ใครที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วเห็นบิ๊กซีใกล้บ้านเริ่มเงียบเหงาหรือทยอยปิดตัวลง ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะนี่คือมูฟเมนต์การเงินครั้งใหญ่ของกลุ่มทุนระดับแสนล้าน
หลังจาก บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือ BJC ในเครือเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ประกาศแผนล้างพอร์ตสินทรัพย์ที่ไม่ทำกำไรและไม่ได้ใช้ประโยชน์ รวม 33 รายการ มูลค่ารวมกว่า 11,731 ล้านบาท มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ล่าสุดบริษัทได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าสามารถปิดดีลขายทรัพย์สินล็อตใหญ่ไปได้แล้วถึง 20 รายการ
เบื้องลึกเบื้องหลังและรายละเอียดที่น่าจับตามอง มีเรื่องอะไรบ้าง สรุปให้เห็นภาพชัดๆ
📌 1. ขายที่ดินและอาคารเพื่อปลดล็อกหนี้ก้อนโต
เป้าหมายสำคัญของการเทขายทรัพย์สินระลอกนี้ ไม่ใช่เพราะธุรกิจขาดสภาพคล่องจนไปต่อไม่ไหว แต่เป็นการตัดสินใจทางกลยุทธ์เพื่อ "นำเงินไปโปะลดหนี้เงินกู้" ที่เคยใช้ซื้อกิจการ MM Mega Market ในประเทศเวียดนาม ยอมตัดขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เพื่อทำให้โครงสร้างทางการเงินคล่องตัวและเบาลง
📌 2. กวาดเงินเข้ากระเป๋า ใครเป็นคนรับซื้อไป
ในบรรดาทรัพย์สิน 20 รายการที่ปิดการขายเรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็น
ที่ดินเปล่า 2 รายการ ขายให้บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 17 รายการ ขายให้บุคคลภายนอก 1 รายการ และขายให้บุคคลที่เกี่ยวโยงกันอีก 16 รายการ
โดยทรัพย์ชิ้นโบแดงที่มีมูลค่าสูงสุดในแผนนี้ คือที่ดินพร้อมอาคารโรงงานติดถนนราษฎร์บูรณะ 23 เนื้อที่กว่า 26 ไร่ มูลค่าสูงถึง 2,571.4 ล้านบาท
📌 3. บิ๊กซีต่างจังหวัดทยอยปิดตัวหลายทำเลทอง
ผลพวงจากการขายที่ดินพร้อมอาคาร ทำให้บิ๊กซีสาขาต่างจังหวัดขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มทยอยยุติการให้บริการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เช่น
บิ๊กซีนวนคร เนื้อที่กว่า 26 ไร่ ราคา 1,227.2 ล้านบาท
บิ๊กซีชุมพร เนื้อที่กว่า 24 ไร่ ราคา 585.5 ล้านบาท
บิ๊กซีลพบุรี เนื้อที่กว่า 15 ไร่ ราคา 578.25 ล้านบาท
บิ๊กซีอุดรธานี 2 เนื้อที่กว่า 19 ไร่ ราคา 554.45 ล้านบาท
บิ๊กซีมหาสารคาม เนื้อที่กว่า 33 ไร่ ราคา 535.84 ล้านบาท
บิ๊กซีสระแก้ว เนื้อที่กว่า 42 ไร่ ราคา 499.3 ล้านบาท
บิ๊กซียโสธร เนื้อที่กว่า 29 ไร่ ราคา 459.45 ล้านบาท
บิ๊กซีวารินชำราบ อุบลราชธานี เนื้อที่กว่า 27 ไร่ ราคา 448.9 ล้านบาท
บิ๊กซีด่านขุนทด นครราชสีมา เนื้อที่กว่า 15 ไร่ ราคา 252.45 ล้านบาท
การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า แม้แต่ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศก็ไม่ยอมแบกสาขาหรือที่ดินที่ไม่สร้างผลตอบแทนไว้อีกต่อไป สาขาไหนสู้ศึกไม่ไหวก็ต้องยอมปิดตัวลง แล้วเปลี่ยนเป็นเงินสดกลับมาเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัท
สิ่งที่น่าติดตามต่อคือ ที่ดินแปลงงามเนื้อที่ระดับสิบถึงยี่สิบไร่ในหัวเมืองใหญ่เหล่านี้ เมื่อเปลี่ยนมือไปแล้ว จะถูกกลุ่มทุนนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นโปรเจกต์มิกซ์ยูส คอมมูนิตี้มอลล์ หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใด
#BJC #บิ๊กซี #เจ้าสัวเจริญ #เศรษฐกิจไทย #การลงทุน #อสังหาริมทรัพย์ #ค้าปลีก #ข่าวธุรกิจ #ตลาดหลักทรัพย์
ประสบการณ์ของพี่ทอมเองครับ
BJC ตัดใจขายทรัพย์สิน 20 รายการรวด ทยอยปิด “บิ๊กซี” ต่างจังหวัดแปลงใหญ่เพื่อเคลียร์หนี้เวียดนาม
หลังจาก บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือ BJC ในเครือเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ประกาศแผนล้างพอร์ตสินทรัพย์ที่ไม่ทำกำไรและไม่ได้ใช้ประโยชน์ รวม 33 รายการ มูลค่ารวมกว่า 11,731 ล้านบาท มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ล่าสุดบริษัทได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าสามารถปิดดีลขายทรัพย์สินล็อตใหญ่ไปได้แล้วถึง 20 รายการ
เบื้องลึกเบื้องหลังและรายละเอียดที่น่าจับตามอง มีเรื่องอะไรบ้าง สรุปให้เห็นภาพชัดๆ
📌 1. ขายที่ดินและอาคารเพื่อปลดล็อกหนี้ก้อนโต
เป้าหมายสำคัญของการเทขายทรัพย์สินระลอกนี้ ไม่ใช่เพราะธุรกิจขาดสภาพคล่องจนไปต่อไม่ไหว แต่เป็นการตัดสินใจทางกลยุทธ์เพื่อ "นำเงินไปโปะลดหนี้เงินกู้" ที่เคยใช้ซื้อกิจการ MM Mega Market ในประเทศเวียดนาม ยอมตัดขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เพื่อทำให้โครงสร้างทางการเงินคล่องตัวและเบาลง
📌 2. กวาดเงินเข้ากระเป๋า ใครเป็นคนรับซื้อไป
ในบรรดาทรัพย์สิน 20 รายการที่ปิดการขายเรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็น
ที่ดินเปล่า 2 รายการ ขายให้บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 17 รายการ ขายให้บุคคลภายนอก 1 รายการ และขายให้บุคคลที่เกี่ยวโยงกันอีก 16 รายการ
โดยทรัพย์ชิ้นโบแดงที่มีมูลค่าสูงสุดในแผนนี้ คือที่ดินพร้อมอาคารโรงงานติดถนนราษฎร์บูรณะ 23 เนื้อที่กว่า 26 ไร่ มูลค่าสูงถึง 2,571.4 ล้านบาท
📌 3. บิ๊กซีต่างจังหวัดทยอยปิดตัวหลายทำเลทอง
ผลพวงจากการขายที่ดินพร้อมอาคาร ทำให้บิ๊กซีสาขาต่างจังหวัดขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มทยอยยุติการให้บริการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เช่น
บิ๊กซีนวนคร เนื้อที่กว่า 26 ไร่ ราคา 1,227.2 ล้านบาท
บิ๊กซีชุมพร เนื้อที่กว่า 24 ไร่ ราคา 585.5 ล้านบาท
บิ๊กซีลพบุรี เนื้อที่กว่า 15 ไร่ ราคา 578.25 ล้านบาท
บิ๊กซีอุดรธานี 2 เนื้อที่กว่า 19 ไร่ ราคา 554.45 ล้านบาท
บิ๊กซีมหาสารคาม เนื้อที่กว่า 33 ไร่ ราคา 535.84 ล้านบาท
บิ๊กซีสระแก้ว เนื้อที่กว่า 42 ไร่ ราคา 499.3 ล้านบาท
บิ๊กซียโสธร เนื้อที่กว่า 29 ไร่ ราคา 459.45 ล้านบาท
บิ๊กซีวารินชำราบ อุบลราชธานี เนื้อที่กว่า 27 ไร่ ราคา 448.9 ล้านบาท
บิ๊กซีด่านขุนทด นครราชสีมา เนื้อที่กว่า 15 ไร่ ราคา 252.45 ล้านบาท
การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า แม้แต่ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศก็ไม่ยอมแบกสาขาหรือที่ดินที่ไม่สร้างผลตอบแทนไว้อีกต่อไป สาขาไหนสู้ศึกไม่ไหวก็ต้องยอมปิดตัวลง แล้วเปลี่ยนเป็นเงินสดกลับมาเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัท
สิ่งที่น่าติดตามต่อคือ ที่ดินแปลงงามเนื้อที่ระดับสิบถึงยี่สิบไร่ในหัวเมืองใหญ่เหล่านี้ เมื่อเปลี่ยนมือไปแล้ว จะถูกกลุ่มทุนนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นโปรเจกต์มิกซ์ยูส คอมมูนิตี้มอลล์ หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใด
#BJC #บิ๊กซี #เจ้าสัวเจริญ #เศรษฐกิจไทย #การลงทุน #อสังหาริมทรัพย์ #ค้าปลีก #ข่าวธุรกิจ #ตลาดหลักทรัพย์
ประสบการณ์ของพี่ทอมเองครับ