“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ร่วงหนัก 8% ระงับซื้อขายชั่วคราว นักลงทุนแห่เทขายหุ้น
“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ร่วงหนัก 8% จนต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว หลังนักลงทุนแห่เทขายหุ้น AI ทั่วเอเชีย หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นชิปสหรัฐสูญมูลค่าตลาด 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ใน 6 วัน
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 10.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 8% ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) ตามแรงเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก สะท้อนการเร่งลดความเสี่ยงของนักลงทุนจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และปัญหาการระดมทุนในอุตสาหกรรม AI
หุ้น SK Hynix และ Samsung Electronics สองผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ต่างปรับตัวลดลงมากกว่า 9% ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราวเป็นเวลา 20 นาที หลังแรงเทขายทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลงมากกว่า 5% โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ เช่น Ibiden และ Kioxia Holdings เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก
แรงกดดันต่อตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบ 5 เดือน ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการเดิมพันว่า Fed อาจดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI กลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังหุ้น CoreWeave บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับ AI ร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่ราคาพันธบัตรของบริษัทปรับตัวลดลงสู่ระดับที่มักสะท้อนความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน ส่งผลให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงความสามารถในการรองรับการใช้จ่ายลงทุนมหาศาลในอุตสาหกรรม AI
เฮเบอ เฉิน (Hebe Chen) นักวิเคราะห์จาก Vantage Global Prime กล่าวว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังกลายเป็นตลาดที่รับแรงกระแทกจากการเทขายหุ้น AI ทั่วโลก เนื่องจากปัญหาการระดมทุนของ CoreWeave และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด กำลังกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและความยั่งยืนของการลงทุนด้าน AI ส่งผลให้นักลงทุนเร่งลดสถานะการลงทุนในหุ้น Samsung และ SK Hynix
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สำคัญของสหรัฐฯ สูญเสียมูลค่าตลาดรวมแล้วประมาณ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ จากการปรับตัวลดลงติดต่อกัน 6 วัน แม้ Samsung และ ASML Holding จะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง แต่ยังไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้
ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้มีแนวโน้มปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 7 และอาจปิดตลาดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน โดยนักลงทุนต่างชาติเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเทขาย หลังขายสุทธิหุ้นในดัชนี KOSPI ไปแล้วประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์ เฉพาะช่วงเช้าวันพฤหัสบดี และมียอดขายสุทธิสะสมมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม
แรงเทขายยังลุกลามไปยังตลาดหุ้นไต้หวันและจีน โดยดัชนี Taiex ของไต้หวันร่วงลงมากกว่า 3% ขณะที่ดัชนี STAR 50 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นเทคโนโลยีในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน
โจ ฮยอนอิก (Jo Hyunik) ผู้จัดการฝ่ายการลงทุนของ Iroom Investment Advisors ในกรุงโซล กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังอยู่ในระดับอ่อนแอ และตลาดเริ่มเผชิญภาวะเหนื่อยล้าจากความผันผวนที่สะสมต่อเนื่อง โดยคาดว่าตลาดจะยังผันผวนจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย จนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
หุ้น SK Hynix ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแสการลงทุน AI ในเอเชีย ปรับตัวลดลงแล้วถึง 57% จากจุดสูงสุดในช่วงฤดูร้อน หลังจากก่อนหน้านี้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 1,000% ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน จากความต้องการลงทุนในธุรกิจชิปหน่วยความจำที่เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI
การปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนรายย่อยที่เข้าซื้อผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบมีเลเวอเรจซึ่งอ้างอิงหุ้น SK Hynix ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมความผันผวนระดับสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม การปรับฐานล่าสุดทำให้บริษัทสูญเสียมูลค่าตลาดไปแล้วมากกว่า 6.6 แสนล้านดอลลาร์ จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มแสดงความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนด้าน AI โดยพันธบัตร CoreWeave ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2575 มีราคาลดลงเหลือประมาณ 78 เซนต์ต่อมูลค่าหน้าตั๋ว 1 ดอลลาร์ สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเครดิตของบริษัท
การปรับตัวลดลงดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซึ่งแสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตนด้วยคำว่า “Yikes” เพื่อสะท้อนความตกใจต่อสถานการณ์ ขณะที่ก่อนหน้านี้ SoftBank Group ต้องเสนออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อระดมทุนรองรับแผนลงทุน AI ขนาดใหญ่
แรงเทขายอย่างต่อเนื่องทำให้มูลค่าหุ้นในตลาดเกาหลีใต้ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำมาก โดยดัชนี KOSPI มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า (Forward P/E) ต่ำกว่า 5 เท่า ลดลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของระดับเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ตาม แม้มูลค่าหุ้นจะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น แต่ผู้จัดการกองทุนยังแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวัง
คัง แดควอน (Kang DaeKwun) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Life Asset Management กล่าวว่า มูลค่าหุ้นในตลาดเกาหลีใต้ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำมากเป็นพิเศษ และการอ่อนตัวเพิ่มเติมอาจเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน แต่ผู้ลงทุนควรมั่นใจก่อนว่าปัญหาด้านการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยีได้รับการแก้ไขแล้ว
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาคือการประกาศผลประกอบการของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ โดยหุ้น TSMC ปรับตัวลดลงสูงสุด 2.8% ในช่วงเช้า
ทั้งนี้ หุ้นเทคโนโลยีไต้หวันยังปรับตัวได้ดีกว่าหุ้นเกาหลีใต้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของวัฏจักรธุรกิจชิปหน่วยความจำมากขึ้น โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix ซึ่งเคยปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงต้นปี
อ้างอิง : www.bloomberg.com
ที่มา
“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ร่วงหนัก 8% ระงับซื้อขายชั่วคราว นักลงทุนแห่เทขายหุ้น
“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ร่วงหนัก 8% ระงับซื้อขายชั่วคราว นักลงทุนแห่เทขายหุ้น
“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ร่วงหนัก 8% จนต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว หลังนักลงทุนแห่เทขายหุ้น AI ทั่วเอเชีย หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นชิปสหรัฐสูญมูลค่าตลาด 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ใน 6 วัน
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 10.41 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 8% ในการซื้อขายวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) ตามแรงเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก สะท้อนการเร่งลดความเสี่ยงของนักลงทุนจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และปัญหาการระดมทุนในอุตสาหกรรม AI
หุ้น SK Hynix และ Samsung Electronics สองผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ต่างปรับตัวลดลงมากกว่า 9% ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราวเป็นเวลา 20 นาที หลังแรงเทขายทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลงมากกว่า 5% โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ เช่น Ibiden และ Kioxia Holdings เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก
แรงกดดันต่อตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบ 5 เดือน ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการเดิมพันว่า Fed อาจดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI กลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังหุ้น CoreWeave บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับ AI ร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่ราคาพันธบัตรของบริษัทปรับตัวลดลงสู่ระดับที่มักสะท้อนความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน ส่งผลให้นักลงทุนตั้งคำถามถึงความสามารถในการรองรับการใช้จ่ายลงทุนมหาศาลในอุตสาหกรรม AI
เฮเบอ เฉิน (Hebe Chen) นักวิเคราะห์จาก Vantage Global Prime กล่าวว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังกลายเป็นตลาดที่รับแรงกระแทกจากการเทขายหุ้น AI ทั่วโลก เนื่องจากปัญหาการระดมทุนของ CoreWeave และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด กำลังกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นและความยั่งยืนของการลงทุนด้าน AI ส่งผลให้นักลงทุนเร่งลดสถานะการลงทุนในหุ้น Samsung และ SK Hynix
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สำคัญของสหรัฐฯ สูญเสียมูลค่าตลาดรวมแล้วประมาณ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ จากการปรับตัวลดลงติดต่อกัน 6 วัน แม้ Samsung และ ASML Holding จะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง แต่ยังไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้
ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้มีแนวโน้มปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 7 และอาจปิดตลาดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน โดยนักลงทุนต่างชาติเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเทขาย หลังขายสุทธิหุ้นในดัชนี KOSPI ไปแล้วประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์ เฉพาะช่วงเช้าวันพฤหัสบดี และมียอดขายสุทธิสะสมมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม
แรงเทขายยังลุกลามไปยังตลาดหุ้นไต้หวันและจีน โดยดัชนี Taiex ของไต้หวันร่วงลงมากกว่า 3% ขณะที่ดัชนี STAR 50 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นเทคโนโลยีในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน
โจ ฮยอนอิก (Jo Hyunik) ผู้จัดการฝ่ายการลงทุนของ Iroom Investment Advisors ในกรุงโซล กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังอยู่ในระดับอ่อนแอ และตลาดเริ่มเผชิญภาวะเหนื่อยล้าจากความผันผวนที่สะสมต่อเนื่อง โดยคาดว่าตลาดจะยังผันผวนจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย จนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
หุ้น SK Hynix ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแสการลงทุน AI ในเอเชีย ปรับตัวลดลงแล้วถึง 57% จากจุดสูงสุดในช่วงฤดูร้อน หลังจากก่อนหน้านี้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 1,000% ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน จากความต้องการลงทุนในธุรกิจชิปหน่วยความจำที่เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI
การปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนรายย่อยที่เข้าซื้อผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบมีเลเวอเรจซึ่งอ้างอิงหุ้น SK Hynix ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมความผันผวนระดับสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม การปรับฐานล่าสุดทำให้บริษัทสูญเสียมูลค่าตลาดไปแล้วมากกว่า 6.6 แสนล้านดอลลาร์ จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มแสดงความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนด้าน AI โดยพันธบัตร CoreWeave ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2575 มีราคาลดลงเหลือประมาณ 78 เซนต์ต่อมูลค่าหน้าตั๋ว 1 ดอลลาร์ สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเครดิตของบริษัท
การปรับตัวลดลงดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซึ่งแสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตนด้วยคำว่า “Yikes” เพื่อสะท้อนความตกใจต่อสถานการณ์ ขณะที่ก่อนหน้านี้ SoftBank Group ต้องเสนออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อระดมทุนรองรับแผนลงทุน AI ขนาดใหญ่
แรงเทขายอย่างต่อเนื่องทำให้มูลค่าหุ้นในตลาดเกาหลีใต้ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำมาก โดยดัชนี KOSPI มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า (Forward P/E) ต่ำกว่า 5 เท่า ลดลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของระดับเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ตาม แม้มูลค่าหุ้นจะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น แต่ผู้จัดการกองทุนยังแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวัง
คัง แดควอน (Kang DaeKwun) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Life Asset Management กล่าวว่า มูลค่าหุ้นในตลาดเกาหลีใต้ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำมากเป็นพิเศษ และการอ่อนตัวเพิ่มเติมอาจเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน แต่ผู้ลงทุนควรมั่นใจก่อนว่าปัญหาด้านการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยีได้รับการแก้ไขแล้ว
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาคือการประกาศผลประกอบการของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ โดยหุ้น TSMC ปรับตัวลดลงสูงสุด 2.8% ในช่วงเช้า
ทั้งนี้ หุ้นเทคโนโลยีไต้หวันยังปรับตัวได้ดีกว่าหุ้นเกาหลีใต้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของวัฏจักรธุรกิจชิปหน่วยความจำมากขึ้น โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix ซึ่งเคยปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงต้นปี
อ้างอิง : www.bloomberg.com
ที่มา