
------------ข้อที่ 36 --------
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
๓. กินติสูตร
ว่าด้วยภิกษุคิดอย่างไรในพระพุทธเจ้า
-----
[๓๖] ถ้าเธอทั้งหลายมีความคิดในโพธิปักขิยธรรมเหล่านั้นอย่างนี้ว่า ‘ท่านเหล่านี้มีความขัดแย้งกันโดยอรรถ ลงกันได้โดยพยัญชนะ’ เธอทั้งหลายพึงเข้าใจบรรดาภิกษุเหล่านั้นว่า
ภิกษุรูปใดเป็นผู้ที่ตักเตือนได้ง่ายกว่า
ควรเข้าไปหาภิกษุรูปนั้นแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า
‘ท่านทั้งหลายมีความขัดแย้งกันโดยอรรถ ลงกันได้โดยพยัญชนะ
ขอท่านทั้งหลายจงทราบความขัดแย้งกัน
และความลงกันนี้นั้นว่า
‘เป็นความขัดแย้งกันโดยอรรถ ลงกันได้โดยพยัญชนะ
ท่านทั้งหลายอย่าถึงกับวิวาทกันเลย’
ต่อจากนั้นเธอทั้งหลายพึงเข้าใจบรรดาภิกษุผู้เป็นฝ่ายเดียวกันเหล่าอื่นว่า
ภิกษุรูปใดเป็นผู้ที่ตักเตือนได้โดยง่ายกว่า
ควรเข้าไปหาภิกษุรูปนั้นแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า
----
@เชิงอรรถ :
@๑ ขัดแย้งกันโดยอรรถ หมายถึง กล่าวให้ความหมายของคำต่างกัน เช่น สติปัฏฐานหมายถึง กาย สติปัฏฐาน
@หมายถึง เวทนา
ขัดแย้งกันโดยพยัญชนะ หมายถึง กล่าวคำศัพท์ต่างกัน เช่น สติปฏฺฐานํ สติปฏฺฐาโน
@สติปฏฺฐานา (ม.อุ.อ. ๓/๓๕/๑๙, ๓๗/๑๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๔๕}
----
พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๑. เทวทหวรรค]
๓. กินติสูตร
‘ท่านทั้งหลายมีความขัดแย้งกันโดยอรรถ ลงกันได้โดยพยัญชนะ
ขอท่านทั้งหลาย จงทราบความขัดแย้งกันและความลงกันนี้นั้นว่า
‘เป็นความขัดแย้งกันโดยอรรถลงกันได้โดยพยัญชนะ
ขอท่านทั้งหลายอย่าถึงกับวิวาทกันเลย’
เธอทั้งหลายพึงจำข้อที่ภิกษุเหล่านั้นยึดถือผิดโดยความยึดถือผิด
พึงจำข้อที่ภิกษุเหล่านั้นยึดถือถูกโดยความยึดถือถูก
ครั้นจำได้แล้ว พึงกล่าวธรรม วินัย
ด้วยอาการอย่างนี้
------------จบข้อที่ 36------

3.กินติสูตร
อยู่ใน เทวทหวรรค
อยู่ใน อุปปริปัณณาสก์
อยู่ใน มัชฌิมนิกาย(ชุมนุมพระสูตรที่มีความยาวขนาดปานกลาง 152 สูตร)
อยู่ใน พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 6 หรือ พระไตรปิฎกเล่มที่ 14

ส่วนพระอภิธัมปิฎก นั้น มีโพธิปักขิยธรรมอยู่ใน คัมภีร์วิภังค์ ในพระอภิธรรมเล่ม 2 หรือ พระไตรปิฎกเล่มที่ 35

ยังคงเป็นคลิปที่ 1 ใน 3 คลิปอยู่นะครับ
นะ ทีนี้เดี๋ยวผมจาชี้ให้ดูก่อนว่า มี 4 กรณีเป็นยังไง
48.54---
กรณีที่ 2 ก็คือ ต่างทางด้านอรรถะ แต่เหมือนกันทางด้านพยัญชนะ
นานัง แปลว่า ต่างกัน
สะเมติ แปลว่า เหมือนกัน
นะครับ นี้ก็กรณีที่สองนะ
49.05---
กินติสูตร - ธรรมที่ทรงแสดงด้วยปัญญาอันยิ่ง : ดร.สุภีร์ ทุมทอง : พุทธธรรมสวนหลวง : ตอนที่ 3 พระบาลีข้อที่ 36
------------ข้อที่ 36 --------
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
๓. กินติสูตร
ว่าด้วยภิกษุคิดอย่างไรในพระพุทธเจ้า
-----
[๓๖] ถ้าเธอทั้งหลายมีความคิดในโพธิปักขิยธรรมเหล่านั้นอย่างนี้ว่า ‘ท่านเหล่านี้มีความขัดแย้งกันโดยอรรถ ลงกันได้โดยพยัญชนะ’ เธอทั้งหลายพึงเข้าใจบรรดาภิกษุเหล่านั้นว่า
ภิกษุรูปใดเป็นผู้ที่ตักเตือนได้ง่ายกว่า
ควรเข้าไปหาภิกษุรูปนั้นแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า
‘ท่านทั้งหลายมีความขัดแย้งกันโดยอรรถ ลงกันได้โดยพยัญชนะ
ขอท่านทั้งหลายจงทราบความขัดแย้งกัน
และความลงกันนี้นั้นว่า
‘เป็นความขัดแย้งกันโดยอรรถ ลงกันได้โดยพยัญชนะ
ท่านทั้งหลายอย่าถึงกับวิวาทกันเลย’
ต่อจากนั้นเธอทั้งหลายพึงเข้าใจบรรดาภิกษุผู้เป็นฝ่ายเดียวกันเหล่าอื่นว่า
ภิกษุรูปใดเป็นผู้ที่ตักเตือนได้โดยง่ายกว่า
ควรเข้าไปหาภิกษุรูปนั้นแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า
----
@เชิงอรรถ :
@๑ ขัดแย้งกันโดยอรรถ หมายถึง กล่าวให้ความหมายของคำต่างกัน เช่น สติปัฏฐานหมายถึง กาย สติปัฏฐาน
@หมายถึง เวทนา
ขัดแย้งกันโดยพยัญชนะ หมายถึง กล่าวคำศัพท์ต่างกัน เช่น สติปฏฺฐานํ สติปฏฺฐาโน
@สติปฏฺฐานา (ม.อุ.อ. ๓/๓๕/๑๙, ๓๗/๑๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๔๕}
----
พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๑. เทวทหวรรค]
๓. กินติสูตร
‘ท่านทั้งหลายมีความขัดแย้งกันโดยอรรถ ลงกันได้โดยพยัญชนะ
ขอท่านทั้งหลาย จงทราบความขัดแย้งกันและความลงกันนี้นั้นว่า
‘เป็นความขัดแย้งกันโดยอรรถลงกันได้โดยพยัญชนะ
ขอท่านทั้งหลายอย่าถึงกับวิวาทกันเลย’
เธอทั้งหลายพึงจำข้อที่ภิกษุเหล่านั้นยึดถือผิดโดยความยึดถือผิด
พึงจำข้อที่ภิกษุเหล่านั้นยึดถือถูกโดยความยึดถือถูก
ครั้นจำได้แล้ว พึงกล่าวธรรม วินัย
ด้วยอาการอย่างนี้
------------จบข้อที่ 36------
3.กินติสูตร
อยู่ใน เทวทหวรรค
อยู่ใน อุปปริปัณณาสก์
อยู่ใน มัชฌิมนิกาย(ชุมนุมพระสูตรที่มีความยาวขนาดปานกลาง 152 สูตร)
อยู่ใน พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 6 หรือ พระไตรปิฎกเล่มที่ 14
ส่วนพระอภิธัมปิฎก นั้น มีโพธิปักขิยธรรมอยู่ใน คัมภีร์วิภังค์ ในพระอภิธรรมเล่ม 2 หรือ พระไตรปิฎกเล่มที่ 35
ว่า อภิธัมเม ได้แก่ ในธรรมอันวิเศษยิ่ง
อธิบายว่า ในโพธิปักขิยธรรม 37 ประการเหล่านี้.
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=14&i=42
นะ ทีนี้เดี๋ยวผมจาชี้ให้ดูก่อนว่า มี 4 กรณีเป็นยังไง
48.54---
กรณีที่ 2 ก็คือ ต่างทางด้านอรรถะ แต่เหมือนกันทางด้านพยัญชนะ
นานัง แปลว่า ต่างกัน
สะเมติ แปลว่า เหมือนกัน
นะครับ นี้ก็กรณีที่สองนะ
49.05---