เมื่อพูดถึง “ผัดกะเพรา” เชื่อว่าหลายคนมักมองเป็นเพียงอาหารจานด่วนยอดฮิตในชีวิตประจำวัน แต่ในทางแพทย์แผนไทยและศาสตร์อายุรเวท “ใบกะเพรา” ถูกยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งสมุนไพร” เพราะนอกจากจะให้อาหารมีกลิ่นหอมชวนรับประทานแล้ว ใบกะเพรายังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาและสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย
1. คุณค่าทางโภชนาการและสารสำคัญ
ใบกะเพราอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น วิตามินซี, วิตามินเอ, แคลเซียม, ธาตุเหล็ก, และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังมีน้ำมันหอมระเหยสำคัญ ได้แก่ “ยูจีนอล” (Eugenol) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กะเพรามีกลิ่นหอมเผ็ดร้อนเอกลักษณ์ และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย
2. สรรพคุณและประโยชน์ต่อสุขภาพ
ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับลม บรรเทาอาการท้องอืด
ตามตำรับยาไทย ใบกะเพรามีฤทธิ์เผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ขับลม แก้จุกเสียด แน่นท้อง และช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้เป็นอย่างดี
ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
การศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า สารสกัดและสารสำคัญในใบกะเพรามีส่วนช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง รวมถึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจและผู้ป่วยเบาหวาน
อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
ใบกะเพรามีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของการเกิดการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ช่วยปรับสมดุลความเครียด
ในศาสตร์อายุรเวท กะเพราจัดเป็นพืชกลุ่ม Adaptogen หรือพืชที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจปรับตัวต่อความเครียด ช่วยบรรเทาความวิตกกังวล และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
3. กะเพราแดง vs กะเพราขาว เลือกแบบไหนดี?
กะเพราแดง: ลำต้นและใบมีสีม่วงแดง มีกลิ่นฉุนและรสเผ็ดร้อนแรงกว่า ในทางยาสมุนไพรไทยนิยมนำกะเพราแดงมาทำเป็นยาเพราะมีสรรพคุณทางยาสูงกว่า
กะเพราขาว: ลำต้นและใบมีสีเขียว กลิ่นหอมละมุน นิยมนำมาปรุงอาหารทั่วไป
4. ข้อควรระวังในการบริโภค
ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ควรระมัดระวังการทานสารสกัดหรือชากะเพราปริมาณมาก เพราะกะเพราอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
หญิงตั้งครรภ์: เลี่ยงการรับประทานกะเพราในรูปแบบอาหารเสริมหรือสารสกัดเข้มข้น
การปรุงอาหาร: แม้กะเพราจะมีประโยชน์ แต่ผัดกะเพราตามร้านอาหารมักมีปริมาณน้ำมัน โซเดียม (ซอสปรุงรส) และน้ำตาลสูง ดังนั้น หากต้องการทานเพื่อสุขภาพ ควรเน้นผัดแบบน้ำมันน้อย
ใบกะเพราไม่ใช่แค่เครื่องปรุงเพิ่มรสชาติ แต่เป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่ช่วยดูแลระบบย่อยอาหาร ลดการอักเสบ และเสริมภูมิคุ้มกัน การรับประทานกะเพราสดหรือปรุงแบบคลีนเป็นประจำจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ในการดูแลสุขภาพรายวัน
ที่มา :
https://mgronline.com/goodhealth/detail/9690000102495?tbref=hp
ส่องประโยชน์ ‘ใบกะเพรา’ สารพัดสรรพคุณดูแลสุขภาพ ลดน้ำตาล ขับลม ปรับสมดุลความเครียด
เมื่อพูดถึง “ผัดกะเพรา” เชื่อว่าหลายคนมักมองเป็นเพียงอาหารจานด่วนยอดฮิตในชีวิตประจำวัน แต่ในทางแพทย์แผนไทยและศาสตร์อายุรเวท “ใบกะเพรา” ถูกยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งสมุนไพร” เพราะนอกจากจะให้อาหารมีกลิ่นหอมชวนรับประทานแล้ว ใบกะเพรายังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาและสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย
1. คุณค่าทางโภชนาการและสารสำคัญ
ใบกะเพราอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น วิตามินซี, วิตามินเอ, แคลเซียม, ธาตุเหล็ก, และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังมีน้ำมันหอมระเหยสำคัญ ได้แก่ “ยูจีนอล” (Eugenol) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กะเพรามีกลิ่นหอมเผ็ดร้อนเอกลักษณ์ และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย
2. สรรพคุณและประโยชน์ต่อสุขภาพ
ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับลม บรรเทาอาการท้องอืด
ตามตำรับยาไทย ใบกะเพรามีฤทธิ์เผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ขับลม แก้จุกเสียด แน่นท้อง และช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้เป็นอย่างดี
ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
การศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า สารสกัดและสารสำคัญในใบกะเพรามีส่วนช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง รวมถึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจและผู้ป่วยเบาหวาน
อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
ใบกะเพรามีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของการเกิดการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ช่วยปรับสมดุลความเครียด
ในศาสตร์อายุรเวท กะเพราจัดเป็นพืชกลุ่ม Adaptogen หรือพืชที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจปรับตัวต่อความเครียด ช่วยบรรเทาความวิตกกังวล และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
3. กะเพราแดง vs กะเพราขาว เลือกแบบไหนดี?
กะเพราแดง: ลำต้นและใบมีสีม่วงแดง มีกลิ่นฉุนและรสเผ็ดร้อนแรงกว่า ในทางยาสมุนไพรไทยนิยมนำกะเพราแดงมาทำเป็นยาเพราะมีสรรพคุณทางยาสูงกว่า
กะเพราขาว: ลำต้นและใบมีสีเขียว กลิ่นหอมละมุน นิยมนำมาปรุงอาหารทั่วไป
4. ข้อควรระวังในการบริโภค
ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ควรระมัดระวังการทานสารสกัดหรือชากะเพราปริมาณมาก เพราะกะเพราอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
หญิงตั้งครรภ์: เลี่ยงการรับประทานกะเพราในรูปแบบอาหารเสริมหรือสารสกัดเข้มข้น
การปรุงอาหาร: แม้กะเพราจะมีประโยชน์ แต่ผัดกะเพราตามร้านอาหารมักมีปริมาณน้ำมัน โซเดียม (ซอสปรุงรส) และน้ำตาลสูง ดังนั้น หากต้องการทานเพื่อสุขภาพ ควรเน้นผัดแบบน้ำมันน้อย
ใบกะเพราไม่ใช่แค่เครื่องปรุงเพิ่มรสชาติ แต่เป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่ช่วยดูแลระบบย่อยอาหาร ลดการอักเสบ และเสริมภูมิคุ้มกัน การรับประทานกะเพราสดหรือปรุงแบบคลีนเป็นประจำจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ในการดูแลสุขภาพรายวัน
ที่มา : https://mgronline.com/goodhealth/detail/9690000102495?tbref=hp