ข่าวลือ "กินผักกูดเสี่ยงมะเร็ง" แชร์กันทั่ว... จริงหรือไม่ครับ? 🌿

ข่าวลือ "กินผักกูดเสี่ยงมะเร็ง" แชร์กันทั่ว... จริงหรือไม่ครับ? 🌿

กองบรรณาธิการนิตยสารหมอชาวบ้านสอบถามข้อมูลจาก รศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (ในขณะนั้น) ในคอลัมน์ "ชัวร์แน่ แชร์ได้" ฉบับที่ 456 เมษายน 2560 ซึ่งให้ข้อมูลว่า ข้อความ "กินผักกูดอันตราย เสี่ยงมะเร็ง" ถูกส่งต่อกันบนโลกออนไลน์ข้ามปีอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ว่าผักกูดมีสารก่อมะเร็ง ไม่จริง เพียงแต่ต้องแยกให้ออกว่าเป็นผักกูดชนิดไหนครับ

🔎 ทำไมต้อง "แยกชนิด"
เฟิร์นมีหลายชนิดและหน้าตาคล้ายกันมาก ผู้เชี่ยวชาญยกตัวอย่างว่าที่สวิตเซอร์แลนด์มีเฟิร์นหน้าตาคล้ายผักกูดของไทยแต่มีพิษและก่อมะเร็งได้ และในบ้านเรามี "ผักกูดภูเขา" ที่หน้าตาคล้ายผักกูดทั่วไปและมีสารก่อมะเร็งเหมือนกัน ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นชนิดไหน อย่าเก็บหรือซื้อมากินนะครับ

🍽️ กินได้หลายเมนู
ผักกูดอร่อยที่สุดในหน้าแล้ง เพราะกรอบและมีความหวานในตัว ผู้ใหญ่กินได้ทั้งลวก จิ้ม ผัด และยำ คอลัมน์ "อาหารกับสมุนไพร" ในฉบับเดียวกันระบุเมนูไว้ เช่น ลวกหรือต้มจิ้มน้ำพริก ผักกูดต้มกะทิ ผัดผักกูดไฟแดง แกงส้ม แกงเลียง และยำผักกูด ซึ่งให้ลวกผักพอสุก แช่น้ำเย็นทันที แล้วคลุกกับน้ำยำรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ใส่หมูสับ กุ้งลวก และหอมแดงซอยครับ

🌱 เกร็ดเล็กๆ
คำว่า "กูด" แปลว่า หงิก ผักกูดจึงหมายถึงผักที่มียอดใบหงิกครับ (จากคอลัมน์ "เรื่องน่ารู้" ฉบับเดียวกัน)

ผู้ที่เป็นโรคไตและต้องจำกัดโพแทสเซียม ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนกินผักกูดปริมาณมากนะครับ เพราะผู้เชี่ยวชาญระบุว่าผักกูดมีโพแทสเซียมสูง

📌 อัปเดตข้อมูลปี 2569 (ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทความต้นฉบับ)
- สารก่อมะเร็ง ptaquiloside พบในเฟิร์นแบร็กเคน (Pteridium aquilinum) ซึ่งองค์กรวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC) จัดอยู่กลุ่ม 2B หรืออาจก่อมะเร็งในมนุษย์ และมีรายงานในเฟิร์นบางสกุลอื่นด้วย ยืนยันว่าเฟิร์นบางชนิดมีสารก่อมะเร็งจริง จึงต้องแยกชนิดก่อนกิน
- สำหรับผักกูดที่นิยมกินกันในเอเชีย (Diplazium esculentum) จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ยังไม่พบรายงานสารนี้ แต่งานวิจัยด้านความปลอดภัยยังมีจำกัด จึงไม่ควรสรุปว่าปลอดภัยเต็ม 100%
อัปเดตจาก: งานทบทวนวิชาการเรื่องแบร็กเคนเฟิร์น (วารสาร Toxics ปี 2566)

เคยได้ยินข่าวลือเรื่องผักกูดแล้วเลิกกินไปเลยไหมครับ?

ที่มา : กองบรรณาธิการ คอลัมน์ "ชัวร์แน่ แชร์ได้" (หน้า 12-13), "เรื่องน่ารู้" (หน้า 14) และ "อาหารกับสมุนไพร" (หน้า 61-62) นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 38 ฉบับที่ 456 เมษายน 2560

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่