ผัดกะเพราจานเดิม แต่อนาคตราคาอาจไม่เหมือนเดิม! ทำไม UPOV 1991 ถึงทำให้อาหารแพงขึ้น

เวลาเราสั่ง ‘ข้าวผัดกะเพรา’ สักจาน เคยสงสัยไหมครับว่า 'ใบกะเพรา' ในจานมาจากไหน? และถ้าวันหนึ่ง เมล็ดพันธุ์ผักทั้งหมดถูกควบคุมโดยบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย จะเกิดอะไรขึ้นกับปากท้องของเรา
.
เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นร้อน หลังสภาองค์กรของผู้บริโภค และ BIOTHAI ร่วมเปิดข้อกังวลต่ออนุสัญญาคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV 1991) ที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างระบบอาหารไทยไปตลอดกาล
.
[ เมล็ดพันธุ์แพงขึ้น 2–6 เท่า ]
.
งานวิจัยที่เสนอต่อ สช. ประเมินว่าหากไทยเข้าร่วม UPOV 1991 ราคาเมล็ดพันธุ์หรือส่วนขยายพันธุ์พืชอาจแพงขึ้น 2 - 6 เท่า ส่งผลให้ต้นทุนเกษตรกรพุ่งสูง และดันให้ ‘ราคาอาหาร’ ปรับเพิ่มขึ้นอีก 5 - 10% หรือมากกว่านั้น
.
[ ทางเลือกน้อยลง รสชาติเหมือนกันทั้งเมือง ]
.
เมื่อทุนใหญ่ควบคุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ ยันช่องทางขาย พันธุ์พืชพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์จะถูกลดบทบาทลง เหลือแต่พันธุ์พืชเชิงอุตสาหกรรม จนเราอาจได้กินผัดกะเพราที่มีรสชาติเหมือนกันเป๊ะทุกร้านสะดวกซื้อ
.
[ ขยายสิทธิ์ครอบคลุมถึงผลผลิต ]
.
UPOV 1991 ขยายคุ้มครองไปถึงผลผลิต แม้ร้านตามสั่งซื้อผักมาปรุงจะไม่ผิดทันที แต่สร้างความคลุมเครือและภาระในการตรวจสอบแหล่งที่มาวัตถุดิบแก่ผู้ประกอบการรายย่อย
.
[ ความเสี่ยงเรื่อง GMOs และการดัดแปลงยีน ]
.
เกณฑ์ UPOV 1991 เน้นเฉพาะคุณสมบัติพันธุ์พืช แต่ไม่ได้ประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพหรือการติดฉลาก ตัวอย่างเช่น 'สับปะรดสีชมพู' (พืช GMOs) ที่แอบขายออนไลน์ สะท้อนว่าไทยยังขาดกลไกตรวจสอบย้อนกลับที่รัดกุมพอ
.
ข้อเรียกร้องจากสภาผู้บริโภค ไม่ใช่การปฏิเสธนวัตกรรม แต่รัฐบาลต้องประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน คุ้มครองสิทธิเกษตรกร และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นเกินจำเป็น
.
ที่มา :SPRiNGNews
ผัดกะเพราจานเดิม แต่อนาคตราคาอาจไม่เหมือนเดิม! ทำไม UPOV 1991 ถึงทำให้อาหารแพงขึ้น
เวลาเราสั่ง ‘ข้าวผัดกะเพรา’ สักจาน เคยสงสัยไหมครับว่า 'ใบกะเพรา' ในจานมาจากไหน? และถ้าวันหนึ่ง เมล็ดพันธุ์ผักทั้งหมดถูกควบคุมโดยบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย จะเกิดอะไรขึ้นกับปากท้องของเรา
.
เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นร้อน หลังสภาองค์กรของผู้บริโภค และ BIOTHAI ร่วมเปิดข้อกังวลต่ออนุสัญญาคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV 1991) ที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างระบบอาหารไทยไปตลอดกาล
.
[ เมล็ดพันธุ์แพงขึ้น 2–6 เท่า ]
.
งานวิจัยที่เสนอต่อ สช. ประเมินว่าหากไทยเข้าร่วม UPOV 1991 ราคาเมล็ดพันธุ์หรือส่วนขยายพันธุ์พืชอาจแพงขึ้น 2 - 6 เท่า ส่งผลให้ต้นทุนเกษตรกรพุ่งสูง และดันให้ ‘ราคาอาหาร’ ปรับเพิ่มขึ้นอีก 5 - 10% หรือมากกว่านั้น
.
[ ทางเลือกน้อยลง รสชาติเหมือนกันทั้งเมือง ]
.
เมื่อทุนใหญ่ควบคุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ ยันช่องทางขาย พันธุ์พืชพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์จะถูกลดบทบาทลง เหลือแต่พันธุ์พืชเชิงอุตสาหกรรม จนเราอาจได้กินผัดกะเพราที่มีรสชาติเหมือนกันเป๊ะทุกร้านสะดวกซื้อ
.
[ ขยายสิทธิ์ครอบคลุมถึงผลผลิต ]
.
UPOV 1991 ขยายคุ้มครองไปถึงผลผลิต แม้ร้านตามสั่งซื้อผักมาปรุงจะไม่ผิดทันที แต่สร้างความคลุมเครือและภาระในการตรวจสอบแหล่งที่มาวัตถุดิบแก่ผู้ประกอบการรายย่อย
.
[ ความเสี่ยงเรื่อง GMOs และการดัดแปลงยีน ]
.
เกณฑ์ UPOV 1991 เน้นเฉพาะคุณสมบัติพันธุ์พืช แต่ไม่ได้ประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพหรือการติดฉลาก ตัวอย่างเช่น 'สับปะรดสีชมพู' (พืช GMOs) ที่แอบขายออนไลน์ สะท้อนว่าไทยยังขาดกลไกตรวจสอบย้อนกลับที่รัดกุมพอ
.
ข้อเรียกร้องจากสภาผู้บริโภค ไม่ใช่การปฏิเสธนวัตกรรม แต่รัฐบาลต้องประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน คุ้มครองสิทธิเกษตรกร และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นเกินจำเป็น
.
ที่มา :SPRiNGNews