ที่ราบสูงอีสาน (หรือที่ราบสูงโคราช) เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนน้ำและตะกอนทรายในแอ่งแผ่นดินขนาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงปลายมหายุคเมโสโซอิก ต่อมาในมหายุคซีโนโซอิก ได้รับแรงบีบอัดและยกตัวสูงขึ้นจากกระบวนการทางธรณีแปรสัณฐาน ทำให้มีลักษณะเป็นแอ่งแผ่นดินตื้นคล้ายรูปถ้วย และลาดเอียงไปทางตะวันออก
https://www.facebook.com/share/p/18dSPXqdSG/?mibextid=wwXIfr
กระบวนการเกิดทางธรณีวิทยา
- การสะสมตะกอนและยุบตัว: ในอดีตพื้นที่นี้เป็นแอ่งแผ่นดินที่รับตะกอนจากภูเขาโดยรอบ มีบางช่วงที่ยุบตัวลงเป็นทะเลตื้นและเกิดการระเหยของน้ำ จนตกตะกอนเป็นชั้นเกลือหินแทรกอยู่
- การยกตัวของเปลือกโลก: เกิดการบีบอัดตัวของแผ่นเปลือกโลกอินโดจีน และการเกิดรอยเลื่อน ส่งผลให้ขอบตะวันตกและตะวันใต้กระดกตัวและยกสูงขึ้นกลายเป็นเทือกเขา เช่น เทือกเขาเพชรบูรณ์ เทือกพูดงพญาเย็น และเทือกเขาพนมดงรัก
ภาคอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) มีภูมิประเทศหลักเป็นแอ่งแผ่นดินตื้นหรือที่ราบสูงโคราช โดยมีความสูงเฉลี่ยทั้งภาคอยู่ที่ประมาณ 120 - 180 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง จุดสูงสุดของภาคอยู่ที่ ภูหมันขาว ในจังหวัดเลย (1,820 เมตร) ส่วนจุดต่ำสุดอยู่ที่บริเวณลุ่มแม่น้ำมูล อำเภอเขื่องใน และอำเภอเมืองอุบลราชธานี (110 - 130 เมตร)
- ระดับความสูงเฉลี่ยและความสูงของแต่ละจังหวัดในภาคอีสาน
ระดับความสูงของแต่ละจังหวัดจะแตกต่างกันไปตามที่ตั้ง เช่น จังหวัดที่มีภูเขาสูงทางตะวันตก (เช่น เลย, ชัยภูมิ) จะมีความสูงเฉลี่ยมากว่าจังหวัดในที่ราบแอ่งกระทะ:
จังหวัด ความสูงเฉลี่ย / ลักษณะพื้นที่สำคัญ (โดยประมาณเหนือระดับน้ำทะเล)
-เลย สูงที่สุดในภาค มีจุดสูงสุดที่ ภูหมันขาว (1,820 ม.) และ ภูหลวง (1,571 ม.)
-ชัยภูมิ สูงทางตะวันตกและทิศเหนือ มี ภูผาจิต (1,271 ม.) และพื้นที่ราบสูง
-นครราชสีมา พื้นที่หลากหลาย สูงทางตอนใต้ (ติดเขาใหญ่/เทือกสันกำแพง) และลาดลงสู่แอ่งโคราช (ประมาณ 150-300 ม.)
-เพชรบูรณ์ (รอยต่อ) มีพื้นที่เขาสูงเชื่อมต่อกับอีสาน
-ขอนแก่น ประมาณ 150 - 200 เมตร (มีพื้นที่ภูเวียงและภูเขาบางส่วน)
-อุดรธานี ประมาณ 150 - 250 เมตร (ครอบคลุมพื้นที่แอ่งสกลนครและแนวภูพาน)
-สกลนคร ประมาณ 140 - 180 เมตร (อยู่ในแอ่งสกลนคร)
-นครพนม ประมาณ 140 - 160 เมตร (ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำโขงและทิวเขาภูพาน)
-บึงกาฬ ประมาณ 150 - 200 เมตร (มีภูทอกและพื้นที่ราบสูงริมโขง)
-หนองคาย ประมาณ 150 - 180 เมตร (ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำโขง)
-หนองบัวลำภู ประมาณ 180 - 250 เมตร
-กาฬสินธุ์ ประมาณ 140 - 180 เมตร (มีเทือกเขาภูพานพาดผ่าน)
-มหาสารคาม ประมาณ 130 - 160 เมตร (ที่ราบลุ่มแม่น้ำชี)
-ร้อยเอ็ด ประมาณ 130 - 150 เมตร (รวมพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้)
-ยโสธร ประมาณ 120 - 140 เมตร
-อำนาจเจริญ ประมาณ 120 - 150 เมตร
-อุบลราชธานี ประมาณ 110 - 140 เมตร (จุดต่ำสุดของภาคบริเวณ อ.เมือง และ อ.เขื่องใน)
-บุรีรัมย์ ประมาณ 150 - 250 เมตร (สูงขึ้นทางตอนใต้ใกล้ชายแดนกัมพูชา)
-สุรินทร์ ประมาณ 140 - 200 เมตร (ลาดลงจากเทือกเขาพนมดงรักทางใต้)
-ศรีสะเกษ ประมาณ 120 - 180 เมตร (ตอนใต้ติดเทือกเขาพนมดงรัก ตอนเหนือลาดลงสู่ลุ่มน้ำมูล)
ลักษณะภูมิประเทศสำคัญ 2 แอ่ง
1. แอ่งโคราช (ตอนกลางและตอนใต้): ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 ใน 4 ของภาค มีความสูงเฉลี่ย 120 - 170 เมตร เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี
2. แอ่งสกลนคร (ตอนเหนือ): อยู่เหนือเทือกเขาภูพานขึ้นไป มีความสูงเฉลี่ย 140 - 180 เมตร ลาดเอียงไปทางแม่น้ำโขง
ที่ราบสูงอีสาน เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนน้ำและตะกอนทรายในแอ่งแผ่นดินขนาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงปลายมหายุคเมโสโซอิก
https://www.facebook.com/share/p/18dSPXqdSG/?mibextid=wwXIfr
กระบวนการเกิดทางธรณีวิทยา
- การสะสมตะกอนและยุบตัว: ในอดีตพื้นที่นี้เป็นแอ่งแผ่นดินที่รับตะกอนจากภูเขาโดยรอบ มีบางช่วงที่ยุบตัวลงเป็นทะเลตื้นและเกิดการระเหยของน้ำ จนตกตะกอนเป็นชั้นเกลือหินแทรกอยู่
- การยกตัวของเปลือกโลก: เกิดการบีบอัดตัวของแผ่นเปลือกโลกอินโดจีน และการเกิดรอยเลื่อน ส่งผลให้ขอบตะวันตกและตะวันใต้กระดกตัวและยกสูงขึ้นกลายเป็นเทือกเขา เช่น เทือกเขาเพชรบูรณ์ เทือกพูดงพญาเย็น และเทือกเขาพนมดงรัก
ภาคอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) มีภูมิประเทศหลักเป็นแอ่งแผ่นดินตื้นหรือที่ราบสูงโคราช โดยมีความสูงเฉลี่ยทั้งภาคอยู่ที่ประมาณ 120 - 180 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง จุดสูงสุดของภาคอยู่ที่ ภูหมันขาว ในจังหวัดเลย (1,820 เมตร) ส่วนจุดต่ำสุดอยู่ที่บริเวณลุ่มแม่น้ำมูล อำเภอเขื่องใน และอำเภอเมืองอุบลราชธานี (110 - 130 เมตร)
- ระดับความสูงเฉลี่ยและความสูงของแต่ละจังหวัดในภาคอีสาน
ระดับความสูงของแต่ละจังหวัดจะแตกต่างกันไปตามที่ตั้ง เช่น จังหวัดที่มีภูเขาสูงทางตะวันตก (เช่น เลย, ชัยภูมิ) จะมีความสูงเฉลี่ยมากว่าจังหวัดในที่ราบแอ่งกระทะ:
จังหวัด ความสูงเฉลี่ย / ลักษณะพื้นที่สำคัญ (โดยประมาณเหนือระดับน้ำทะเล)
-เลย สูงที่สุดในภาค มีจุดสูงสุดที่ ภูหมันขาว (1,820 ม.) และ ภูหลวง (1,571 ม.)
-ชัยภูมิ สูงทางตะวันตกและทิศเหนือ มี ภูผาจิต (1,271 ม.) และพื้นที่ราบสูง
-นครราชสีมา พื้นที่หลากหลาย สูงทางตอนใต้ (ติดเขาใหญ่/เทือกสันกำแพง) และลาดลงสู่แอ่งโคราช (ประมาณ 150-300 ม.)
-เพชรบูรณ์ (รอยต่อ) มีพื้นที่เขาสูงเชื่อมต่อกับอีสาน
-ขอนแก่น ประมาณ 150 - 200 เมตร (มีพื้นที่ภูเวียงและภูเขาบางส่วน)
-อุดรธานี ประมาณ 150 - 250 เมตร (ครอบคลุมพื้นที่แอ่งสกลนครและแนวภูพาน)
-สกลนคร ประมาณ 140 - 180 เมตร (อยู่ในแอ่งสกลนคร)
-นครพนม ประมาณ 140 - 160 เมตร (ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำโขงและทิวเขาภูพาน)
-บึงกาฬ ประมาณ 150 - 200 เมตร (มีภูทอกและพื้นที่ราบสูงริมโขง)
-หนองคาย ประมาณ 150 - 180 เมตร (ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำโขง)
-หนองบัวลำภู ประมาณ 180 - 250 เมตร
-กาฬสินธุ์ ประมาณ 140 - 180 เมตร (มีเทือกเขาภูพานพาดผ่าน)
-มหาสารคาม ประมาณ 130 - 160 เมตร (ที่ราบลุ่มแม่น้ำชี)
-ร้อยเอ็ด ประมาณ 130 - 150 เมตร (รวมพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้)
-ยโสธร ประมาณ 120 - 140 เมตร
-อำนาจเจริญ ประมาณ 120 - 150 เมตร
-อุบลราชธานี ประมาณ 110 - 140 เมตร (จุดต่ำสุดของภาคบริเวณ อ.เมือง และ อ.เขื่องใน)
-บุรีรัมย์ ประมาณ 150 - 250 เมตร (สูงขึ้นทางตอนใต้ใกล้ชายแดนกัมพูชา)
-สุรินทร์ ประมาณ 140 - 200 เมตร (ลาดลงจากเทือกเขาพนมดงรักทางใต้)
-ศรีสะเกษ ประมาณ 120 - 180 เมตร (ตอนใต้ติดเทือกเขาพนมดงรัก ตอนเหนือลาดลงสู่ลุ่มน้ำมูล)
ลักษณะภูมิประเทศสำคัญ 2 แอ่ง
1. แอ่งโคราช (ตอนกลางและตอนใต้): ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 ใน 4 ของภาค มีความสูงเฉลี่ย 120 - 170 เมตร เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี
2. แอ่งสกลนคร (ตอนเหนือ): อยู่เหนือเทือกเขาภูพานขึ้นไป มีความสูงเฉลี่ย 140 - 180 เมตร ลาดเอียงไปทางแม่น้ำโขง