:: “ฮูพ” กับคืนที่ต้องเข้าห้องฉุกเฉินที่ฮ่องกง
เมื่อร่างกาย “ชัตดาวน์” กลางทริปขอพร ::
🔴 ทริปขอพรก่อนถึงงาน GE
1- ฮูพจองตั๋วไปฮ่องกงล่วงหน้าแค่ 1 อาทิตย์ เพื่อไปมูโดยเฉพาะ ก่อนถึงช่วง GE
2- ทุกปีฮูพไม่ได้ไปขอพรขนาดนี้ แต่ปีนี้ความฝันใหญ่กว่าเดิม จึงอยากไปขอพร เป็นอีกทางที่จะทำให้ฝันเป็นจริง
3- ฮูพตั้งใจไปกับนีนี่ แต่คิวไม่ตรงกัน เลยชวนแม่ไปแทน
4- ไหว้แล้วรู้สึกว่าได้พลังงานดี ขนลุกตลอด วันแรกไปหาญาติกับแม่ วันที่สองไหว้พระทั้งวัน
----------------------
🔴 ปีนผาเสร็จ แขนชาแข็ง
5- เหตุเกิดวันที่สอง ช่วงค่ำ ฮูพไปปีนผาต่อ ปกติไปคนเดียว แต่วันนั้นชวนแม่ไปด้วย
6- ระหว่างนั่งแท็กซี่ มีผื่นขึ้นที่หน้า ฮูพหยิบยาแก้แพ้กินแบบไม่มีน้ำ ซึ่งทำบ่อยอยู่แล้ว
7- ปีนรอบแรกเสร็จ ฮูพรู้สึกเหนื่อยแต่ไม่ได้สนใจ ปีนอีกรอบ พอลงมา แขนสองข้างชา แข็ง พับไม่ลง ปกติแขนบวมแล้วกดลงได้ แต่วันนั้นกดไม่ได้เลย แล้วเริ่มมึนหัว
8- แม่ลากฮูพออกมายืนริมถนน ฮูพกดเรียกรถกลับโรงแรม
----------------------
🔴 7 นาทีที่รอรถ
9- ระหว่างรอรถประมาณ 7 นาที อาการแย่ลงเรื่อย ๆ ชาทั้งแขน บีบมือไม่ได้ ปากขยับช้า ลิ้นเริ่มแข็ง
10- ฮูพเสิร์ชดูอาการตัวเอง พบว่าอาจมีสิทธิ์เป็น Stroke และเพิ่งมีแฟนคลับที่เป็น Stroke มาก่อน เลยยิ่งช็อก
11- ตาเริ่มปิด ภาพเริ่มมืด ฮูพบอกแม่ว่า “ลูกจะไม่ไหวแล้ว” แม่บอกให้สวดมนต์ ฮูพสวดทั้งที่ร่างกายต่อต้านมาก
12- ฮูพคิดว่าอาจต้องผ่าตัดสมองที่ฮ่องกง ไม่ก็ตายที่นี่ รถยังมาอีก 3 นาที แต่ 3 นาทีนั้นผ่านไปช้ามาก
----------------------
🔴 เดินหาห้องฉุกเฉินเอง
13- แม่พูดอังกฤษไม่ได้ คนขับก็ไม่เก่งอังกฤษ ฮูพบอกให้ไปโรงพยาบาล แต่ระบบแอปเปลี่ยนปลายทางโดยคนขับไม่ได้ ฮูพต้องกดเปลี่ยนโลเคชันเองจากโรงแรมเป็นโรงพยาบาล ทั้งที่ร่างกายแทบไม่ไหว
14- ถึงโรงพยาบาล คนขับไม่ได้ไปส่งที่ห้องฉุกเฉิน แต่ส่งตรงจุดดรอปออฟ ฮูพเดินไปโดยไม่รู้ทาง ป้ายก็ไม่มี ต้องตะโกนถามคนที่เดินผ่าน
15- ที่เคาน์เตอร์ไม่มีรถเข็น ไม่มีใครมาช่วย ฮูพยื่นพาสปอร์ตเอง คุยเอง ดึงสติตัวเองไว้ ฮูพเล่าว่าเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล ซึ่งไม่เคยเข้ามาก่อน
16- คนฮ่องกงที่มาช่วยบอกว่า ที่นี่ต้องดูแลตัวเองทุกอย่าง ถ้ามาด้วยรถพยาบาลอาจมีคนช่วยมากกว่านี้
----------------------
🔴 ค่าแรกรับเกือบหมื่น
17- ฮูพบอกเจ้าหน้าที่ว่าหายใจไม่ออก ขอให้เร็วหน่อย สิ่งแรกที่ได้ยินคือต้องจ่าย 2,100 ดอลลาร์ฮ่องกง เกือบหนึ่งหมื่นบาท
18- ฮูพตัวสั่นเหมือนชัก ขอจ่ายทีหลัง ขอผ้าห่ม ได้คำตอบว่ามีให้ แต่ต้องเดินไปหยิบเอง
19- หมอถามเป็นร้อยคำถาม ส่งฮูพไปเช็กหัวใจ กลับมาก็ถามเป็นร้อยคำถามอีก ฮูพต้องตอบเองเพราะแม่สื่อสารไม่ได้ บอกหมอว่าให้เลิกถามได้แล้ว ไม่ไหวแล้ว จะตายแล้ว
20- ขณะนั้นญาติของฮูพขึ้นรถไฟกลับไปแล้ว แต่มีเพื่อนของญาติมาช่วยรอ
----------------------
🔴 รอ 4 ชั่วโมงกับผลตรวจ
21- หมอจะตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์ และตรวจปัสสาวะ ฮูพถามหมอว่า “จำเป็นไหม” เพราะไม่อยากเสียเงิน ทั้งที่ในหัวคิดว่าจะตายอยู่แล้ว
22- ฮูพโทรขอความเห็นจากหมอที่เป็นเพื่อนของแม่ในไทย แต่หมอติดเคสอยู่ จึงยังช่วยไม่ได้ ฮูพเลยขอกลับไปตรวจที่ไทย เพราะต้องรอผลตรวจอีก 4 ชั่วโมง ถึงเที่ยงคืน ขณะที่ไทยรอแค่ 15 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง
23- เมื่อรู้ว่า 2,100 ดอลลาร์ฮ่องกงรวมการตรวจทั้งหมดแล้ว ฮูพยอมตรวจและรอ
24- ระหว่างรอ อาการค่อย ๆ ดีขึ้นเองโดยยังไม่รู้สาเหตุ ที่ล็อบบี้และโถงฉุกเฉินมีเตียงเป็นสิบ มีคนร้องครวญคราง มีคนเลือดไหลเต็มหน้า
25- ผ่านไปราว 4 ชั่วโมง หมอสรุปว่าน่าจะเป็นโรคแพนิค ฮูพถามว่าการปีนผาเป็นสาเหตุหรือไม่ หมอบอกว่าไม่เกี่ยว มันเกิดขึ้นเองและเกิดได้ทุกเวลา
26- หมอเพื่อนแม่ที่ไทยอธิบายเพิ่มว่า อาการแพ้ทำให้แขนบวม แล้วร่างกายเลยแพนิคต่อ
27- ฮูพบอกว่ารอบนี้หนักที่สุดเท่าที่เคยเป็น ค่าใช้จ่ายสุดท้ายราว 9,000–10,000 บาท ซึ่งฮูพบอกว่าก็ “โอเค” เพราะหาหมอที่ไทยก็ราคานี้
----------------------
🔴 บทเรียนสำหรับคนไปต่างประเทศ
28- ฮูพบอกว่า “โชคดีที่วันนั้นหนูบอกให้แม่ไปด้วย ไม่งั้นคงนอนอยู่ข้างถนน” เมื่อฮูพเกือบปล่อยตัวเองหลับตา แม่บอกให้หายใจเข้าลึก ๆ อย่าปิดตา
29- โชคดีที่ได้เข้าโรงพยาบาลใหญ่ โชคดีที่มีคนหันมาตอนตะโกนถามทาง และโชคดีที่อาการไม่ร้ายแรง
30- ฮูพย้ำว่าประกันเดินทางต่างประเทศสำคัญมาก ทั้งที่ตัวเองไม่เคยทำเอง แต่มีติดมากับแพ็กเกจของเครือข่ายมือถือที่ตัวเองใช้อยู่
31- ตอนนี้แม่สั่งห้ามฮูพปีนผาและทำกิจกรรมเสี่ยงเวลาไปต่างประเทศ
32- ตอนนี้ฮูพหายดีแล้ว แต่ยังต้องงดกุ้ง ฮูพบอกว่าไม่คิดว่าร่างกายตัวเองจะหนักถึงขนาดนี้ และยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาใช้ร่างกายหนักมาก จึงถึงเวลาที่ต้องพักและใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ถ้าหลังจากนี้ฮูพหายไปบ้าง ก็เป็นเรื่องสุขภาพร่างกาย ฮูพหวังว่านี่คือเบญจเพศที่ผ่านไปแล้ว และหลังจากนี้จะมีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้น
#BNK48 #HoopBNK48
ที่มา
https://www.facebook.com/share/19bLMBjvbP/
“ฮูพ” กับคืนที่ต้องเข้าห้องฉุกเฉินที่ฮ่องกง
เมื่อร่างกาย “ชัตดาวน์” กลางทริปขอพร ::
🔴 ทริปขอพรก่อนถึงงาน GE
1- ฮูพจองตั๋วไปฮ่องกงล่วงหน้าแค่ 1 อาทิตย์ เพื่อไปมูโดยเฉพาะ ก่อนถึงช่วง GE
2- ทุกปีฮูพไม่ได้ไปขอพรขนาดนี้ แต่ปีนี้ความฝันใหญ่กว่าเดิม จึงอยากไปขอพร เป็นอีกทางที่จะทำให้ฝันเป็นจริง
3- ฮูพตั้งใจไปกับนีนี่ แต่คิวไม่ตรงกัน เลยชวนแม่ไปแทน
4- ไหว้แล้วรู้สึกว่าได้พลังงานดี ขนลุกตลอด วันแรกไปหาญาติกับแม่ วันที่สองไหว้พระทั้งวัน
----------------------
🔴 ปีนผาเสร็จ แขนชาแข็ง
5- เหตุเกิดวันที่สอง ช่วงค่ำ ฮูพไปปีนผาต่อ ปกติไปคนเดียว แต่วันนั้นชวนแม่ไปด้วย
6- ระหว่างนั่งแท็กซี่ มีผื่นขึ้นที่หน้า ฮูพหยิบยาแก้แพ้กินแบบไม่มีน้ำ ซึ่งทำบ่อยอยู่แล้ว
7- ปีนรอบแรกเสร็จ ฮูพรู้สึกเหนื่อยแต่ไม่ได้สนใจ ปีนอีกรอบ พอลงมา แขนสองข้างชา แข็ง พับไม่ลง ปกติแขนบวมแล้วกดลงได้ แต่วันนั้นกดไม่ได้เลย แล้วเริ่มมึนหัว
8- แม่ลากฮูพออกมายืนริมถนน ฮูพกดเรียกรถกลับโรงแรม
----------------------
🔴 7 นาทีที่รอรถ
9- ระหว่างรอรถประมาณ 7 นาที อาการแย่ลงเรื่อย ๆ ชาทั้งแขน บีบมือไม่ได้ ปากขยับช้า ลิ้นเริ่มแข็ง
10- ฮูพเสิร์ชดูอาการตัวเอง พบว่าอาจมีสิทธิ์เป็น Stroke และเพิ่งมีแฟนคลับที่เป็น Stroke มาก่อน เลยยิ่งช็อก
11- ตาเริ่มปิด ภาพเริ่มมืด ฮูพบอกแม่ว่า “ลูกจะไม่ไหวแล้ว” แม่บอกให้สวดมนต์ ฮูพสวดทั้งที่ร่างกายต่อต้านมาก
12- ฮูพคิดว่าอาจต้องผ่าตัดสมองที่ฮ่องกง ไม่ก็ตายที่นี่ รถยังมาอีก 3 นาที แต่ 3 นาทีนั้นผ่านไปช้ามาก
----------------------
🔴 เดินหาห้องฉุกเฉินเอง
13- แม่พูดอังกฤษไม่ได้ คนขับก็ไม่เก่งอังกฤษ ฮูพบอกให้ไปโรงพยาบาล แต่ระบบแอปเปลี่ยนปลายทางโดยคนขับไม่ได้ ฮูพต้องกดเปลี่ยนโลเคชันเองจากโรงแรมเป็นโรงพยาบาล ทั้งที่ร่างกายแทบไม่ไหว
14- ถึงโรงพยาบาล คนขับไม่ได้ไปส่งที่ห้องฉุกเฉิน แต่ส่งตรงจุดดรอปออฟ ฮูพเดินไปโดยไม่รู้ทาง ป้ายก็ไม่มี ต้องตะโกนถามคนที่เดินผ่าน
15- ที่เคาน์เตอร์ไม่มีรถเข็น ไม่มีใครมาช่วย ฮูพยื่นพาสปอร์ตเอง คุยเอง ดึงสติตัวเองไว้ ฮูพเล่าว่าเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล ซึ่งไม่เคยเข้ามาก่อน
16- คนฮ่องกงที่มาช่วยบอกว่า ที่นี่ต้องดูแลตัวเองทุกอย่าง ถ้ามาด้วยรถพยาบาลอาจมีคนช่วยมากกว่านี้
----------------------
🔴 ค่าแรกรับเกือบหมื่น
17- ฮูพบอกเจ้าหน้าที่ว่าหายใจไม่ออก ขอให้เร็วหน่อย สิ่งแรกที่ได้ยินคือต้องจ่าย 2,100 ดอลลาร์ฮ่องกง เกือบหนึ่งหมื่นบาท
18- ฮูพตัวสั่นเหมือนชัก ขอจ่ายทีหลัง ขอผ้าห่ม ได้คำตอบว่ามีให้ แต่ต้องเดินไปหยิบเอง
19- หมอถามเป็นร้อยคำถาม ส่งฮูพไปเช็กหัวใจ กลับมาก็ถามเป็นร้อยคำถามอีก ฮูพต้องตอบเองเพราะแม่สื่อสารไม่ได้ บอกหมอว่าให้เลิกถามได้แล้ว ไม่ไหวแล้ว จะตายแล้ว
20- ขณะนั้นญาติของฮูพขึ้นรถไฟกลับไปแล้ว แต่มีเพื่อนของญาติมาช่วยรอ
----------------------
🔴 รอ 4 ชั่วโมงกับผลตรวจ
21- หมอจะตรวจเลือด เอ็กซ์เรย์ และตรวจปัสสาวะ ฮูพถามหมอว่า “จำเป็นไหม” เพราะไม่อยากเสียเงิน ทั้งที่ในหัวคิดว่าจะตายอยู่แล้ว
22- ฮูพโทรขอความเห็นจากหมอที่เป็นเพื่อนของแม่ในไทย แต่หมอติดเคสอยู่ จึงยังช่วยไม่ได้ ฮูพเลยขอกลับไปตรวจที่ไทย เพราะต้องรอผลตรวจอีก 4 ชั่วโมง ถึงเที่ยงคืน ขณะที่ไทยรอแค่ 15 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง
23- เมื่อรู้ว่า 2,100 ดอลลาร์ฮ่องกงรวมการตรวจทั้งหมดแล้ว ฮูพยอมตรวจและรอ
24- ระหว่างรอ อาการค่อย ๆ ดีขึ้นเองโดยยังไม่รู้สาเหตุ ที่ล็อบบี้และโถงฉุกเฉินมีเตียงเป็นสิบ มีคนร้องครวญคราง มีคนเลือดไหลเต็มหน้า
25- ผ่านไปราว 4 ชั่วโมง หมอสรุปว่าน่าจะเป็นโรคแพนิค ฮูพถามว่าการปีนผาเป็นสาเหตุหรือไม่ หมอบอกว่าไม่เกี่ยว มันเกิดขึ้นเองและเกิดได้ทุกเวลา
26- หมอเพื่อนแม่ที่ไทยอธิบายเพิ่มว่า อาการแพ้ทำให้แขนบวม แล้วร่างกายเลยแพนิคต่อ
27- ฮูพบอกว่ารอบนี้หนักที่สุดเท่าที่เคยเป็น ค่าใช้จ่ายสุดท้ายราว 9,000–10,000 บาท ซึ่งฮูพบอกว่าก็ “โอเค” เพราะหาหมอที่ไทยก็ราคานี้
----------------------
🔴 บทเรียนสำหรับคนไปต่างประเทศ
28- ฮูพบอกว่า “โชคดีที่วันนั้นหนูบอกให้แม่ไปด้วย ไม่งั้นคงนอนอยู่ข้างถนน” เมื่อฮูพเกือบปล่อยตัวเองหลับตา แม่บอกให้หายใจเข้าลึก ๆ อย่าปิดตา
29- โชคดีที่ได้เข้าโรงพยาบาลใหญ่ โชคดีที่มีคนหันมาตอนตะโกนถามทาง และโชคดีที่อาการไม่ร้ายแรง
30- ฮูพย้ำว่าประกันเดินทางต่างประเทศสำคัญมาก ทั้งที่ตัวเองไม่เคยทำเอง แต่มีติดมากับแพ็กเกจของเครือข่ายมือถือที่ตัวเองใช้อยู่
31- ตอนนี้แม่สั่งห้ามฮูพปีนผาและทำกิจกรรมเสี่ยงเวลาไปต่างประเทศ
32- ตอนนี้ฮูพหายดีแล้ว แต่ยังต้องงดกุ้ง ฮูพบอกว่าไม่คิดว่าร่างกายตัวเองจะหนักถึงขนาดนี้ และยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาใช้ร่างกายหนักมาก จึงถึงเวลาที่ต้องพักและใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ถ้าหลังจากนี้ฮูพหายไปบ้าง ก็เป็นเรื่องสุขภาพร่างกาย ฮูพหวังว่านี่คือเบญจเพศที่ผ่านไปแล้ว และหลังจากนี้จะมีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้น
#BNK48 #HoopBNK48
ที่มา
https://www.facebook.com/share/19bLMBjvbP/