สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน
หลังจากที่เราพึ่งฟินและอินกับคอนเสิร์ตใหญ่ของ "หลิงออม"กับงาน "LINGORM THE WORLD BETWEEN US CONCERT" ไปหมาดๆ ใจจริงแอบคิดว่าช่วงท้ายของคอนเสิร์ต ช่องน่าจะมีเซอร์ไพรส์ประกาศโปรเจกต์ใหญ่ หรือแพลนงานในปีหน้าให้พวกเราได้เห็นกัน แต่พอจบงานแล้วกลับยังไม่มีการเคาะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแบบที่ลุ้นกันไว้ ก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย
แต่พอย้อนดูไทม์ไลน์จากที่ผ่านๆมาแล้ว เลยอดคิดไม่ได้ว่า หรือทางช่อง 3 ตั้งใจเก็บแพลนโปรเจกต์ปีหน้าของทั้งคู่ ไปรอเซอร์ไพรส์ทีเดียวในงานเปิดวิกช่อง 3 หรืองาน Line Up ช่อง 3 ประจำปี ทีเดียวเลยหรือเปล่า เพราะปกติงานไลน์อัพช่อง คือมหกรรมรวมตัวปล่อยของใหม่ที่น่าสนใจอยู่แล้ว
และถ้าพูดถึงสิ่งที่คาดหวังในแพลนปีหน้าของ "หลิงออม" ขอลงรายละเอียดทีละประเด็น ดังนี้
1. ซีรีส์เรื่องที่ 4 ของ "หลิงออม" กับการขยับสเกล และแนวที่แตกต่าง
ถ้าพูดถึงผลงานชิ้นต่อไป สิ่งที่แฟนคลับคาดหวังและพูดถึงกันมากที่สุดคือ การได้เห็นซีรีส์เรื่องที่ 4 ในแนวทางที่แตกต่าง และฉีกออกไปจาก 3 เรื่องก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของพล็อตเรื่อง คาแรคเตอร์ที่ท้าทายขึ้น หรือการเปลี่ยนแนวไปเลย เพื่อเป็นการเปิดประตูบานใหม่ ให้ทั้งคู่ได้โชว์ศักยภาพทางการแสดงที่กว้างและรอบด้านยิ่งขึ้น (โดยส่วนตัวคาดหวังกับแนวคอมมาดี้แอคชั่นค่ะ)
นอกจากตัวบทแล้ว อีกหนึ่งความคาดหวังที่สำคัญมากๆ คือ การขยับสเกลผลงานให้กลายเป็นละครโทรทัศน์ ที่มีความยาวรวมทั้งหมด 20-22 ตอน เนื่องจากที่ผ่านมาผลงานในรูปแบบกระชับ อาจจะตอบโจทย์ความฉับไว แต่ด้วยดีมานด์และพลังซัพพอร์ตจากฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและเติบโตขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง การมีผลงานสเกลใหญ่ความยาวเต็มอิ่ม จะช่วยให้การเล่าเรื่องมีมิติ มีช่องว่างในการพัฒนาความสัมพันธ์ และปมปัญหาของตัวละครได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น แฟนๆจะได้เสพกันแบบยาวๆ คุ้มค่ากับการรอคอย
และเมื่อเราลองย้อนกลับมามองภาพรวมทางธุรกิจ ตัวเลขมันฟ้องและชัดเจนในตัวเองมาโดยตลอด หากอ้างอิงจากรายงานงบการเงินประจำปีของช่องในช่วงสองปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่ารายได้มหาศาลจากงานพรีเซ็นเตอร์, อีเวนต์, แฟนมีตติ้ง และคอนเสิร์ตใหญ่ที่ Sold Out เกลี้ยงในทุกที่นั่งและเกือบทุกงานของ "หลิงออม" คือหนึ่งในขุมพลังหลักที่เป็นสัดส่วนรายได้ชิ้นใหญ่ของช่อง
ดังนั้น เมื่อศิลปินทำหน้าที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และชื่อเสียงให้ช่องในระดับนี้แล้ว มันจึงถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่ทางช่อง 3 ควรจะต่อยอดความสำเร็จนี้ด้วยความจริงใจและสมน้ำสมเนื้อ ขยับสเกลการลงทุนให้ใหญ่ขึ้น เทียบเท่ากับที่ช่องลงทุนในผลงานทั่วไปของละครชาย-หญิง ที่ถ้าพูดถึงรายได้และผลประกอบการโดยรวม ก็ยังไม่เท่าที่ “หลิงออม” ทำได้ ช่องควรขยับสเกลทั้งในแง่ของงบประมาณโปรดักชัน ทีมงานมืออาชีพ และการโปรโมตที่เหมาะสม เพื่อผลงานชิ้นโบว์แดงที่จะเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของน้องๆในปีหน้า
*แบรนดิ้งคู่ คือหัวใจและจุดศูนย์กลางทั้งหมดที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ "หลิงออม"
ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน นี่คือรากฐานที่สำคัญที่สุดที่นำพาทั้งคู่ก้าวไปข้างหน้าให้เติบโต และจะเติบโตได้มากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ความสำเร็จมหาศาลและกระแสระดับปรากฏการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผลงานเดี่ยวเป็นหลัก แต่เกิดจากพลังของ "ความเป็นคู่" ที่ผูกโยงศิลปินทั้งสองคนไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แฟนคลับหลงรัก ศิลปินเติบโตมาได้เพราะแบรนดิ้งคู่นี้ และจะสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืนด้วยพลังของแบรนดิ้งคู่เช่นเดียวกัน โดยไม่มีความจำเป็นต้องลดทอนคุณค่า หรือต้องแยกย้ายออกไปพิสูจน์ตัวเองในตอนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พวกเธอกำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุด และเป็นจุดที่ใครๆก็ต่างอยากเข้ามาหรือร่วมอยู่ในพื้นที่ความสำเร็จเดียวกัน
เมื่อเจาะลึกถึงธรรมชาติของแฟนด้อมสายแซฟฟิก และโดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับชาวจีนซึ่งถือเป็นฐานทุนและเม็ดเงินหลัก (Fandom Economy) ที่ขับเคลื่อนโปรเจกต์ โหวต ยอดสนับสนุน และสถิติต่างๆในระดับสากล จะพบว่าพฤติกรรมการซัพพอร์ตมีความเฉพาะตัวสูงมาก แฟนคลับกลุ่มนี้ไม่ได้รักหรือติดตามศิลปินในฐานะปัจเจกบุคคลที่แยกขาดจากกัน แต่มีความผูกพันลึกซึ้งกับ "ความสัมพันธ์และการเดินทางร่วมกัน" ของทั้งคู่
ความเข้าใจผิดที่มักเกิดขึ้นบ่อยคือการคิดว่าแฟนคลับที่พร้อมซัพพอร์ตเดี่ยวจะสามารถโอนย้ายความรู้สึกไปสนับสนุนโปรเจกต์ใดก็ได้แบบเดิม ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เลย ต่อให้เป็นกลุ่มแฟนคลับที่เอ็นดูและพร้อมซัพพอร์ตศิลปินในฐานะปัจเจกเดี่ยว ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะพร้อมย้ายพลังซัพพอร์ตหรือความทุ่มเทไปสนับสนุนใครก็ตามที่ถูกจับคู่ให้ไปร่วมงานด้วยเสมอไป ความผูกพันที่แท้จริงยังคงผูกติดอยู่กับแก่นของตัวศิลปินและแบรนดิ้งเดิม การไปปรากฏตัวในบริบทอื่นที่หลุดจากแก่นความสัมพันธ์นี้ จึงไม่ได้สร้างความรู้สึกร่วมแบบเดียวกัน และไม่สามารถดึงดูดพลังซื้อหรือแรงสนับสนุนมหาศาลเท่ากับสิ่งที่แฟนคลับมอบให้ในฐานะ "หลิงออม" ได้
ดังนั้น ในจังหวะที่ศิลปินกำลังพีคและทรงพลังที่สุด ช่องจึงไม่ควรตัดสินใจทำอะไรที่ขาดความรอบคอบ หรือเสี่ยงทดลองสิ่งที่ไม่เป็นผลดีต่อตัวศิลปินและฐานแฟนคลับ การรักษาความต่อเนื่องและให้ความสำคัญสูงสุดกับแบรนดิ้งคู่ในเวลานี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกของแฟนคลับ แต่คือกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ฉลาดที่สุดในการปกป้องและต่อยอดมูลค่าของศิลปินให้อยู่ในจุดสูงสุดอย่างมั่นคงระยะยาว การเลือกที่จะรักษาแบรนดิ้งคู่นี้ไว้เป็นความสำคัญลำดับแรก คือสิ่งที่ฉลาดที่สุดที่ช่องควรจะทำ
(และการเลือกลดทอนบางอย่างลง เพื่อผลักดันหรือคิดว่าบางอย่างจะขึ้นมาได้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรคิดและทำที่สุด เพราะเป็นการดูถูกทั้งศิลปินและแฟนคลับ ว่าไม่สามารถเติบโตได้ด้วยตนเอง จนต้องพึ่งพาให้คนอื่นหลบทางก่อน)
2. ก้าวสู่จอเงิน ถึงเวลาที่ "หลิงออม" ควรชิมลางภาพยนตร์ไทยได้แล้ว
อีกหนึ่งความคาดหวังที่แฟนๆพูดถึงและอยากเห็นมากๆ สำหรับก้าวต่อไปของทั้งคู่ คือการขยับขยายพื้นที่การแสดงจากหน้าจอโทรทัศน์ สู่การเดบิวต์ผลงานภาพยนตร์จอเงินอย่างเป็นทางการ
เมื่อมองจากกระแสความนิยมที่ยืนระยะได้อย่างมั่นคง ฐานแฟนคลับที่พร้อมซัพพอร์ตในทุกแพลตฟอร์ม และศักยภาพทางการแสดงที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ การได้เห็น "หลิงออม" ในโปรเจกต์ภาพยนตร์ฟอร์มดีสักเรื่อง ถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมและควรค่าแก่การรอคอยมากๆ
3. รายการเรียลลิตี้/วาไรตี้ พื้นที่แสดงตัวตนและเคมีธรรมชาติที่แฟนๆเรียกร้อง
นอกจากผลงานการแสดงทั้งละครและภาพยนตร์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่แฟนคลับคาดหวังและพูดถึงกันหนาหูไม่แพ้กันคือ การได้เห็น "หลิงออม" มีรายการเรียลลิตี้หรือวาไรตี้โชว์ที่เป็นของตัวเองอย่างเป็นทางการ
ในช่วงที่ผ่านมา แม้เราจะได้เห็นทั้งคู่ผ่านงานอีเวนต์ พรีเซ็นเตอร์ หรือคลิปเบื้องหลังต่างๆอยู่เรื่อยๆ แต่ความยาวและรูปแบบของคอนเทนต์เหล่านั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของแฟนๆที่อยากเห็นมิติอื่นๆในตัวตนของน้องทั้งสองคนอย่างเต็มอิ่ม
เสน่ห์ที่ทำให้คนตกหลุมรัก "หลิงออม" ไม่ใช่แค่ฝีมือการแสดงในบทบาทต่างๆเท่านั้น แต่คือความธรรมชาติ ความเข้าขา และไลฟ์สไตล์เวลาที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน การมีรายการวาไรตี้หรือเรียลลิตี้ (เช่น แนวทริปท่องเที่ยว, ไปทำภารกิจท้าทาย หรือใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านสักหลัง) จะเปิดโอกาสให้แฟนๆได้เห็นมุมน่ารัก โก๊ะๆ หรือมุมที่ลึกซึ้งจริงจัง ซึ่งหาดูไม่ได้จากในละคร
และในมุมมองของการตลาดและสื่อยุคใหม่ รายการวาไรตี้แนวสตรีมมิ่งหรือออนแอร์คู่ขนานทางช่องทางออนไลน์ (เช่น ช่อง YouTube ของช่อง 3 หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่นๆ) ถือเป็นแม่เหล็กชั้นดีในการดึงยอดวิว สร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย และดึงดูดสปอนเซอร์รายใหญ่ได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
เพราะเนื่องจากกระบวนการถ่ายทำซีรีส์หรือภาพยนตร์เรื่องหนึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน การมีรายการวาไรตี้มาคั่นกลางออนแอร์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาความนิยมของศิลปินให้อยู่ในกระแสความสนใจของประชาชนตลอดเวลา ไม่ทำให้แฟนๆรู้สึกเหงาหรือขาดช่วงจากการรอคอยผลงานยาวๆ
4. ทัวร์มีต 4 ภาค พาความสุขไปหาแฟนๆถึงถิ่น
อีกหนึ่งความคาดหวังที่แฟนคลับต่างเรียกร้องและพูดถึงกันหนาหูไม่แพ้กันคือ การจัดแฟนมีตติ้งทัวร์ในรูปแบบ "ทัวร์มีต 4 ภาค" อีกครั้ง
แม้ว่าที่ผ่านมา "หลิงออม" จะมีโอกาสได้พบปะแฟนๆ ผ่านงานอีเวนต์ แฟนมีตติ้งเดี่ยว หรือคอนเสิร์ตใหญ่ในเมืองหลวงหรือหัวเมืองหลักๆมาแล้วหลายครั้ง แต่ฐานแฟนคลับของทั้งคู่ได้เติบโตและขยายวงกว้างออกไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว การเดินทางมาร่วมงานใหญ่ๆในกรุงเทพฯ อาจมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ค่าใช้จ่าย และการเดินทางสำหรับแฟนคลับต่างจังหวัดจำนวนมาก
การจัดทัวร์มีตติ้งไปยังภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคกลาง/ตะวันออก จะช่วยให้แฟนคลับในต่างจังหวัดที่ไม่สะดวกเดินทางไกล ได้มีโอกาสสัมผัสความฟิน ได้เจอศิลปินตัวจริง และร่วมสร้างโมเมนต์ความประทับใจร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
5. "มาตคอสโลโล่" พลังซัพพอร์ตสุดอบอุ่นที่เติมเต็มครอบครัว และต่อยอดธุรกิจได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ถ้าพูดถึงอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว "หลิงออม" ไปแล้ว ก็คงจะหนีไม่พ้น "โลโล่"ลูกชายตัวน้อยที่ขโมยหัวใจแฟนคลับไปแบบเต็มๆ
ในมุมมองของแฟนด้อม จุดเริ่มต้นหลายๆคนอาจจะเข้ามาซัพพอร์ตเพราะตัวศิลปิน แต่พอยิ่งได้เห็นโมเมนต์ความน่ารัก ความอบอุ่น เวลาที่ "หลิงออม" และ "โลโล่" อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว มันยิ่งสร้างความรู้สึกผูกพันลึกซึ้ง แฟนคลับไม่ได้มองโลโล่เป็นแค่มาตคอส แต่เอ็นดูและรักเหมือนเป็นลูกหลานคนหนึ่งของด้อมไปแล้ว ดังนั้น สิ่งที่แฟนๆอยากเห็นและเรียกร้องมากๆ คือการได้เห็นคอนเทนต์ที่รวมกันทั้งสามคน (หลิงออมโลโล่) ให้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของรายการวาไรตี้ช่องทางออนไลน์, Vlog ครอบครัว หรือเบื้องหลังไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวัน เพราะโมเมนต์เหล่านี้คือพลังบวกชั้นดีที่เติมเต็มหัวใจและสร้างรอยยิ้มให้แฟนคลับได้เสมอ
ในมุมมองทางธุรกิจ (Business Opportunity) การมี "โลโล่" เข้ามาอยู่ในสมการความสุขนี้ คือโอกาสทองในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ที่ช่องไม่ควรปล่อยผ่านอย่างยิ่ง ความผูกพันที่แฟนคลับมีต่อมาสคอตหรือสมาชิกตัวน้อยตัวนี้ สามารถนำไปพัฒนาและผลิตสินค้า Merchandise ของที่ระลึกต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายได้อย่างหลากหลายและทำกำไรได้มหาศาลในอนาคต (เช่น คอลเลกชันสินค้า Pet-friendly, พวงกุญแจ, ตุ๊กตา หรือสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวกับโลโล่) ซึ่งจะได้รับการตอบรับและ Sold Out อย่างรวดเร็วจากพลังซื้อของแฟนคลับอย่างแน่นอน
และที่สำคัญที่สุด ประเด็นนี้ยังกลับมาตอกย้ำเหตุผลหลักในข้อแรกๆว่า นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลสำคัญว่าทำไมเราถึงไม่ควรแยก "หลิงออม" ให้ไปรับงานโปรเจกต์คู่กับคนอื่น เพราะภาพจำของความเป็นครอบครัว ความอบอุ่น และความผูกพันที่เชื่อมโยงกันทั้ง "หลิงออมโลโล่" คือความพิเศษเฉพาะตัวที่สมบูรณ์แบบในตัวเองอยู่แล้ว การรักษาและคีพแบรนดิ้งคู่นี้ไว้ให้มั่นคงที่สุด จึงเป็นการปกป้องทั้งความรู้สึกของแฟนคลับ และรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนในระยะยาวค่ะ
ทั้งหมดนี้คือเสียงสะท้อนจากหัวใจของแฟนคลับที่ทั้งรัก ทั้งห่วง และพร้อมซัพพอร์ต "หลิงออม" เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการขยับสเกลซีรีส์เรื่องใหม่ การก้าวสู่จอเงิน ตลอดจนการสร้างสรรค์วาไรตี้และการจัดทัวร์มีตติ้ง 4 ภาคเพื่อเข้าถึงแฟนๆทั่วประเทศ
ความสำเร็จและเม็ดเงินมหาศาลที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือเครื่องพิสูจน์แล้วว่าศักยภาพของทั้งคู่เติบโตเกินกว่ากรอบเดิมๆไปไกลมากแล้ว หวังว่าทางช่องจะรับฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้ และนำไปต่อยอดวางแผนงานในปีหน้าด้วยความจริงใจและสมน้ำสมเนื้อ เพื่อให้ก้าวต่อไปของ "หลิงออม" เติบโตอย่างมั่นคง ทรงพลัง และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการบันเทิงไทยไปด้วยกันอย่างยั่งยืนค่ะ
แล้วเพื่อนๆในด้อมมีความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือคาดหวังอะไรกันอีกบ้าง มาแชร์และพูดคุยกันได้เลยนะคะ
ความคาดหวังที่มีต่อโปรเจกต์ในปีหน้าของ “หลิงออม”
หลังจากที่เราพึ่งฟินและอินกับคอนเสิร์ตใหญ่ของ "หลิงออม"กับงาน "LINGORM THE WORLD BETWEEN US CONCERT" ไปหมาดๆ ใจจริงแอบคิดว่าช่วงท้ายของคอนเสิร์ต ช่องน่าจะมีเซอร์ไพรส์ประกาศโปรเจกต์ใหญ่ หรือแพลนงานในปีหน้าให้พวกเราได้เห็นกัน แต่พอจบงานแล้วกลับยังไม่มีการเคาะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแบบที่ลุ้นกันไว้ ก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย
แต่พอย้อนดูไทม์ไลน์จากที่ผ่านๆมาแล้ว เลยอดคิดไม่ได้ว่า หรือทางช่อง 3 ตั้งใจเก็บแพลนโปรเจกต์ปีหน้าของทั้งคู่ ไปรอเซอร์ไพรส์ทีเดียวในงานเปิดวิกช่อง 3 หรืองาน Line Up ช่อง 3 ประจำปี ทีเดียวเลยหรือเปล่า เพราะปกติงานไลน์อัพช่อง คือมหกรรมรวมตัวปล่อยของใหม่ที่น่าสนใจอยู่แล้ว
และถ้าพูดถึงสิ่งที่คาดหวังในแพลนปีหน้าของ "หลิงออม" ขอลงรายละเอียดทีละประเด็น ดังนี้
1. ซีรีส์เรื่องที่ 4 ของ "หลิงออม" กับการขยับสเกล และแนวที่แตกต่าง
ถ้าพูดถึงผลงานชิ้นต่อไป สิ่งที่แฟนคลับคาดหวังและพูดถึงกันมากที่สุดคือ การได้เห็นซีรีส์เรื่องที่ 4 ในแนวทางที่แตกต่าง และฉีกออกไปจาก 3 เรื่องก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของพล็อตเรื่อง คาแรคเตอร์ที่ท้าทายขึ้น หรือการเปลี่ยนแนวไปเลย เพื่อเป็นการเปิดประตูบานใหม่ ให้ทั้งคู่ได้โชว์ศักยภาพทางการแสดงที่กว้างและรอบด้านยิ่งขึ้น (โดยส่วนตัวคาดหวังกับแนวคอมมาดี้แอคชั่นค่ะ)
นอกจากตัวบทแล้ว อีกหนึ่งความคาดหวังที่สำคัญมากๆ คือ การขยับสเกลผลงานให้กลายเป็นละครโทรทัศน์ ที่มีความยาวรวมทั้งหมด 20-22 ตอน เนื่องจากที่ผ่านมาผลงานในรูปแบบกระชับ อาจจะตอบโจทย์ความฉับไว แต่ด้วยดีมานด์และพลังซัพพอร์ตจากฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและเติบโตขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง การมีผลงานสเกลใหญ่ความยาวเต็มอิ่ม จะช่วยให้การเล่าเรื่องมีมิติ มีช่องว่างในการพัฒนาความสัมพันธ์ และปมปัญหาของตัวละครได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น แฟนๆจะได้เสพกันแบบยาวๆ คุ้มค่ากับการรอคอย
และเมื่อเราลองย้อนกลับมามองภาพรวมทางธุรกิจ ตัวเลขมันฟ้องและชัดเจนในตัวเองมาโดยตลอด หากอ้างอิงจากรายงานงบการเงินประจำปีของช่องในช่วงสองปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่ารายได้มหาศาลจากงานพรีเซ็นเตอร์, อีเวนต์, แฟนมีตติ้ง และคอนเสิร์ตใหญ่ที่ Sold Out เกลี้ยงในทุกที่นั่งและเกือบทุกงานของ "หลิงออม" คือหนึ่งในขุมพลังหลักที่เป็นสัดส่วนรายได้ชิ้นใหญ่ของช่อง
ดังนั้น เมื่อศิลปินทำหน้าที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และชื่อเสียงให้ช่องในระดับนี้แล้ว มันจึงถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่ทางช่อง 3 ควรจะต่อยอดความสำเร็จนี้ด้วยความจริงใจและสมน้ำสมเนื้อ ขยับสเกลการลงทุนให้ใหญ่ขึ้น เทียบเท่ากับที่ช่องลงทุนในผลงานทั่วไปของละครชาย-หญิง ที่ถ้าพูดถึงรายได้และผลประกอบการโดยรวม ก็ยังไม่เท่าที่ “หลิงออม” ทำได้ ช่องควรขยับสเกลทั้งในแง่ของงบประมาณโปรดักชัน ทีมงานมืออาชีพ และการโปรโมตที่เหมาะสม เพื่อผลงานชิ้นโบว์แดงที่จะเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของน้องๆในปีหน้า
*แบรนดิ้งคู่ คือหัวใจและจุดศูนย์กลางทั้งหมดที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ "หลิงออม"
ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน นี่คือรากฐานที่สำคัญที่สุดที่นำพาทั้งคู่ก้าวไปข้างหน้าให้เติบโต และจะเติบโตได้มากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ความสำเร็จมหาศาลและกระแสระดับปรากฏการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผลงานเดี่ยวเป็นหลัก แต่เกิดจากพลังของ "ความเป็นคู่" ที่ผูกโยงศิลปินทั้งสองคนไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แฟนคลับหลงรัก ศิลปินเติบโตมาได้เพราะแบรนดิ้งคู่นี้ และจะสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืนด้วยพลังของแบรนดิ้งคู่เช่นเดียวกัน โดยไม่มีความจำเป็นต้องลดทอนคุณค่า หรือต้องแยกย้ายออกไปพิสูจน์ตัวเองในตอนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พวกเธอกำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุด และเป็นจุดที่ใครๆก็ต่างอยากเข้ามาหรือร่วมอยู่ในพื้นที่ความสำเร็จเดียวกัน
เมื่อเจาะลึกถึงธรรมชาติของแฟนด้อมสายแซฟฟิก และโดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับชาวจีนซึ่งถือเป็นฐานทุนและเม็ดเงินหลัก (Fandom Economy) ที่ขับเคลื่อนโปรเจกต์ โหวต ยอดสนับสนุน และสถิติต่างๆในระดับสากล จะพบว่าพฤติกรรมการซัพพอร์ตมีความเฉพาะตัวสูงมาก แฟนคลับกลุ่มนี้ไม่ได้รักหรือติดตามศิลปินในฐานะปัจเจกบุคคลที่แยกขาดจากกัน แต่มีความผูกพันลึกซึ้งกับ "ความสัมพันธ์และการเดินทางร่วมกัน" ของทั้งคู่
ความเข้าใจผิดที่มักเกิดขึ้นบ่อยคือการคิดว่าแฟนคลับที่พร้อมซัพพอร์ตเดี่ยวจะสามารถโอนย้ายความรู้สึกไปสนับสนุนโปรเจกต์ใดก็ได้แบบเดิม ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เลย ต่อให้เป็นกลุ่มแฟนคลับที่เอ็นดูและพร้อมซัพพอร์ตศิลปินในฐานะปัจเจกเดี่ยว ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะพร้อมย้ายพลังซัพพอร์ตหรือความทุ่มเทไปสนับสนุนใครก็ตามที่ถูกจับคู่ให้ไปร่วมงานด้วยเสมอไป ความผูกพันที่แท้จริงยังคงผูกติดอยู่กับแก่นของตัวศิลปินและแบรนดิ้งเดิม การไปปรากฏตัวในบริบทอื่นที่หลุดจากแก่นความสัมพันธ์นี้ จึงไม่ได้สร้างความรู้สึกร่วมแบบเดียวกัน และไม่สามารถดึงดูดพลังซื้อหรือแรงสนับสนุนมหาศาลเท่ากับสิ่งที่แฟนคลับมอบให้ในฐานะ "หลิงออม" ได้
ดังนั้น ในจังหวะที่ศิลปินกำลังพีคและทรงพลังที่สุด ช่องจึงไม่ควรตัดสินใจทำอะไรที่ขาดความรอบคอบ หรือเสี่ยงทดลองสิ่งที่ไม่เป็นผลดีต่อตัวศิลปินและฐานแฟนคลับ การรักษาความต่อเนื่องและให้ความสำคัญสูงสุดกับแบรนดิ้งคู่ในเวลานี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกของแฟนคลับ แต่คือกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ฉลาดที่สุดในการปกป้องและต่อยอดมูลค่าของศิลปินให้อยู่ในจุดสูงสุดอย่างมั่นคงระยะยาว การเลือกที่จะรักษาแบรนดิ้งคู่นี้ไว้เป็นความสำคัญลำดับแรก คือสิ่งที่ฉลาดที่สุดที่ช่องควรจะทำ
(และการเลือกลดทอนบางอย่างลง เพื่อผลักดันหรือคิดว่าบางอย่างจะขึ้นมาได้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรคิดและทำที่สุด เพราะเป็นการดูถูกทั้งศิลปินและแฟนคลับ ว่าไม่สามารถเติบโตได้ด้วยตนเอง จนต้องพึ่งพาให้คนอื่นหลบทางก่อน)
2. ก้าวสู่จอเงิน ถึงเวลาที่ "หลิงออม" ควรชิมลางภาพยนตร์ไทยได้แล้ว
อีกหนึ่งความคาดหวังที่แฟนๆพูดถึงและอยากเห็นมากๆ สำหรับก้าวต่อไปของทั้งคู่ คือการขยับขยายพื้นที่การแสดงจากหน้าจอโทรทัศน์ สู่การเดบิวต์ผลงานภาพยนตร์จอเงินอย่างเป็นทางการ
เมื่อมองจากกระแสความนิยมที่ยืนระยะได้อย่างมั่นคง ฐานแฟนคลับที่พร้อมซัพพอร์ตในทุกแพลตฟอร์ม และศักยภาพทางการแสดงที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ การได้เห็น "หลิงออม" ในโปรเจกต์ภาพยนตร์ฟอร์มดีสักเรื่อง ถือเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมและควรค่าแก่การรอคอยมากๆ
3. รายการเรียลลิตี้/วาไรตี้ พื้นที่แสดงตัวตนและเคมีธรรมชาติที่แฟนๆเรียกร้อง
นอกจากผลงานการแสดงทั้งละครและภาพยนตร์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่แฟนคลับคาดหวังและพูดถึงกันหนาหูไม่แพ้กันคือ การได้เห็น "หลิงออม" มีรายการเรียลลิตี้หรือวาไรตี้โชว์ที่เป็นของตัวเองอย่างเป็นทางการ
ในช่วงที่ผ่านมา แม้เราจะได้เห็นทั้งคู่ผ่านงานอีเวนต์ พรีเซ็นเตอร์ หรือคลิปเบื้องหลังต่างๆอยู่เรื่อยๆ แต่ความยาวและรูปแบบของคอนเทนต์เหล่านั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของแฟนๆที่อยากเห็นมิติอื่นๆในตัวตนของน้องทั้งสองคนอย่างเต็มอิ่ม
เสน่ห์ที่ทำให้คนตกหลุมรัก "หลิงออม" ไม่ใช่แค่ฝีมือการแสดงในบทบาทต่างๆเท่านั้น แต่คือความธรรมชาติ ความเข้าขา และไลฟ์สไตล์เวลาที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน การมีรายการวาไรตี้หรือเรียลลิตี้ (เช่น แนวทริปท่องเที่ยว, ไปทำภารกิจท้าทาย หรือใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านสักหลัง) จะเปิดโอกาสให้แฟนๆได้เห็นมุมน่ารัก โก๊ะๆ หรือมุมที่ลึกซึ้งจริงจัง ซึ่งหาดูไม่ได้จากในละคร
และในมุมมองของการตลาดและสื่อยุคใหม่ รายการวาไรตี้แนวสตรีมมิ่งหรือออนแอร์คู่ขนานทางช่องทางออนไลน์ (เช่น ช่อง YouTube ของช่อง 3 หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่นๆ) ถือเป็นแม่เหล็กชั้นดีในการดึงยอดวิว สร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย และดึงดูดสปอนเซอร์รายใหญ่ได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
เพราะเนื่องจากกระบวนการถ่ายทำซีรีส์หรือภาพยนตร์เรื่องหนึ่งต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน การมีรายการวาไรตี้มาคั่นกลางออนแอร์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาความนิยมของศิลปินให้อยู่ในกระแสความสนใจของประชาชนตลอดเวลา ไม่ทำให้แฟนๆรู้สึกเหงาหรือขาดช่วงจากการรอคอยผลงานยาวๆ
4. ทัวร์มีต 4 ภาค พาความสุขไปหาแฟนๆถึงถิ่น
อีกหนึ่งความคาดหวังที่แฟนคลับต่างเรียกร้องและพูดถึงกันหนาหูไม่แพ้กันคือ การจัดแฟนมีตติ้งทัวร์ในรูปแบบ "ทัวร์มีต 4 ภาค" อีกครั้ง
แม้ว่าที่ผ่านมา "หลิงออม" จะมีโอกาสได้พบปะแฟนๆ ผ่านงานอีเวนต์ แฟนมีตติ้งเดี่ยว หรือคอนเสิร์ตใหญ่ในเมืองหลวงหรือหัวเมืองหลักๆมาแล้วหลายครั้ง แต่ฐานแฟนคลับของทั้งคู่ได้เติบโตและขยายวงกว้างออกไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว การเดินทางมาร่วมงานใหญ่ๆในกรุงเทพฯ อาจมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ค่าใช้จ่าย และการเดินทางสำหรับแฟนคลับต่างจังหวัดจำนวนมาก
การจัดทัวร์มีตติ้งไปยังภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคกลาง/ตะวันออก จะช่วยให้แฟนคลับในต่างจังหวัดที่ไม่สะดวกเดินทางไกล ได้มีโอกาสสัมผัสความฟิน ได้เจอศิลปินตัวจริง และร่วมสร้างโมเมนต์ความประทับใจร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
5. "มาตคอสโลโล่" พลังซัพพอร์ตสุดอบอุ่นที่เติมเต็มครอบครัว และต่อยอดธุรกิจได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ถ้าพูดถึงอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว "หลิงออม" ไปแล้ว ก็คงจะหนีไม่พ้น "โลโล่"ลูกชายตัวน้อยที่ขโมยหัวใจแฟนคลับไปแบบเต็มๆ
ในมุมมองของแฟนด้อม จุดเริ่มต้นหลายๆคนอาจจะเข้ามาซัพพอร์ตเพราะตัวศิลปิน แต่พอยิ่งได้เห็นโมเมนต์ความน่ารัก ความอบอุ่น เวลาที่ "หลิงออม" และ "โลโล่" อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว มันยิ่งสร้างความรู้สึกผูกพันลึกซึ้ง แฟนคลับไม่ได้มองโลโล่เป็นแค่มาตคอส แต่เอ็นดูและรักเหมือนเป็นลูกหลานคนหนึ่งของด้อมไปแล้ว ดังนั้น สิ่งที่แฟนๆอยากเห็นและเรียกร้องมากๆ คือการได้เห็นคอนเทนต์ที่รวมกันทั้งสามคน (หลิงออมโลโล่) ให้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของรายการวาไรตี้ช่องทางออนไลน์, Vlog ครอบครัว หรือเบื้องหลังไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวัน เพราะโมเมนต์เหล่านี้คือพลังบวกชั้นดีที่เติมเต็มหัวใจและสร้างรอยยิ้มให้แฟนคลับได้เสมอ
ในมุมมองทางธุรกิจ (Business Opportunity) การมี "โลโล่" เข้ามาอยู่ในสมการความสุขนี้ คือโอกาสทองในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ที่ช่องไม่ควรปล่อยผ่านอย่างยิ่ง ความผูกพันที่แฟนคลับมีต่อมาสคอตหรือสมาชิกตัวน้อยตัวนี้ สามารถนำไปพัฒนาและผลิตสินค้า Merchandise ของที่ระลึกต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายได้อย่างหลากหลายและทำกำไรได้มหาศาลในอนาคต (เช่น คอลเลกชันสินค้า Pet-friendly, พวงกุญแจ, ตุ๊กตา หรือสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวกับโลโล่) ซึ่งจะได้รับการตอบรับและ Sold Out อย่างรวดเร็วจากพลังซื้อของแฟนคลับอย่างแน่นอน
และที่สำคัญที่สุด ประเด็นนี้ยังกลับมาตอกย้ำเหตุผลหลักในข้อแรกๆว่า นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลสำคัญว่าทำไมเราถึงไม่ควรแยก "หลิงออม" ให้ไปรับงานโปรเจกต์คู่กับคนอื่น เพราะภาพจำของความเป็นครอบครัว ความอบอุ่น และความผูกพันที่เชื่อมโยงกันทั้ง "หลิงออมโลโล่" คือความพิเศษเฉพาะตัวที่สมบูรณ์แบบในตัวเองอยู่แล้ว การรักษาและคีพแบรนดิ้งคู่นี้ไว้ให้มั่นคงที่สุด จึงเป็นการปกป้องทั้งความรู้สึกของแฟนคลับ และรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนในระยะยาวค่ะ
ทั้งหมดนี้คือเสียงสะท้อนจากหัวใจของแฟนคลับที่ทั้งรัก ทั้งห่วง และพร้อมซัพพอร์ต "หลิงออม" เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการขยับสเกลซีรีส์เรื่องใหม่ การก้าวสู่จอเงิน ตลอดจนการสร้างสรรค์วาไรตี้และการจัดทัวร์มีตติ้ง 4 ภาคเพื่อเข้าถึงแฟนๆทั่วประเทศ
ความสำเร็จและเม็ดเงินมหาศาลที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือเครื่องพิสูจน์แล้วว่าศักยภาพของทั้งคู่เติบโตเกินกว่ากรอบเดิมๆไปไกลมากแล้ว หวังว่าทางช่องจะรับฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้ และนำไปต่อยอดวางแผนงานในปีหน้าด้วยความจริงใจและสมน้ำสมเนื้อ เพื่อให้ก้าวต่อไปของ "หลิงออม" เติบโตอย่างมั่นคง ทรงพลัง และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการบันเทิงไทยไปด้วยกันอย่างยั่งยืนค่ะ
แล้วเพื่อนๆในด้อมมีความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือคาดหวังอะไรกันอีกบ้าง มาแชร์และพูดคุยกันได้เลยนะคะ