ทำไมรัฐบาลไทยปราบนักศึกษาปี 2519 ได้สำเร็จ แต่ปราบ พคท.ในป่าไม่ได้. จนต้องใช้ "จีน" เป็นตัวแปรลับพลิกเกม ไทยเอาอะไรไปแลก

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 แล้วเกิดข้อสงสัยชวนคิดว่า "ทำไมรัฐบาลไทยในยุคนั้น ที่มีทั้งกำลังพล อาวุธหนัก และเพิ่งปราบปรามขบวนการนักศึกษาในเมืองได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว กลับไม่สามารถใช้วิธีเดียวกันนี้ปราบปราม พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในป่าได้?"

จนสุดท้าย รัฐบาลต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากหน้ามือเป็นหลังมือ หันมาใช้นโยบายประนีประนอมยอมความ (นโยบาย 66/23) และที่น่าสนใจที่สุดคือ มี "รัฐบาลจีน" เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สงครามภายในประเทศยุติลงได้ และไทยเอาอะไรไปแลก

1. ทำไมปราบนักศึกษาในเมืองสำเร็จ แต่ปราบ พคท. ในป่าล้มเหลว?
ชัยภูมิและรูปแบบการรบที่ต่างกันสิ้นเชิง: ในเมือง (เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เป็นพื้นที่ปิด ล้อมง่าย รัฐบาลใช้กำลังและอาวุธหนักเผด็จศึกได้ทันที ต่างจากในป่าที่ พคท. ใช้ "สงครามกองโจร" กระจายตัวตามแนวเขา ยึดหลักลอบโจมตีแล้วถอยหนี ทำให้กองทัพไทยสูญเสียกำลังพลมหาศาลแต่จับมือใครดมไม่ได้

ยุทธศาสตร์การผลักมิตรเป็นศัตรู: หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ รัฐบาลขวาจัดในขณะนั้นกวาดล้างคนคิดต่างอย่างรุนแรง ผลลัพธ์คือกลายเป็นการ "ผลักปัญญาชนและนักศึกษาจำนวนมากหนีเข้าป่า" ไปเพิ่มกำลังพลชั้นดี ยกระดับอุดมการณ์ และเพิ่มขีดความสามารถให้ พคท. แข็งแกร่งกว่าเดิม จนกองทัพเริ่มตระหนักว่ายิ่งใช้ความรุนแรงปราบ คอมมิวนิสต์ก็ยิ่งโต

2. ตัวแปรลับ: ไทยเอาอะไรไปแลก เพื่อให้ "จีน" ตัดหาง พคท.?
ปมขัดแย้งนี้ไม่ได้แก้ได้ด้วยปืน แต่แก้ด้วย "การทูตระดับโลก" ในช่วงปี 2522 เกิดสงครามระหว่างจีนกับเวียดนาม (ซึ่งหนุนโดยโซเวียต) เวียดนามบุกยึดกัมพูชาและมาจ่อที่ชายแดนไทย รัฐบาลไทยจึงพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เดินเกมลับระดับโลกกับจีน โดยใช้หลัก "ศัตรูของศัตรูคือมิตร" ผ่านข้อแลกเปลี่ยนสำคัญ:

เปิดทางขนอาวุธให้เขมรแดง: ไทยยอมให้จีนส่งอาวุธและเสบียงผ่านผืนดินไทยไปให้ "กองกำลังเขมรแดง" ที่ชายแดนกัมพูชา เพื่อให้จีนใช้เขมรแดงคานอำนาจและรบยืดเยื้อกับเวียดนาม
ดีลตัดท่อน้ำเลี้ยง: สิ่งที่ไทยขอแลกกลับมาคือ ให้จีนปิดสถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) ของ พคท. ที่ตั้งอยู่ในจีน และยุติการส่งอาวุธ เสบียง รวมถึงเงินทุนสนับสนุน พคท. ทั้งหมด
ผลลัพธ์: จีนเลือกผลประโยชน์ระดับรัฐต่อรัฐเพื่อคานอำนาจเวียดนาม จึงยอมเขี่ย พคท. ทิ้ง ทำให้ พคท. ในป่าเกิดภาวะขาดแคลนและระส่ำระสายทันที

3. สู่จุดจบ: นโยบาย 66/23 "การเมืองนำการทหาร" และการออมชอม
เมื่อ พคท. อ่อนแอลงจากการถูกจีนตัดท่อน้ำเลี้ยง ประกอบกับกองทัพไทยนำโดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ พล.ต.ชวลิต ยงใจยุทธ เปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ ยอมรับว่าเงื่อนไขที่ทำให้คนเข้าป่าคือความไม่เป็นธรรมในสังคม จึงออกคำสั่งที่ 66/23 เปลี่ยนมาใช้ "การเมืองนำการทหาร"
ให้ทางลงอย่างสมเกียรติ: ประกาศอภัยโทษ เปลี่ยนสถานะคนในป่าจาก "ผู้ก่อการร้าย" เป็น "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" ไม่มีความผิดทางอาญา และแจกที่ดินทำกิน

ยุทธวิธีประนีประนอมนี้ทำลายความชอบธรรมในการจับอาวุธสู้ เพราะเมื่อรัฐบาลยอมเปิดประตูบ้านรับกลับด้วยสันติวิธี สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานจึงยุติลงได้ในที่สุด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่