กางมุมมองแฟนคลับ... ถอดบทเรียนทิศทางธุรกิจช่องกับ "หลิงออม" ทำไมการก้าวไปด้วยกันในฐานะคู่ ถึงยั่งยืนกว่าแยกกันเดิน?

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคน

หลังจากที่ได้ติดตามผลงาน และการเติบโตของ "หลิงออม" มาจนถึงช่วงเวลาสำคัญอย่างคอนเสิร์ตใหญ่ที่กำลังจะถึง ในฐานะแฟนคลับที่มองเห็นทั้งความตั้งใจของศิลปิน และมองเห็นกลไกในเชิงธุรกิจของช่อง วันนี้เลยอยากจะมาเขียนบทความวิเคราะห์ และแชร์มุมมองเกี่ยวกับการบริหารจัดการกระแส แพลนระยะยาว รวมถึงการรักษาฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งนี้ไว้ค่ะ โดยขอแยกวิเคราะห์ออกเป็น 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. คอนเสิร์ตใหญ่คือโอกาสทองที่ไม่ควรปล่อยให้เกิด "สุญญากาศ"

ช่วงเวลาคอนเสิร์ตใหญ่ คือ ช่วงเวลาที่แฟนคลับมีอารมณ์ร่วม (Engagement) มากที่สุด เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนพร้อมซัพพอร์ต และเดินหน้าต่อมากที่สุด หากช่องมีวิสัยทัศน์มากพอ นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการประกาศบิ๊กโปรเจกต์ถัดไป ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ค่ายเป็นผู้สร้าง หรือการสปอยล์ละครเรื่องที่ 4 ของหลิงออม รวมไปถึงการกางแพลนระยะยาวในปีหน้ามาเลยว่าจะมีทัวร์แฟนมีตติ้งหลิงออมที่ไหน หรือมีรายการเรียลลิตี้/วาไรตี้หลิงออมอะไรให้รอติดตามบ้าง

การทำแบบนี้จะช่วยตรึงกระแสให้อยู่หมัด และทำให้แฟนคลับมีจุดหมาย ไม่รู้สึกเคว้งคว้างหลังจบคอนเสิร์ต ในขณะที่ถ้าเลือกจะปิดเงียบ ปล่อยให้ด้อมต้องเดาทางกันเองท่ามกลางความไม่ชัดเจน มันเท่ากับเป็นการฆ่ากระแสที่กำลังพีคให้แผ่วลงไปอย่างน่าเสียดาย


"คอนเสิร์ตใหญ่คือจุดพีคที่สุดของความรู้สึก แฟนคลับต้องการหมุดหมายในการเดินหน้าต่อ ไม่ใช่สภาวะสุญญากาศที่ปล่อยให้กระแสแผ่วลงไปอย่างไร้ทิศทาง"


2. รักษารากฐานแบรนด์ "หลิงออม" ท่ามกลางสมรภูมิที่คู่แข่งผุดเป็นดอกเห็ด

ในยุคปัจจุบันที่สื่อทีวีหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด แต่กระแสแฟนด้อมกลับเติบโต และมีบทบาทขับเคลื่อนเม็ดเงินอย่างมหาศาล ช่องมี "ของดี" ที่น่าอิจฉาอยู่ในมือแล้ว นั่นคือ Brand Loyalty ของแฟนคลับหลิงออม ที่แข็งแกร่งและพร้อมเปย์เสมอไม่ว่าจะบ่นหรือติติงค่ายอย่างไร ในสภาวะตลาดปัจจุบันที่ซีรีส์ GL/BL ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด จนนักแสดงชายหญิงหลายคนต้องเบนเข็มไปทำอย่างอื่น ต้องยอมรับความจริงว่า "แบรนด์หลิงออม" ในฐานะคู่นั้น เป็น Combination ที่ทรงพลังและติดลมบนไปแล้ว การจับคู่กันไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือขุมทรัพย์และรากฐานที่มั่นคงที่สุดของช่องในนาทีนี้

ถ้าค่ายคิดจะลดความสำคัญ หรือจับแยกคู่หลักเพื่อไปดึงส่วนอื่นหรือดันคนอื่นขึ้นมาแทนในเวลานี้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ถือเป็นกลยุทธ์ที่ไร้ทางเดิน และเป็นการฆ่าตัวตายที่ร้ายแรงมาก สิ่งที่ค่ายควรทำคือการตรึงกระแสของคู่หลักเอาไว้ให้แน่นที่สุด แล้วใช้วิธีแตกยอดโปรเจกต์เดี่ยวขยายศักยภาพของแต่ละคนให้เติบโตเคียงคู่กันไป


"แบรนด์หลิงออมในฐานะคู่คือขุมทรัพย์และรากฐานที่มั่นคงที่สุดในนาทีนี้ กลยุทธ์ที่ดีคือการประคับประคองคู่หลักให้แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการเติบโตของงานเดี่ยว ไม่ใช่การลดความสำคัญลงเพื่อไปเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่แน่นอน"


3. โลกความเป็นจริงของตัวเลข และความจริงเรื่อง "กำลังจ่าย" (Purchasing Power)

แน่นอนว่าในอนาคต ทั้งหลิงและออมต้องเติบโตในเส้นทางนักแสดง การไปร่วมงานละคร ซีรีส์ หรือภาพยนตร์กับคนอื่นเป็นเรื่องที่น่ายินดี และแฟนๆพร้อมสนับสนุนเต็มที่ในฐานะนักแสดงมืออาชีพ แต่ในมิติของช่อง คุณก็จำเป็นต้องมีผลงานคู่รั้งเอาไว้ตลอด เพราะในโลกธุรกิจยุคนี้ ถ้าไม่มีผลงานคู่ต่อเนื่อง กระแสเริ่มซา แล้วลูกค้าหรือแบรนด์ต่างๆจะเอาสถิติหรือตัวเลขเอนเกจเมนต์จากไหนมาใช้อ้างอิงเพื่อจ้างงานมูลค่าสูงๆได้แบบทุกวันนี้?

แบรนด์และเอเจนซี่เขาไม่ได้ดูแค่ยอดผู้ติดตามเดี่ยว แต่เขาซื้อพลังการปิดยอดขาย (Conversion Rate) ถล่มทลายจากฐานแฟนคลับคู่เป็นหลัก ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าพลังจากแฟนคลับเดี่ยวไม่มากพอ เพราะทั้งหลิงและออมมีฐานแฟนคลับที่หนาแน่นและเหนียวแน่นมากทั้งเดี่ยวและคู่อยู่แล้ว แต่ในแง่ธุรกิจ การมีกำลังซื้อจากแฟนคลับคู่มา "บวกเพิ่ม" กับแฟนคลับเดี่ยว ย่อมส่งผลดีต่อภาพรวมมากกว่าจริงไหมคะ?

หากมองลึกลงไปในกลุ่มอินเตอร์แฟน (Inter fans) โดยเฉพาะ "แฟนคลับชาวจีน" พฤติกรรมการซัพพอร์ตยิ่งชัดเจน และเข้มข้นกว่ามาก ธรรมชาติของคอมมูนิตี้ซีรีส์วายหรือ GL แตกต่างจากคอมมูนิตี้ชายหญิง (ชญ.) ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ในโลกของชญ. แฟนคลับอาจจะติดตามเพราะชื่นชอบเคมีในจอ แต่ในคอมมูคู่ชิป GL/BL แฟนคลับกลุ่มใหญ่คือกลุ่มที่ "คีพคู่" (หรือ "คีพเดี่ยว") เป็นหลัก พวกเขาไม่ได้จ่ายเงินซื้อแค่ตัวสินค้าหรือผลงาน แต่พวกเขาชำระเงินเพื่อซื้อโมเมนต์ ความผูกพัน และเรื่องราวการเติบโตไปด้วยกันของนักแสดงทั้งสองคน
ดังนั้น หากช่องตัดสินใจลดความสำคัญหรือจับแยกคู่เพื่อไปรับงานเดี่ยวหรือเปลี่ยนสาย สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีในฝั่งอินเตอร์แฟนคือ "กระแสความนิยมที่ดิ่งลงเหว" แฟนคลับที่คีพคู่จำนวนมหาศาลพร้อมที่จะอันฟอลโลว์ ปิดบ้านเบส ถอนการสนับสนุน และหายวับไปกับตาในทันที เพราะหมดแรงจูงใจในการเปย์ ซึ่งเม็ดเงินและยอดเอนเกจเมนต์มหาศาลจากต่างประเทศที่ช่องเคยได้ มันจะไม่ได้ถูกโอนย้ายตามตัวนักแสดงไปในงานเดี่ยวหรือคู่ใหม่ แต่มันจะสูญหายไปจากระบบของช่องโดยสิ้นเชิง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
อย่าประเมินและคิดง่ายๆ ว่าถ้าเบนเข็มไปดันสายชญ. แล้วจะสามารถสร้างกลุ่มก้อนแฟนด้อมใหม่ที่มีกำลังเปย์เท่าเดิมได้ เพราะในความเป็นจริง กำลังจ่ายของแต่ละสายงานมีความแตกต่างกันลิบลับ หลักฐานเชิงประจักษ์ชิ้นสำคัญก็อยู่ในบัญชีรายรับและยอดในช่องของช่องเองนั่นแหละ ว่าเช็คใบใหญ่ๆที่หล่อเลี้ยงและขับเคลื่อนโปรเจกต์ต่างๆของช่องหรือคู่อื่นๆอยู่ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่มันมาจากพลังความรักและเม็ดเงินของด้อมไหน


"แฟนคลับเดี่ยวคือรากฐานที่หนาแน่น แฟนคลับคู่คือยอดพลังซื้อที่ทรงพลังอย่างบ้าคลั่ง การมีสองพลังบวกกันคือสิ่งที่ดีที่สุดในโลกธุรกิจ ลูกค้าและแบรนด์ต่างๆ เขาพร้อมจ่ายเรตเงินสูงสุดเพราะ Conversion Rate ของคู่นี้... ไม่ใช่เพราะอยากเห็นช่องลองผิดลองถูกกับด้อมใหม่ที่กำลังซื้อยังเป็นเครื่องหมายคำถาม"

"บริบทของคอมมู GL/BL ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความผูกพันและตัวตนของความเป็นคู่ แฟนคลับชาวจีนและอินเตอร์แฟนพร้อมจะจ่ายไม่อั้นตราบใดที่พวกเขายังเดินเคียงคู่กัน แต่ถ้าช่องคิดจะแยกคู่เพื่อกระจายความนิยม บอกได้คำเดียวว่าเม็ดเงินและกระแสเหล่านั้นจะไม่ย้ายตามใครไป... แต่มันจะหายวับไปทันทีพร้อมกับฐานแฟนคลับที่ปิดประตูใส่ช่อง"


4. ตรรกะการลดบทบาทรุ่นพี่ดันรุ่นน้อง... เส้นทางที่ไม่มีวันโตได้จริง

ประเด็นสุดท้ายที่สำคัญมาก ในอนาคตหากค่ายมีความคิดที่จะลดบทบาทของหลิงออมลงเพื่อเปิดทางหรือพยายามดันคู่อื่นขึ้นมาแทน ต้องบอกตรงๆว่านี่เป็นกระบวนการคิดที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะในโลกแห่งการแข่งขัน ถ้ารุ่นน้องจะเติบโตขึ้นมาได้โดยต้องรอให้รุ่นพี่คอยหลบทางให้ ทั้งชาติก็คงไม่มีวันยืนได้ด้วยตัวเองอย่างสง่างาม

นักแสดงหรือคู่ชิปจะปังและอยู่รอดในวงการได้ มันต้องขึ้นมาด้วยศักยภาพ เสน่ห์ และความสามารถเฉพาะตัวของพวกเขาเอง ไม่ใช่ใช้วิธีทุบหม้อข้าวตัวเอง ดึงคนที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักของบริษัทลง เพื่อสร้างทางลัดให้คนอื่นแบบผิดมหันต์


"การตัดกิ่งทองเพื่อหวังจะเพาะต้นกล้าต้นใหม่ เป็นตรรกะที่ไร้ทางเดินที่สุด เพราะถ้ารุ่นน้องจะขึ้นมาเจิดจรัสได้โดยต้องให้รุ่นพี่คอยหลบฉากให้ นอกจากจะไม่มีวันโตได้ด้วยตัวเองแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำด้วยว่าศักยภาพในตัวเองยังไม่มากพอที่จะยืนได้เทียบเท่ารุ่นพี่"

สุดท้ายนี้ พลังที่เกิดขึ้นจากหลิงออมมันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การจับมือเดินไปด้วยกันในฐานะ "คู่" มันสร้าง Impact และความยั่งยืนได้มากกว่าการแยกกันเดินหลายเท่า การประคับประคองและต่อยอดสิ่งที่ดีที่สุดในมือให้เติบโตไปพร้อมๆกัน ย่อมเป็นผลดีกับทุกฝ่าย ทั้งตัวนักแสดง ช่อง และแฟนคลับ


"เพราะ 'หลิงออม' ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือรากฐานที่มั่นคงที่สุดของช่องในนาทีนี้ การประคับประคองสิ่งที่ดีที่สุดให้เติบโตเคียงคู่กันไป จึงคือคำตอบของความยั่งยืนที่แท้จริง"


ทั้งหมดนี้คือมุมมองในฐานะผู้บริโภค และแฟนคลับคนหนึ่งที่อยากเห็นค่ายเติบโตอย่างยั่งยืน และอยากเห็นการบริหารจัดการที่คุ้มค่ากับศักยภาพของศิลปินอย่างหลิงออมค่ะ หวังว่าเสียงเล็กๆของพวกเราจะส่งไปถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและทีมจัดงานนะคะ

เพื่อนๆมีความคิดเห็นอย่างไรกับทิศทางหลังจากนี้ หรือคาดหวังอยากเห็นประกาศโปรเจกต์อะไรในคอนเสิร์ตใหญ่กันบ้าง มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้นะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่