กระแสการลงทุน AI กำลังเข้าสู่ช่วงที่ใช้เงินทุนมหาศาล เมื่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เดินหน้าระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ เพื่อรองรับการสร้าง Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI แม้ก่อนหน้านี้จะชะลอการกู้ยืมในตลาดสหรัฐฯ ไปเกือบ 3 เดือน เพื่อคลายความกังวลของนักลงทุน
ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยี 7 แห่ง ได้แก่ Alphabet, Amazon, Oracle, Meta, Nvidia, SpaceX และ Microsoft ระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้รวมกันตั้งแต่ปี 2025 คิดเป็นมูลค่าเทียบเท่า
429,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14 ล้านล้านบาท
7 บริษัท ใครระดมทุนผ่านหุ้นกู้มากที่สุด?
ยอดระดมทุนสะสมโดยประมาณของแต่ละบริษัท ได้แก่
- Alphabet: 125,000 ล้านดอลลาร์
- Amazon: 113,000 ล้านดอลลาร์
- Oracle: 61,000 ล้านดอลลาร์
- Meta: 55,000 ล้านดอลลาร์
- Nvidia: 25,000 ล้านดอลลาร์
- SpaceX: 25,000 ล้านดอลลาร์
- Microsoft: 25,000 ล้านดอลลาร์
เฉพาะ Alphabet และ Amazon รวมกันมีมูลค่าประมาณ 238,000 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดระดมทุนทั้งหมดจากทั้ง 7 บริษัท
Oracle, Meta และ Microsoft เร่งระดมทุนรอบใหม่
-
Oracle ประกาศแผนระดมทุนรวม 20,000 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน 10,000 ล้านดอลลาร์ และออกหุ้นกู้อีก 10,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ AI และ Cloud Infrastructure
-
Meta กำลังพิจารณาออกหุ้นกู้ข้ามประเทศอย่างน้อย 20,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นการออกหุ้นกู้ครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 6 เดือน และเป็นการเสนอขายหุ้นกู้สกุลยูโรครั้งแรกของบริษัท
-
Microsoft เพิ่งเสนอขายหุ้นกู้ในตลาดสหรัฐฯ มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นการออกหุ้นกู้ในตลาดสหรัฐฯ ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2017 โดยมีรายงานว่าความต้องการจองซื้อจากนักลงทุนสูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์
นักลงทุนเริ่มคิดราคาความเสี่ยง AI สูงขึ้น
- แม้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังเข้าถึงตลาดทุนได้ แต่การกู้ยืมจำนวนมากเริ่มสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงินและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- ส่วนต่างผลตอบแทน (Credit Spread) เฉลี่ยของหุ้นกู้ภาคเอกชนระดับ Investment Grade ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 1.08 จุดเปอร์เซ็นต์ ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา จาก 0.76 จุดเปอร์เซ็นต์ ณ สิ้นปี 2025 หมายความว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง
- ขณะเดียวกัน S&P Global Ratings ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของ Meta จาก Stable เป็น Negative โดยให้เหตุผลถึงความไม่แน่นอนด้านการลงทุนและกระแสเงินสดอิสระ หลังบริษัทมีรายงานกระแสเงินสดไหลออกสุทธิ 2,120 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3
- ท้ายที่สุด การสร้าง Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจช่วยให้บริษัทแข่งขันได้ในวันนี้ แต่โจทย์สำคัญคือ บริษัทจะเปลี่ยนเงินลงทุนมหาศาลให้กลายเป็นรายได้และกำไรที่คุ้มค่าได้เมื่อใด
ที่มา
thairath
บิ๊กเทคกู้เงินเดิมพัน AI ทะลุ 14 ล้านล้านบาท! 7 ยักษ์ใหญ่แห่ออกหุ้นกู้ทั่วโลก นักลงทุนเริ่มจับตาความเสี่ยง
ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยี 7 แห่ง ได้แก่ Alphabet, Amazon, Oracle, Meta, Nvidia, SpaceX และ Microsoft ระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้รวมกันตั้งแต่ปี 2025 คิดเป็นมูลค่าเทียบเท่า 429,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 14 ล้านล้านบาท
7 บริษัท ใครระดมทุนผ่านหุ้นกู้มากที่สุด?
ยอดระดมทุนสะสมโดยประมาณของแต่ละบริษัท ได้แก่
- Alphabet: 125,000 ล้านดอลลาร์
- Amazon: 113,000 ล้านดอลลาร์
- Oracle: 61,000 ล้านดอลลาร์
- Meta: 55,000 ล้านดอลลาร์
- Nvidia: 25,000 ล้านดอลลาร์
- SpaceX: 25,000 ล้านดอลลาร์
- Microsoft: 25,000 ล้านดอลลาร์
เฉพาะ Alphabet และ Amazon รวมกันมีมูลค่าประมาณ 238,000 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดระดมทุนทั้งหมดจากทั้ง 7 บริษัท
Oracle, Meta และ Microsoft เร่งระดมทุนรอบใหม่
- Oracle ประกาศแผนระดมทุนรวม 20,000 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน 10,000 ล้านดอลลาร์ และออกหุ้นกู้อีก 10,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ AI และ Cloud Infrastructure
- Meta กำลังพิจารณาออกหุ้นกู้ข้ามประเทศอย่างน้อย 20,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นการออกหุ้นกู้ครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 6 เดือน และเป็นการเสนอขายหุ้นกู้สกุลยูโรครั้งแรกของบริษัท
- Microsoft เพิ่งเสนอขายหุ้นกู้ในตลาดสหรัฐฯ มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นการออกหุ้นกู้ในตลาดสหรัฐฯ ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2017 โดยมีรายงานว่าความต้องการจองซื้อจากนักลงทุนสูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์
นักลงทุนเริ่มคิดราคาความเสี่ยง AI สูงขึ้น
- แม้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังเข้าถึงตลาดทุนได้ แต่การกู้ยืมจำนวนมากเริ่มสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงินและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- ส่วนต่างผลตอบแทน (Credit Spread) เฉลี่ยของหุ้นกู้ภาคเอกชนระดับ Investment Grade ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 1.08 จุดเปอร์เซ็นต์ ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา จาก 0.76 จุดเปอร์เซ็นต์ ณ สิ้นปี 2025 หมายความว่านักลงทุนต้องการผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง
- ขณะเดียวกัน S&P Global Ratings ปรับแนวโน้มความน่าเชื่อถือของ Meta จาก Stable เป็น Negative โดยให้เหตุผลถึงความไม่แน่นอนด้านการลงทุนและกระแสเงินสดอิสระ หลังบริษัทมีรายงานกระแสเงินสดไหลออกสุทธิ 2,120 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3
- ท้ายที่สุด การสร้าง Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจช่วยให้บริษัทแข่งขันได้ในวันนี้ แต่โจทย์สำคัญคือ บริษัทจะเปลี่ยนเงินลงทุนมหาศาลให้กลายเป็นรายได้และกำไรที่คุ้มค่าได้เมื่อใด
ที่มา thairath