สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป หมอพูมเองครับ
วันนี้อยากมาแชร์เคสน่าสนใจที่เจอได้บ่อยในเวชปฏิบัติทั่วไป แต่คนทั่วไปหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้ หรือบางคนเคยผ่าตัดท้องมาก่อนก็อาจมองข้ามสัญญาณเตือนพวกนี้ไปครับ
เมื่อวันก่อนหมอเจอคนไข้ชาย อายุ 43 ปี มาโรงพยาบาลด้วยอาการปวดแน่นท้องทั่วๆ อาเจียนไป 3 รอบ (เป็นเศษอาหาร ไม่มีเลือด ไม่มีสีเขียวปน) และที่สำคัญคือ "ไม่ถ่ายและไม่ผายลมเลยมา 1 วันเต็มๆ" ท้องอืดและพองโตขึ้นเรื่อยๆ จนปวดเกร็งไปหมด
พอหมอตรวจร่างกาย สิ่งที่เตะตาอย่างแรกเลยคือ "รอยแผลผ่าตัดกลางท้องใต้สะดือ" พอซักประวัติเพิ่มเติม คนไข้บอกว่าเคยผ่าตัดไส้ติ่งแตกเมื่อ 20 ปีที่แล้วครับ ตรวจลำไส้ตรง (DRE) ก็พบว่าว่างเปล่า ไม่มีอุจจาระค้างอยู่เลย
จากอาการทั้งหมด หมอนึกถึงภาวะ "ลำไส้อุดตัน" (Bowel Obstruction) ทันทีครับ จึงส่งเอกซเรย์ช่องท้อง (Film Acute Abdomen) และส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้องส่วนบนและล่าง (CT Whole Abdomen)
สิ่งที่เจอใน CT Scan คือ ลำไส้เล็กเกิดการอุดตัน โดยมีจุดเปลี่ยนผ่าน (Transition point) ที่ท้องน้อยด้านขวา ซึ่งเกิดจาก "พังผืด" (Adhesion band) ไปรัดลำไส้ไว้ ไม่เจอเนื้อร้าย หรือลำไส้ทะลุครับ พูดง่ายๆ ก็คือ พังผืดจากแผลผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อ 20 ปีก่อน มันค่อยๆ ก่อตัวและกลายเป็นเส้นรัดลำไส้ไว้ จนวันหนึ่งอาหาร น้ำย่อย และแก๊สไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้นั่นเองครับ
พอฟังแบบนี้ หลายคนอาจจะคิดในใจใช่ไหมครับว่า... "โห โดนพังผืดรัดลำไส้แน่นขนาดนี้ ต้องผ่าตัดเปิดท้องด่วนแน่ๆ!"
จริงๆ แล้ว "ลำไส้อุดตันจากพังผืด ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไปครับ"
เคสนี้หมอปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อรับตัวเข้านอนโรงพยาบาล และใช้วิธีประคับประคองก่อน โดยงดน้ำและอาหาร ให้สารน้ำทางหลอดเลือด และใส่ "สาย NG Decompression" (การใส่ท่อผ่านจมูกลงไปถึงกระเพาะอาหาร) เพื่อดูดระบายลม แก๊ส และน้ำย่อยที่คั่งค้างอยู่ออกมา เพื่อลดแรงดันในลำไส้
หลังจากใส่สายระบายไว้ 2 วัน ท้องคนไข้ยุบลง อาการปวดลดลง หมอจึงเริ่มให้จิบน้ำ พอรับได้ มื้อถัดไปก็ปรับเป็นอาหารเหลว วันรุ่งขึ้นขยับเป็นอาหารอ่อน สรุปนอนโรงพยาบาลดูแลอาการรวม 5 วัน ลำไส้ก็กลับมาทำงานได้ตามปกติ ขับถ่ายได้ ผายลมได้ และกลับบ้านได้ชิวๆ โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดซ้ำเลยครับ!
💡 แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่ภาวะลำไส้อุดตัน "จำเป็นต้องผ่าตัดด่วน"?
หมอสรุปข้อบ่งชี้ง่ายๆ มาฝากเป็นความรู้กันครับ เผื่อใครมีญาติหรือตัวเองเคยผ่าตัดท้อง จะได้สังเกตอาการได้ถูก
1. ต้องผ่าตัดฉุกเฉินทันที (Immediate / Urgent Surgery) เมื่อมีสัญญาณอันตราย:
มีเยื่อบุช่องท้องอักเสบ: หน้าท้องแข็งตึงเหมือนแผ่นไม้ (Rigid abdomen) กดเจ็บทั่วท้อง หรือปล่อยมือแล้วเจ็บสะดุ้ง (Rebound tenderness)
สงสัยลำไส้ขาดเลือดหรือเน่า: ปวดท้องรุนแรงมาก ปวดตลอดเวลา มีไข้สูง เม็ดเลือดขาวพุ่งสูง
ลำไส้ทะลุ: เอกซเรย์เจอแก๊สรั่วในช่องท้อง (Free air)
ผล CT Scan บ่งชี้อันตราย: เช่น เจอการรัดแบบ Closed-loop หรือผนังลำไส้หนาตัวไม่รับรังสี (เสี่ยงเนื้อตาย)
2. ผ่าตัดเมื่อรักษาแบบประคับประคองแล้วไม่สำเร็จ (Failed Non-Operative Management):
พักลำไส้ ใส่สายดูดแก๊ส งดน้ำงดอาหารครบ 72 ชั่วโมง (3 วัน) แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
กลืนสารทึบรังสีดูการเคลื่อนตัว แล้วผ่านไป 24 ชั่วโมง สารทึบรังสียังลงไปไม่ถึงลำไส้ใหญ่
อาการแย่ลงเรื่อยๆ ระหว่างสังเกตอาการ เช่น อ้วกไม่หยุด ท้องอืดโตขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดท้องรุนแรงขึ้น
หวังว่าเคสนี้จะเป็นประโยชน์ และทำให้เพื่อนๆ ตระหนักถึงความสำคัญของภาวะนี้กันนะครับ ใครที่เคยมีประวัติผ่าตัดใหญ่ในช่องท้อง ผ่าตัดไส้ติ่ง หรือผ่าตัดมดลูก/รังไข่มาก่อน แล้วชอบมีอาการท้องอืด แน่นท้อง แน่นจุก หรือไม่ถ่ายไม่ตดติดต่อกัน อย่าลืมสังเกตตัวเองและรีบมาพบแพทย์นะครับ
เพื่อนๆ ชาวพันทิปท่านไหน หรือคนใกล้ตัว เคยมีประสบการณ์เจอภาวะพังผืดรัดลำไส้ หรือเคยใส่สาย NG แบบนี้บ้างไหมครับ? ลองมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือพิมพ์ถามไว้ได้เลยนะครับ เดี๋ยวหมอแวะเข้ามาตอบครับ!
ถ้าถูกใจกระทู้นี้ อย่าลืมกด + แชร์ คอมเมนต์ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
แล้วครั้งหน้าจะมีความรู้สนุก ๆ ทางการแพทย์อะไรอีก อย่าลืมกดติดตามครับ
เคยผ่าตัดท้องเมื่อ 20 ปีก่อน... จู่ๆ วันนี้ลำไส้ติดกันจนอุดตัน! (แชร์เคสเตือนภัย + เรื่องที่หลายคนยังเข้าใจผิด)
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป หมอพูมเองครับ
วันนี้อยากมาแชร์เคสน่าสนใจที่เจอได้บ่อยในเวชปฏิบัติทั่วไป แต่คนทั่วไปหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้ หรือบางคนเคยผ่าตัดท้องมาก่อนก็อาจมองข้ามสัญญาณเตือนพวกนี้ไปครับ
เมื่อวันก่อนหมอเจอคนไข้ชาย อายุ 43 ปี มาโรงพยาบาลด้วยอาการปวดแน่นท้องทั่วๆ อาเจียนไป 3 รอบ (เป็นเศษอาหาร ไม่มีเลือด ไม่มีสีเขียวปน) และที่สำคัญคือ "ไม่ถ่ายและไม่ผายลมเลยมา 1 วันเต็มๆ" ท้องอืดและพองโตขึ้นเรื่อยๆ จนปวดเกร็งไปหมด
พอหมอตรวจร่างกาย สิ่งที่เตะตาอย่างแรกเลยคือ "รอยแผลผ่าตัดกลางท้องใต้สะดือ" พอซักประวัติเพิ่มเติม คนไข้บอกว่าเคยผ่าตัดไส้ติ่งแตกเมื่อ 20 ปีที่แล้วครับ ตรวจลำไส้ตรง (DRE) ก็พบว่าว่างเปล่า ไม่มีอุจจาระค้างอยู่เลย
จากอาการทั้งหมด หมอนึกถึงภาวะ "ลำไส้อุดตัน" (Bowel Obstruction) ทันทีครับ จึงส่งเอกซเรย์ช่องท้อง (Film Acute Abdomen) และส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้องส่วนบนและล่าง (CT Whole Abdomen)
สิ่งที่เจอใน CT Scan คือ ลำไส้เล็กเกิดการอุดตัน โดยมีจุดเปลี่ยนผ่าน (Transition point) ที่ท้องน้อยด้านขวา ซึ่งเกิดจาก "พังผืด" (Adhesion band) ไปรัดลำไส้ไว้ ไม่เจอเนื้อร้าย หรือลำไส้ทะลุครับ พูดง่ายๆ ก็คือ พังผืดจากแผลผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อ 20 ปีก่อน มันค่อยๆ ก่อตัวและกลายเป็นเส้นรัดลำไส้ไว้ จนวันหนึ่งอาหาร น้ำย่อย และแก๊สไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้นั่นเองครับ
พอฟังแบบนี้ หลายคนอาจจะคิดในใจใช่ไหมครับว่า... "โห โดนพังผืดรัดลำไส้แน่นขนาดนี้ ต้องผ่าตัดเปิดท้องด่วนแน่ๆ!"
จริงๆ แล้ว "ลำไส้อุดตันจากพังผืด ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไปครับ"
เคสนี้หมอปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อรับตัวเข้านอนโรงพยาบาล และใช้วิธีประคับประคองก่อน โดยงดน้ำและอาหาร ให้สารน้ำทางหลอดเลือด และใส่ "สาย NG Decompression" (การใส่ท่อผ่านจมูกลงไปถึงกระเพาะอาหาร) เพื่อดูดระบายลม แก๊ส และน้ำย่อยที่คั่งค้างอยู่ออกมา เพื่อลดแรงดันในลำไส้
หลังจากใส่สายระบายไว้ 2 วัน ท้องคนไข้ยุบลง อาการปวดลดลง หมอจึงเริ่มให้จิบน้ำ พอรับได้ มื้อถัดไปก็ปรับเป็นอาหารเหลว วันรุ่งขึ้นขยับเป็นอาหารอ่อน สรุปนอนโรงพยาบาลดูแลอาการรวม 5 วัน ลำไส้ก็กลับมาทำงานได้ตามปกติ ขับถ่ายได้ ผายลมได้ และกลับบ้านได้ชิวๆ โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดซ้ำเลยครับ!
💡 แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่ภาวะลำไส้อุดตัน "จำเป็นต้องผ่าตัดด่วน"?
หมอสรุปข้อบ่งชี้ง่ายๆ มาฝากเป็นความรู้กันครับ เผื่อใครมีญาติหรือตัวเองเคยผ่าตัดท้อง จะได้สังเกตอาการได้ถูก
1. ต้องผ่าตัดฉุกเฉินทันที (Immediate / Urgent Surgery) เมื่อมีสัญญาณอันตราย:
มีเยื่อบุช่องท้องอักเสบ: หน้าท้องแข็งตึงเหมือนแผ่นไม้ (Rigid abdomen) กดเจ็บทั่วท้อง หรือปล่อยมือแล้วเจ็บสะดุ้ง (Rebound tenderness)
สงสัยลำไส้ขาดเลือดหรือเน่า: ปวดท้องรุนแรงมาก ปวดตลอดเวลา มีไข้สูง เม็ดเลือดขาวพุ่งสูง
ลำไส้ทะลุ: เอกซเรย์เจอแก๊สรั่วในช่องท้อง (Free air)
ผล CT Scan บ่งชี้อันตราย: เช่น เจอการรัดแบบ Closed-loop หรือผนังลำไส้หนาตัวไม่รับรังสี (เสี่ยงเนื้อตาย)
2. ผ่าตัดเมื่อรักษาแบบประคับประคองแล้วไม่สำเร็จ (Failed Non-Operative Management):
พักลำไส้ ใส่สายดูดแก๊ส งดน้ำงดอาหารครบ 72 ชั่วโมง (3 วัน) แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
กลืนสารทึบรังสีดูการเคลื่อนตัว แล้วผ่านไป 24 ชั่วโมง สารทึบรังสียังลงไปไม่ถึงลำไส้ใหญ่
อาการแย่ลงเรื่อยๆ ระหว่างสังเกตอาการ เช่น อ้วกไม่หยุด ท้องอืดโตขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดท้องรุนแรงขึ้น
หวังว่าเคสนี้จะเป็นประโยชน์ และทำให้เพื่อนๆ ตระหนักถึงความสำคัญของภาวะนี้กันนะครับ ใครที่เคยมีประวัติผ่าตัดใหญ่ในช่องท้อง ผ่าตัดไส้ติ่ง หรือผ่าตัดมดลูก/รังไข่มาก่อน แล้วชอบมีอาการท้องอืด แน่นท้อง แน่นจุก หรือไม่ถ่ายไม่ตดติดต่อกัน อย่าลืมสังเกตตัวเองและรีบมาพบแพทย์นะครับ
เพื่อนๆ ชาวพันทิปท่านไหน หรือคนใกล้ตัว เคยมีประสบการณ์เจอภาวะพังผืดรัดลำไส้ หรือเคยใส่สาย NG แบบนี้บ้างไหมครับ? ลองมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือพิมพ์ถามไว้ได้เลยนะครับ เดี๋ยวหมอแวะเข้ามาตอบครับ!
ถ้าถูกใจกระทู้นี้ อย่าลืมกด + แชร์ คอมเมนต์ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
แล้วครั้งหน้าจะมีความรู้สนุก ๆ ทางการแพทย์อะไรอีก อย่าลืมกดติดตามครับ