รถไฟไหม้ได้เอง เกิดจากอะไร มาเรียนรู้วิธีป้องกัน ลดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ ดีที่สุด

กระทู้สนทนา
รถไฟไหม้ได้เอง เกิดจากอะไร มาเรียนรู้วิธีป้องกัน ลดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ ดีที่สุด


มีหลายครั้งที่เกิดเหตุแบบนี้.. รถยนต์ถูกจอดทิ้งไว้เฉยๆ ไม่เคยผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม และไม่เคยประสบอุบัติเหตุหนัก หลายคนอาจตั้งคำถามถึงความเสี่ยงที่อยู่ดีๆ รถอาจเกิดเพลิงไหม้ขึ้นมาเอง

ความเป็นไปได้ในลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จริง แต่จัดว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมากจนถึงต่ำที่สุด สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดมักมาจากปัจจัยซ่อนเร้น ระบบไฟฟ้าที่ทำงานตลอดเวลา หรือสิ่งของที่ถูกลืมไว้ภายในห้องโดยสาร

สิ่งของไวไฟและการรวมแสงภายในห้องโดยสาร คือ สาเหตุที่มีความน่าจะเป็นสูงสุดในการทำให้เกิดไฟไหม้ขณะจอดรถ โดยเฉพาะการจอดทิ้งไว้กลางแจ้งภายใต้แสงแดดจัด วัตถุอย่างพาวเวอร์แบงก์ ไฟแช็ก สเปรย์กระป๋อง หรือเจลแอลกอฮอล์ สามารถรับความร้อนสะสมจนเกิดการระเบิดและติดไฟได้

นอกจากนี้ ขวดน้ำพลาสติกใสทรงกลมที่วางทิ้งไว้บนเบาะนั่ง อาจทำหน้าที่เป็นเลนส์นูนโฟกัสแสงอาทิตย์ลงบนจุดเดียว จนความร้อนสูงพอที่จะเผาไหม้วัสดุหุ้มเบาะให้เกิดเพลิงไหม้ตามมา

ระบบไฟฟ้าดัดแปลงและการชำรุดของสายไฟ ซึ่งระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ 12 โวลต์ในรถยนต์ยังคงมีไฟเลี้ยงวงจรบางส่วนอยู่เสมอแม้อยู่ในสถานะดับเครื่องยนต์ หากมีการตัดต่อสายไฟเพื่อติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น กล้องบันทึกภาพ เครื่องเสียง หรือไฟตกแต่ง การไม่มีฟิวส์ป้องกันที่เหมาะสมอาจทำให้เกิดการช็อตและลัดวงจรได้

ความเสี่ยงอีกประการคือสัตว์แทะอย่างหนูที่เข้าไปทำรังในห้องเครื่องและกัดสายไฟจนฉนวนหุ้มเปลือย เมื่อสายไฟที่มีกระแสวิ่งอยู่แตะเข้ากับตัวถังโลหะ ก็จะเกิดประกายไฟติดเชื้อเพลิงหรือคราบน้ำมันในห้องเครื่องทันที

ความบกพร่องของระบบแบตเตอรี่จากการผลิต ความเสี่ยงรูปแบบนี้มีความน่าจะเป็นต่ำมาก แต่เป็นประเด็นที่ถูกจับตามองในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริด เกิดจากตำหนิภายในเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต หรือระบบจัดการแบตเตอรี่ทำงานล้มเหลว จนเกิดภาวะความร้อนสูงพุ่งขึ้นอย่างฉับพลันและไม่สามารถควบคุมได้ หรือที่เรียกกันว่า Thermal Runaway ซึ่งการสลายตัวทางเคมีภายในจะสร้างความร้อนและก๊าซติดไฟออกมาจนเกิดเพลิงไหม้ได้เองโดยไม่ต้องมีประกายไฟจากภายนอก

รถยนต์น้ำมัน
โอกาสเกิดเพลิงไหม้เองขณะจอดดับเครื่องอยู่ในระดับต่ำมาก จุดอ่อนสำคัญที่สุดคือแบตเตอรี่ลูกเล็กและสายไฟในห้องเครื่องยนต์ หากถูกหนูกัดหรือมีการติดตั้งอุปกรณ์ดัดแปลงที่ไม่ปลอดภัย กระแสไฟจากแบตเตอรี่อาจทำให้เกิดการลัดวงจรและติดไฟกับคราบน้ำมันเกียร์หรือน้ำมันเครื่องที่สะสมอยู่ตามชิ้นส่วนต่างๆ

รถยนต์ไฮบริด
มีความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำมากเช่นเดียวกัน เนื่องจากมีทั้งระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำและระบบแบตเตอรี่แรงดันสูงทำงานร่วมกัน แม้ระบบความปลอดภัยจะถูกออกแบบให้ตัดการทำงานของแบตเตอรี่ไฮบริดทันทีเมื่อดับเครื่องยนต์ แต่ความเสี่ยงจากการลัดวงจรของระบบไฟ 12 โวลต์ หรือความบกพร่องที่เกิดขึ้นภายในโมดูลแบตเตอรี่หลักก็ยังคงเป็นปัจจัยที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้

รถยนต์ไฟฟ้า
อัตราการเกิดไฟไหม้ขณะจอดเฉยๆ อยู่ในระดับต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับรถประเภทอื่น เนื่องจากไม่มีเชื้อเพลิงเหลวที่ระเหยกลายเป็นไอติดไฟได้ง่าย สาเหตุหลักหากเกิดขึ้นมักมาจากความบกพร่องภายในเซลล์แบตเตอรี่หลักเอง ซึ่งแม้เกิดขึ้นได้ยากมาก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะใช้เวลาในการดับไฟนานกว่าเนื่องจากปฏิกิริยาทางเคมีภายในแบตเตอรี่

สัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุ
ก่อนที่เพลิงจะลุกไหม้ มักมีสัญญาณเตือนให้สังเกตเห็นก่อนเสมอ เช่น กลิ่นไหม้ของพลาสติกหรือสายไฟที่โชยออกมาจากตัวรถ กลิ่นสารเคมีฉุนผิดปกติ ควันขาวหรือควันเทาลอยออกมาจากช่องระบายอากาศและฝากระโปรงหน้า รวมถึงความร้อนที่สะสมผิดปกติบริเวณใต้ท้องรถ ตลอดจนอาการไฟเตือนรวน ไฟหน้าติดสว่างเอง หรือสัญญาณกันขโมยดังขึ้นโดยไร้สาเหตุ ซึ่งเกิดจากกระแสไฟลัดวงจร

การป้องกันและลดความเสี่ยง

การดูแลรถยนต์อย่างถูกวิธีช่วยลดโอกาสเกิดเหตุลงได้แทบทั้งหมด โดยเริ่มจาก

1.การเคลียร์สิ่งของเสี่ยงภัยออกจากห้องโดยสารโดยเด็ดขาด ทั้งพาวเวอร์แบงก์ ไฟแช็ก สเปรย์ และขวดน้ำใส

2.เลือกติดตั้งอุปกรณ์เสริมกับช่างผู้เชี่ยวชาญที่ใช้สายไฟและฟิวส์ตัดไฟได้มาตรฐาน

3.หลีกเลี่ยงการตัดต่อสายไฟเดิมของตัวรถ ฉีดสเปรย์ไล่หนูหรือใส่อุปกรณ์ป้องกันไม่ให้สัตว์เข้าไปกัดสายไฟในห้องเครื่อง

4.กรณีที่ต้องจอดรถทิ้งไว้นานเกินหนึ่งเดือนขึ้นไป ควรหมั่นตรวจสอบสภาพทั่วไป หากเป็นรถน้ำมันอาจพิจารณาถอดขั้วลบแบตเตอรี่ ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าควรรักษาระดับพลังงานไว้ที่ประมาณครึ่งหนึ่งเพื่อความปลอดภัยและถนอมสภาพแบตเตอรี่ในระยะยาว

ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่