ปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้จริงๆค่ะ
หนูต้องโตมาด้วยความอดทนของตัวเองล้วนๆผู้ใหญ่มากมายในชายคาเดียวกัน
แต่หนูก็เป็นแค่ขอทานคนนึงในบ้าน พวกเขานอกจากจะไม่แคร์หนู ยังไม่แคร์กันเองด้วย
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ต้องเห็นภาพติดตา มือที่ถืออาวุธขู่ฆ่ากันไปมาตลอดทั้งปี ต้องเจอมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม่จะฆ่าตัวตายด้วยอาวุธ พี่สาวกินยาจะจบชีวิตตัวเอง การทำร้ายร่างกาย การอาละวาดทำลายทุกอย่าง
ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าหนูทุกครั้ง ไม่เลือกเวลา แค่เป็นในบ้าน ก็พร้อมเกิดสงครามทุกเมื่อ
เด็กประถมได้แต่ยืนตัวสั่นน้ำตาคลอ ต่อให้จะกลัวแค่ไหนก็ห้ามร้องหรือส่งเสียงออกมา
หนูไม่เคยอยากกินข้าวโต๊ะเดียวกับใคร ไม่อยากออกมาใช้ชีวิต อยากจะใส่หูฟังและไปโรงเรียนทุกๆวัน อยากออกจากบ้านไปที่ไกลๆ ต้องลำบากแค่ไหนก็ไหว อย่างน้อย ก็การันตีความปลอดภัยทางใจ พวกท่านไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวหนู แต่ก็ไม่เคยหยุดสาดกระสุนล่องหนใส่หนูเลยสักวัน และไม่ว่าหนูจะย้ายไปที่ไหน มันก็เหมือนไม่มช่ที่ของหนูเลยสักที่ ต้องย้ายไปมาต่างจังหวัดทุกปี ย้ายร.ร.บ่อยจนไม่มีเพื่อน ทำให้หนูเริ่มเก็บตัว จนกลัวสังคม พูดกับใครก็ติดขัด เอาแต่คิดคำพูดในหัวตลอดเวลา
ในสายตาคนที่ของเข้ามา พวกเขาเห็นแค่รอยยิ้ม ฐานะที่มีกิน อบอุ่น และเอาแต่บอกว่าเด็กนามสกุลนี้โชคดี
แต่ความจริงหนูแค่พูดไม่ได้ หนูโตมาจนตอนนี้ จะ ครบ 18ปีบริบูรณ์ ในเที่ยงคืนนี้แล้วค่ะ
ไม่รู้ว่าผ่านมากี่ปี ที่หนูเกลียดวันเกิดตัวเอง เกลียดเทศกาล เกลียดการต้องเริ่มต้นใหม่
หนูไม่อยากจะเชื่ออะไรอีก ทั้งคนทั้งศาสนาและทุกๆอย่างบนโลก ทุกอย่างมีแต่สิ่งไม่จริง
หนูต้องนอนหลับๆตื่นๆทุกคืน มือสั่นจนถืออะไรก็ร่วง ร่างกายล้าจนไม่มีแรงทำอะไร ปวดหัวตลอดเวลา ปวดท้องอยากจะอ้วกทุกวัน ปวดในหู
หนูไม่อยากที่จะไปรักษาอารการอะไรทั้งนั้น ถึงหนูจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองแต่หนูมีอาการที่แปลกไปจากเมื่อก่อน
หนูได้ยินเสียงเรียกและเสียงคนพูดคุยกันไปมาในหู
เห็นภาพคนใช้ชีวิตในบ้านตัวเองตอนไฟดับทุกดวง
เห็นสิ่งต่างๆขยับได้เอง
แต่หนูไม่เคยกลัวมัน ชีวิตนี้ไม่เหลืออะไรให้กลัวอีกแล้ว ตราบใดที่หนูยังไม่ตาย หนูก็จะไม่กลัว
และเพราะความไม่กลัวอะไร หนูเลยไม่รู้สึกอะไรเลยไปด้วย ไม่สนว่าแผลจะเจ็บแค่ไหน ไม่สนว่าสิ่งๆหนึ่งที่ทำมีโอกาสรอดตายกี่เปอร์เซ็นต์
หนูไม่มีเป้าหมายไม่มีอะไรเลย แค่ยังหายใจอยู่
เพื่อนที่หนูเต็มใจให้เป็น คงมีแค่จินตนาการของตัวเอง
ตอนนี้หนูรักษาอาการซึมเศร้ามาเกือบ3ปีแล้วค่ะ และไม่มีทีท่าจะหายได้เลย แม้แต่ยานอนหลับทุกตัวที่ได้มา ก็ไม่เคยช่วยอะไรได้เลยจริงๆ ยังต้องนอนดิ้นไปมาบนเตียงกว้างๆ ปลายผ้าห่มในทุกๆคืน เหมือนมีคนมาดึงตลอด เสียงเดินวนไปมาหน้าประตูห้อง ไม่อยากลืมตาเลยจริงๆ ไม่อยากเจออะไรที่มืดไปกว่าความมืด ต้องตื่นมาด้วยเหงื่อที่ไหลออกมาถึงแม้จะหนาวแค่ไหน อาการปวดฟันปวดหัวและอ่อนเพลีย ไม่ต่างจาก อดนอน เลยจริงๆ
เอาแต่นอนฝันเรื่องเก่าๆ การจมน้ำตาย การถูกผลักตกลงในในน้ำที่ไม่มีที่ให้ปีน การถูกยิงให้ตาย การประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต การถูกใครก็ไม่รู้มายืนมองปลายเตียงในฝัน ความเจ็บปวดชาไปทั่วร่างกายตอนนอน แค่ลืมตาตื่น ก็หมดพลังชีวิตไปแล้วมากมาย
แสงสว่างของชีวิตหนูตอนนี้คืออะไร แล้วในอนาคตล่ะ หนูจะเจอแสงบ้างไหม
แต่ที่หนูต้องการจริงๆคือเป้าหมายในการใช้ชีวิตของหนู
หนูจะหาเงินไปใช้กับอะไร เรียนเพื่อให้ได้อะไร อดทนมากมายเพื่ออะไร
หนูไม่รู้สึกว่า การรักษาได้ผล จิตแพทย์คนไหนก็ข่วยหนูไม่ได้ ยากี่mgก็ไม่พอ
หนูอยากพัก ไม่อยากกินยาแล้ว ไม่อยากต้องคอยกัดลิ้นตัวเองเพื่อไม่ให้พูดอะไรออกไป
อิจฉาเพื่อน ที่มีพ่อแม่มารับกลับบ้าน พาไปเที่ยว มีผปคมางานโรงเรียน
แต่หนูดันต้องเป็นผปคให้ตัวเอง ต้องเป็นรุ่นพี่ในคนรุ่นเดียวกัน ทำไมหนูถึงต้องพูดจาเหมือนคนวัยสามสิบ ทำไมต้องปลงกับชีวิต หนูยังอยากเล่นอะไรไร้สาระกับวันหยุดอยู่เลย
แบบนี้หนูดูขี้แพ้ไปหรือเปล่าคะ ถ้าเกิด หนูอยากจะหยุดแล้วจริงๆ แต่หนูแค่อยากฟังความเห็นค่ะหนูไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นจริงๆ แค่ประชดไปก็เท่านั้น
พร้อมฟังทุกคำพูดคำแนะนำค่ะ ขอบคุณค่ะ
ชีวิตไร้ปลายทางมากค่ะ
หนูต้องโตมาด้วยความอดทนของตัวเองล้วนๆผู้ใหญ่มากมายในชายคาเดียวกัน
แต่หนูก็เป็นแค่ขอทานคนนึงในบ้าน พวกเขานอกจากจะไม่แคร์หนู ยังไม่แคร์กันเองด้วย
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ต้องเห็นภาพติดตา มือที่ถืออาวุธขู่ฆ่ากันไปมาตลอดทั้งปี ต้องเจอมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม่จะฆ่าตัวตายด้วยอาวุธ พี่สาวกินยาจะจบชีวิตตัวเอง การทำร้ายร่างกาย การอาละวาดทำลายทุกอย่าง
ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อหน้าหนูทุกครั้ง ไม่เลือกเวลา แค่เป็นในบ้าน ก็พร้อมเกิดสงครามทุกเมื่อ
เด็กประถมได้แต่ยืนตัวสั่นน้ำตาคลอ ต่อให้จะกลัวแค่ไหนก็ห้ามร้องหรือส่งเสียงออกมา
หนูไม่เคยอยากกินข้าวโต๊ะเดียวกับใคร ไม่อยากออกมาใช้ชีวิต อยากจะใส่หูฟังและไปโรงเรียนทุกๆวัน อยากออกจากบ้านไปที่ไกลๆ ต้องลำบากแค่ไหนก็ไหว อย่างน้อย ก็การันตีความปลอดภัยทางใจ พวกท่านไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวหนู แต่ก็ไม่เคยหยุดสาดกระสุนล่องหนใส่หนูเลยสักวัน และไม่ว่าหนูจะย้ายไปที่ไหน มันก็เหมือนไม่มช่ที่ของหนูเลยสักที่ ต้องย้ายไปมาต่างจังหวัดทุกปี ย้ายร.ร.บ่อยจนไม่มีเพื่อน ทำให้หนูเริ่มเก็บตัว จนกลัวสังคม พูดกับใครก็ติดขัด เอาแต่คิดคำพูดในหัวตลอดเวลา
ในสายตาคนที่ของเข้ามา พวกเขาเห็นแค่รอยยิ้ม ฐานะที่มีกิน อบอุ่น และเอาแต่บอกว่าเด็กนามสกุลนี้โชคดี
แต่ความจริงหนูแค่พูดไม่ได้ หนูโตมาจนตอนนี้ จะ ครบ 18ปีบริบูรณ์ ในเที่ยงคืนนี้แล้วค่ะ
ไม่รู้ว่าผ่านมากี่ปี ที่หนูเกลียดวันเกิดตัวเอง เกลียดเทศกาล เกลียดการต้องเริ่มต้นใหม่
หนูไม่อยากจะเชื่ออะไรอีก ทั้งคนทั้งศาสนาและทุกๆอย่างบนโลก ทุกอย่างมีแต่สิ่งไม่จริง
หนูต้องนอนหลับๆตื่นๆทุกคืน มือสั่นจนถืออะไรก็ร่วง ร่างกายล้าจนไม่มีแรงทำอะไร ปวดหัวตลอดเวลา ปวดท้องอยากจะอ้วกทุกวัน ปวดในหู
หนูไม่อยากที่จะไปรักษาอารการอะไรทั้งนั้น ถึงหนูจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองแต่หนูมีอาการที่แปลกไปจากเมื่อก่อน
หนูได้ยินเสียงเรียกและเสียงคนพูดคุยกันไปมาในหู
เห็นภาพคนใช้ชีวิตในบ้านตัวเองตอนไฟดับทุกดวง
เห็นสิ่งต่างๆขยับได้เอง
แต่หนูไม่เคยกลัวมัน ชีวิตนี้ไม่เหลืออะไรให้กลัวอีกแล้ว ตราบใดที่หนูยังไม่ตาย หนูก็จะไม่กลัว
และเพราะความไม่กลัวอะไร หนูเลยไม่รู้สึกอะไรเลยไปด้วย ไม่สนว่าแผลจะเจ็บแค่ไหน ไม่สนว่าสิ่งๆหนึ่งที่ทำมีโอกาสรอดตายกี่เปอร์เซ็นต์
หนูไม่มีเป้าหมายไม่มีอะไรเลย แค่ยังหายใจอยู่
เพื่อนที่หนูเต็มใจให้เป็น คงมีแค่จินตนาการของตัวเอง
ตอนนี้หนูรักษาอาการซึมเศร้ามาเกือบ3ปีแล้วค่ะ และไม่มีทีท่าจะหายได้เลย แม้แต่ยานอนหลับทุกตัวที่ได้มา ก็ไม่เคยช่วยอะไรได้เลยจริงๆ ยังต้องนอนดิ้นไปมาบนเตียงกว้างๆ ปลายผ้าห่มในทุกๆคืน เหมือนมีคนมาดึงตลอด เสียงเดินวนไปมาหน้าประตูห้อง ไม่อยากลืมตาเลยจริงๆ ไม่อยากเจออะไรที่มืดไปกว่าความมืด ต้องตื่นมาด้วยเหงื่อที่ไหลออกมาถึงแม้จะหนาวแค่ไหน อาการปวดฟันปวดหัวและอ่อนเพลีย ไม่ต่างจาก อดนอน เลยจริงๆ
เอาแต่นอนฝันเรื่องเก่าๆ การจมน้ำตาย การถูกผลักตกลงในในน้ำที่ไม่มีที่ให้ปีน การถูกยิงให้ตาย การประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต การถูกใครก็ไม่รู้มายืนมองปลายเตียงในฝัน ความเจ็บปวดชาไปทั่วร่างกายตอนนอน แค่ลืมตาตื่น ก็หมดพลังชีวิตไปแล้วมากมาย
แสงสว่างของชีวิตหนูตอนนี้คืออะไร แล้วในอนาคตล่ะ หนูจะเจอแสงบ้างไหม
แต่ที่หนูต้องการจริงๆคือเป้าหมายในการใช้ชีวิตของหนู
หนูจะหาเงินไปใช้กับอะไร เรียนเพื่อให้ได้อะไร อดทนมากมายเพื่ออะไร
หนูไม่รู้สึกว่า การรักษาได้ผล จิตแพทย์คนไหนก็ข่วยหนูไม่ได้ ยากี่mgก็ไม่พอ
หนูอยากพัก ไม่อยากกินยาแล้ว ไม่อยากต้องคอยกัดลิ้นตัวเองเพื่อไม่ให้พูดอะไรออกไป
อิจฉาเพื่อน ที่มีพ่อแม่มารับกลับบ้าน พาไปเที่ยว มีผปคมางานโรงเรียน
แต่หนูดันต้องเป็นผปคให้ตัวเอง ต้องเป็นรุ่นพี่ในคนรุ่นเดียวกัน ทำไมหนูถึงต้องพูดจาเหมือนคนวัยสามสิบ ทำไมต้องปลงกับชีวิต หนูยังอยากเล่นอะไรไร้สาระกับวันหยุดอยู่เลย
แบบนี้หนูดูขี้แพ้ไปหรือเปล่าคะ ถ้าเกิด หนูอยากจะหยุดแล้วจริงๆ แต่หนูแค่อยากฟังความเห็นค่ะหนูไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นจริงๆ แค่ประชดไปก็เท่านั้น
พร้อมฟังทุกคำพูดคำแนะนำค่ะ ขอบคุณค่ะ