ระบุตรงกันว่า เหตุการณ์เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 คือการตัดสินใจและการบริหารจัดการของกลุ่มอำนาจภายในประเทศ 100%
แรงจูงใจหลักเกิดจากความกลัวสูญเสียผลประโยชน์และโครงสร้างอำนาจสังคมเดิม หลังขบวนการนักศึกษาและภาคประชาชนเติบโตอย่างมากยุคหลัง 14 ตุลา 2516 มีการใช้สถานีวิทยุยานเกราะและสื่อฝ่ายขวาจัดในประเทศ ปลุกระดมสร้างความเกลียดชังเอง
มีการจัดตั้งและค้ำจุนกลุ่มมวลชนกึ่งทหาร (กระทิงแดง, นวพล, ลูกเสือชาวบ้าน) โดยกลไกความมั่นคงไทย เพื่อใช้เป็นกองกำลังในการเข้าปราบปรามนักศึกษา และใช้เป็นเงื่อนไขในการทำรัฐประหารยึดอำนาจคืนในเย็นวันเดียวกัน
3. หลักฐานเด็ดจากเอกสารลับ CIA ยืนยันว่าอเมริกาไม่ได้สั่งล้อมปราบ
ในโทรเลขลับที่ CIA รายงานกลับวอชิงตันดีซีในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 (ช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังมีการล้อมปราบในธรรมศาสตร์) รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และที่สำคัญที่สุดคือ ณ เวลานั้น CIA ยังคาดการณ์ว่ารัฐบาลพลเรือนของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จะยังอยู่บริหารประเทศต่อ สิ่งนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่นักประวัติศาสตร์ใช้พิสูจน์ว่า อเมริกาไม่ได้รู้ล่วงหน้าหรือร่วมวางแผนรัฐประหาร/ล้อมปราบในวันนั้นเลย เพราะหากอเมริกาเป็นคนสั่งการหรือวางแผนร่วม บันทึกรายงานสถานการณ์ของ CIA จะต้องระบุถึงแผนการยึดอำนาจของคณะทหารไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่นี่พวกเขากลับคาดการณ์ผิดพลาด และทำหน้าที่เป็นเพียง "ผู้สังเกตการณ์ที่ตื่นตระหนก" กับสถานการณ์ตรงหน้าเท่านั้น
เราสามารถไปสืบค้นและดูเอกสารเหล่านี้ได้ที่ไหนบ้าง?
ถ้าใครอยากเห็นหลักฐานด้วยตาตัวเอง สามารถไปสืบค้นได้จากแหล่งข้อมูลทางการเหล่านี้ครับ:
คลังข้อมูลลับของสหรัฐฯ (National Security Archive): ที่เว็บไซต์ Unredacted.com มีการรวบรวมโทรเลขลับกว่า 75 ฉบับเกี่ยวกับการล้อมปราบที่ธรรมศาสตร์โดยเฉพาะ (ลองเสิร์ชบทความชื่อ "Declassified U.S. Documents Help Fill Void Left by Thailand's Silence")
ห้องสมุดดิจิทัลของ CIA (CIA FOIA Reading Room): เว็บไซต์ทางการของ CIA (cia.gov/readingroom) สามารถเข้าไปพิมพ์ค้นหาคำว่า "Thailand 1976" หรือ "Thammasat" จะเจอเอกสารโทรเลขพิมพ์ดีดโบราณฉบับจริงที่มีร่องรอยการเซ็นเซอร์ทาดำในบางจุด
ฐานข้อมูลโครงการ "บันทึก 6 ตุลา" (Doct6.com): สำหรับคนที่อยากอ่านฉบับแปลไทย นักวิชาการไทยได้รวบรวมและแปลเอกสารลับจากสายตา CIA ชุดนี้ไว้เป็นไฟล์ PDF ให้ดาวน์โหลดศึกษาได้ฟรีครับ
บทสรุปของเอไอ:
ความจริงจากเอกสารประวัติศาสตร์ชิ้นต้นบ่งชี้ว่า อเมริกาสนับสนุนการต่อต้านคอมมิวนิสต์ในภาพใหญ่จริง แต่ในเช้าวันนั้น กองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และกลุ่มมวลชนฝ่ายขวาจัดของไทยต่างหากที่เป็นคนฉวยโอกาส ปลุกระดม และลงมือสังหารเยาวชนอย่างโหดเหี้ยมเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง ส่วนวาทกรรมในปัจจุบันที่พยายามโยนความผิดทั้งหมดไปให้ "อเมริกา" คือกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อเบี่ยงเบนความรับผิดชอบ (White-washing) ต่ออาชญากรรมรัฐที่เคยเกิดขึ้น และปรับเปลี่ยนเรื่องราวให้เข้ากับบริบทการเมืองร่วมสมัยที่ต้องการปลุกกระแสต่อต้านอเมริกา
เจตนาในการตั้งกระทู้:
กระทู้นี้ถูกเขียนขึ้นมา ไม่ได้มีเจตนาเพื่อฟื้นฝอยหาตะเข็บ หรือสร้างความแตกแยกทางการเมืองขึ้นมาใหม่ในสังคมปัจจุบันแต่อย่างใด แต่ผู้ตั้งกระทู้มีจุดประสงค์สำคัญ 2 ประการที่ต้องการเน้นย้ำผ่านข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ คือ:
1. เพื่อคืนความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีให้กับเหล่านักศึกษาและเยาวชนผู้สูญเสียชีวิต ที่ในอดีตเคยถูกโฆษณาชวนเชื่อตีตราและกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมว่าเป็นคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงที่เป็นภัยต่อประเทศ
2. เพื่อคืนความจริงให้แก่หน้าประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐอเมริกา (CIA) หลังจากที่มีวาทกรรมยุคใหม่พยายามกล่าวหาว่าอเมริกาคือผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งการสังหารโหดในเช้าวันนั้น ซึ่งไม่ตรงกับหลักฐานชั้นต้นที่มีอยู่
ข้อมูลเอไอ