ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือน 2 รายการแรกคุณได้อัตโนมัติไม่ต้องทำอะไร คือหักค่าใช้จ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ไม่เกิน 100,000 บาท กับลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท แต่ที่เหลือทั้งหมด ระบบไม่หักให้ ต้องลุกขึ้นมาใช้สิทธิ์เอง และหลายรายการต้องจ่ายเงินให้ทันภายใน 31 ธันวาคมนี้ ถึงจะเอาไปลดหย่อนตอนยื่นภาษีต้นปีหน้าได้
เริ่มจากกลุ่มที่ 1 ที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มสักบาท คือครอบครัว
คู่สมรสที่จดทะเบียนและไม่มีเงินได้ ลดได้ 60,000 บุตรคนละ 30,000
ถ้าเป็นลูกคนที่ 2 ขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้คนละ 60,000
ค่าฝากครรภ์และคลอดลดได้ครรภ์ละ 60,000
แต่ที่อยากเน้นคือค่าอุปการะพ่อแม่ คนละ 30,000 สูงสุด 4 คน รวมพ่อแม่ของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ด้วย
เงื่อนไขคือพ่อแม่อายุ 60 ขึ้นไป และมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
จุดที่ต้องระวังคือพี่น้องใช้สิทธิ์ซ้ำกันไม่ได้ ต้องตกลงกันในบ้านก่อนว่าใครจะใช้
แนะนำให้คนที่อยู่ฐานภาษีสูงสุดในบ้านเป็นคนใช้ เพราะลดหย่อนบาทเดียวกัน แต่ประหยัดภาษีได้มากกว่า
ส่วนการอุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ ลดได้คนละ 60,000 ต้องมีบัตรคนพิการและหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะ
กลุ่มที่ 2 ประกัน เงินสมทบประกันสังคมลดได้ตามจ่ายจริงสูงสุด 10,500 บาท
ประกันชีวิตและสะสมทรัพย์สูงสุด 100,000 บาท แต่กรมธรรม์ต้องอายุ 10 ปีขึ้นไป เวนคืนก่อนเมื่อไรสิทธิ์หาย
ประกันสุขภาพตัวเอง 25,000 บาท แต่รวมกับประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ประกันสุขภาพพ่อแม่ 15,000 บาท ข้อนี้พ่อแม่ไม่ต้องอายุถึง 60 ขอแค่เงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
กลุ่มที่ 3 ตรงนี้คือจุดที่คนคำนวณพลาดบ่อยที่สุด กลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณ มีเพดานรวม 500,000 บาท
ในกลุ่มนี้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund (PVD) ได้ 15 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ Retirement Mutual Fund (RMF) ได้ 30 เปอร์เซ็นต์
ประกันบำนาญได้ 15 เปอร์เซ็นต์ไม่เกิน 200,000 บาท และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ไม่เกิน 30,000 บาท
ทุกตัวรวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาท สมมติคุณมี PVD 120,000 บาท ประกันบำนาญ 100,000 บาท แล้วซื้อ RMF อีก 300,000 บาท รวม 520,000 บาท ส่วนที่เกิน 20,000 นั้นใช้ลดหย่อนไม่ได้ และ RMF ต้องถือจนอายุ 55 และถือมาไม่น้อยกว่า 5 ปี ไม่อย่างนั้นต้องคืนภาษี
มีกองทุนตัวหนึ่งที่อยู่นอกเพดาน 500,000 บาท คือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) ซื้อใหม่ในปี 2569 ลดได้ 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้ สูงสุด 300,000 บาท ถือแค่ 5 ปีนับจากวันซื้อ ThaiESG กับ ThaiESGX ใช้เพดานเดียวกัน ส่วนใครที่ย้าย LTF เข้า ThaiESGX เมื่อปีที่แล้ว ยังได้สิทธิ์ส่วนที่เหลือเพิ่มอีกไม่เกิน 50,000 บาทต่อปีไปจนถึงปี 2572
และต้องบอกให้ชัด SSF กับ LTF ซื้อใหม่ปีนี้ ลดหย่อนไม่ได้แล้วครับ ใครยังวางแผนแบบเดิมอยู่ ให้เปลี่ยนแผนด่วน
ถ้าถามว่า ThaiESG กับ RMF ซื้ออะไรก่อน ถ้ายังอายุน้อยและไม่อยากล็อกเงินจนอายุคครบ 55 ปี ThaiESG ยืดหยุ่นกว่า ถ้าออมเพื่อเกษียณอยู่แล้ว RMF ตอบโจทย์ และ 2 ตัวนี้ใช้เพดานแยกกัน ซื้อคู่กันได้
กลุ่มที่ 4 บ้าน ดอกเบี้ยกู้ซื้อที่อยู่อาศัยลดได้ตามจ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท
กู้ร่วมหลายคนก็เฉลี่ยกันไป และปีนี้มีสิทธิ์ใหม่ที่น่าสนใจมาก ค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ลดได้สูงสุด 200,000 บาท ใช้ได้ตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 ถึงสิ้นปี 2571 เงื่อนไขเยอะหน่อยนะครับ ต้องเป็นระบบ On Grid ที่เชื่อมกับการไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 10 kW 1 คน 1 ระบบ ใช้สิทธิ์ในปีที่ระบบเชื่อมต่อแล้ว และต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ใบเสร็จกระดาษใช้ไม่ได้ ใครติดตั้งก่อน 3 มีนาคม ใช้สิทธิ์นี้ไม่ได้
ส่วน Easy E Receipt ของปีนี้ ณ ต้นเดือนตุลาคมยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีออกมา อย่าเพิ่งวางแผนซื้อของโดยหวังสิทธิ์นี้ จนกว่าจะมีประกาศจริง
กลุ่มสุดท้าย เงินบริจาค ซึ่งคำนวณเป็นลำดับสุดท้าย หลังหักลดหย่อนอื่นครบแล้ว บริจาคทั่วไปลดได้ตามจ่ายจริง เพื่อการศึกษา กีฬา สังคม หรือโรงพยาบาลรัฐลดได้ 2 เท่า ทั้ง 2 แบบรวมไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้หลังหักลดหย่อน ทริกคือบริจาคผ่านระบบ e Donation ข้อมูลจะขึ้นในแบบยื่นภาษีเอง ไม่ต้องเก็บใบเสร็จ ก่อนโอนทำบุญ ถามวัดหรือองค์กรก่อนว่าอยู่ในระบบไหม
ทีนี้มาดูว่าวางแผนแล้วได้จริงเท่าไร คนเงินเดือน 60,000 บาท ไม่วางแผนอะไรเลย เสียภาษีราว 35,000 บาท ถ้าลดหย่อนเพิ่ม 120,000 บาท ด้วยประกันสุขภาพ 20,000 บาท ThaiESG 60,000 บาท และ RMF 40,000 บาท ภาษีเหลือราว 20,400 บาท ประหยัดไป 14,000 กว่าบาท เพราะเงินได้สุทธิหล่นจากขั้น 15 เปอร์เซ็นต์ ลงมาขั้น 10 เปอร์เซ็นต์
แต่คนเงินเดือน 30,000 บาท ผมขอพูดตรงๆ คุณอยู่ขั้น 5 เปอร์เซ็นต์ จ่ายเพิ่ม 35,000 บาท เพื่อลดหย่อน ประหยัดภาษีได้แค่ 1,700 กว่าบาท อย่าซื้อประกันหรือกองทุนเพราะอยากลดภาษี ให้ซื้อเพราะคุณต้องการความคุ้มครองหรือต้องการออมจริงๆ สิทธิ์ลดหย่อนเป็นแค่ของแถม
ก่อน 31 ธันวาคม คำนวณเงินได้ทั้งปีให้รู้ว่าอยู่ขั้นไหน คุยกับพี่น้องเรื่องสิทธิ์พ่อแม่ จ่ายเบี้ยประกันและแจ้งบริษัทให้ส่งข้อมูลให้สรรพากร ซื้อ ThaiESG หรือ RMF ให้ทันก่อนกองทุนปิดรับคำสั่งซื้อ ซึ่งมักปิดก่อนสิ้นปีหลายวัน เช็กเพดาน 500,000 บาท แล้วยื่นแบบได้ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2570
และถ้าปีก่อนๆ คุณลืมใช้สิทธิ์ ยื่นแบบเพิ่มเติมขอคืนย้อนหลังได้ภายใน 3 ปี
อ้างอิง
https://bkklovehoro.com/tax-preparation-2027/how-to/
คู่มือลดหย่อนภาษี 2569 บุคคลธรรมดา
เริ่มจากกลุ่มที่ 1 ที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มสักบาท คือครอบครัว
คู่สมรสที่จดทะเบียนและไม่มีเงินได้ ลดได้ 60,000 บุตรคนละ 30,000
ถ้าเป็นลูกคนที่ 2 ขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้คนละ 60,000
ค่าฝากครรภ์และคลอดลดได้ครรภ์ละ 60,000
แต่ที่อยากเน้นคือค่าอุปการะพ่อแม่ คนละ 30,000 สูงสุด 4 คน รวมพ่อแม่ของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ด้วย
เงื่อนไขคือพ่อแม่อายุ 60 ขึ้นไป และมีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
จุดที่ต้องระวังคือพี่น้องใช้สิทธิ์ซ้ำกันไม่ได้ ต้องตกลงกันในบ้านก่อนว่าใครจะใช้
แนะนำให้คนที่อยู่ฐานภาษีสูงสุดในบ้านเป็นคนใช้ เพราะลดหย่อนบาทเดียวกัน แต่ประหยัดภาษีได้มากกว่า
ส่วนการอุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ ลดได้คนละ 60,000 ต้องมีบัตรคนพิการและหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะ
กลุ่มที่ 2 ประกัน เงินสมทบประกันสังคมลดได้ตามจ่ายจริงสูงสุด 10,500 บาท
ประกันชีวิตและสะสมทรัพย์สูงสุด 100,000 บาท แต่กรมธรรม์ต้องอายุ 10 ปีขึ้นไป เวนคืนก่อนเมื่อไรสิทธิ์หาย
ประกันสุขภาพตัวเอง 25,000 บาท แต่รวมกับประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ประกันสุขภาพพ่อแม่ 15,000 บาท ข้อนี้พ่อแม่ไม่ต้องอายุถึง 60 ขอแค่เงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
กลุ่มที่ 3 ตรงนี้คือจุดที่คนคำนวณพลาดบ่อยที่สุด กลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณ มีเพดานรวม 500,000 บาท
ในกลุ่มนี้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund (PVD) ได้ 15 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ Retirement Mutual Fund (RMF) ได้ 30 เปอร์เซ็นต์
ประกันบำนาญได้ 15 เปอร์เซ็นต์ไม่เกิน 200,000 บาท และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ไม่เกิน 30,000 บาท
ทุกตัวรวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาท สมมติคุณมี PVD 120,000 บาท ประกันบำนาญ 100,000 บาท แล้วซื้อ RMF อีก 300,000 บาท รวม 520,000 บาท ส่วนที่เกิน 20,000 นั้นใช้ลดหย่อนไม่ได้ และ RMF ต้องถือจนอายุ 55 และถือมาไม่น้อยกว่า 5 ปี ไม่อย่างนั้นต้องคืนภาษี
มีกองทุนตัวหนึ่งที่อยู่นอกเพดาน 500,000 บาท คือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) ซื้อใหม่ในปี 2569 ลดได้ 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้ สูงสุด 300,000 บาท ถือแค่ 5 ปีนับจากวันซื้อ ThaiESG กับ ThaiESGX ใช้เพดานเดียวกัน ส่วนใครที่ย้าย LTF เข้า ThaiESGX เมื่อปีที่แล้ว ยังได้สิทธิ์ส่วนที่เหลือเพิ่มอีกไม่เกิน 50,000 บาทต่อปีไปจนถึงปี 2572
และต้องบอกให้ชัด SSF กับ LTF ซื้อใหม่ปีนี้ ลดหย่อนไม่ได้แล้วครับ ใครยังวางแผนแบบเดิมอยู่ ให้เปลี่ยนแผนด่วน
ถ้าถามว่า ThaiESG กับ RMF ซื้ออะไรก่อน ถ้ายังอายุน้อยและไม่อยากล็อกเงินจนอายุคครบ 55 ปี ThaiESG ยืดหยุ่นกว่า ถ้าออมเพื่อเกษียณอยู่แล้ว RMF ตอบโจทย์ และ 2 ตัวนี้ใช้เพดานแยกกัน ซื้อคู่กันได้
กลุ่มที่ 4 บ้าน ดอกเบี้ยกู้ซื้อที่อยู่อาศัยลดได้ตามจ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท
กู้ร่วมหลายคนก็เฉลี่ยกันไป และปีนี้มีสิทธิ์ใหม่ที่น่าสนใจมาก ค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน ลดได้สูงสุด 200,000 บาท ใช้ได้ตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 ถึงสิ้นปี 2571 เงื่อนไขเยอะหน่อยนะครับ ต้องเป็นระบบ On Grid ที่เชื่อมกับการไฟฟ้า ขนาดไม่เกิน 10 kW 1 คน 1 ระบบ ใช้สิทธิ์ในปีที่ระบบเชื่อมต่อแล้ว และต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ใบเสร็จกระดาษใช้ไม่ได้ ใครติดตั้งก่อน 3 มีนาคม ใช้สิทธิ์นี้ไม่ได้
ส่วน Easy E Receipt ของปีนี้ ณ ต้นเดือนตุลาคมยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีออกมา อย่าเพิ่งวางแผนซื้อของโดยหวังสิทธิ์นี้ จนกว่าจะมีประกาศจริง
กลุ่มสุดท้าย เงินบริจาค ซึ่งคำนวณเป็นลำดับสุดท้าย หลังหักลดหย่อนอื่นครบแล้ว บริจาคทั่วไปลดได้ตามจ่ายจริง เพื่อการศึกษา กีฬา สังคม หรือโรงพยาบาลรัฐลดได้ 2 เท่า ทั้ง 2 แบบรวมไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้หลังหักลดหย่อน ทริกคือบริจาคผ่านระบบ e Donation ข้อมูลจะขึ้นในแบบยื่นภาษีเอง ไม่ต้องเก็บใบเสร็จ ก่อนโอนทำบุญ ถามวัดหรือองค์กรก่อนว่าอยู่ในระบบไหม
ทีนี้มาดูว่าวางแผนแล้วได้จริงเท่าไร คนเงินเดือน 60,000 บาท ไม่วางแผนอะไรเลย เสียภาษีราว 35,000 บาท ถ้าลดหย่อนเพิ่ม 120,000 บาท ด้วยประกันสุขภาพ 20,000 บาท ThaiESG 60,000 บาท และ RMF 40,000 บาท ภาษีเหลือราว 20,400 บาท ประหยัดไป 14,000 กว่าบาท เพราะเงินได้สุทธิหล่นจากขั้น 15 เปอร์เซ็นต์ ลงมาขั้น 10 เปอร์เซ็นต์
แต่คนเงินเดือน 30,000 บาท ผมขอพูดตรงๆ คุณอยู่ขั้น 5 เปอร์เซ็นต์ จ่ายเพิ่ม 35,000 บาท เพื่อลดหย่อน ประหยัดภาษีได้แค่ 1,700 กว่าบาท อย่าซื้อประกันหรือกองทุนเพราะอยากลดภาษี ให้ซื้อเพราะคุณต้องการความคุ้มครองหรือต้องการออมจริงๆ สิทธิ์ลดหย่อนเป็นแค่ของแถม
ก่อน 31 ธันวาคม คำนวณเงินได้ทั้งปีให้รู้ว่าอยู่ขั้นไหน คุยกับพี่น้องเรื่องสิทธิ์พ่อแม่ จ่ายเบี้ยประกันและแจ้งบริษัทให้ส่งข้อมูลให้สรรพากร ซื้อ ThaiESG หรือ RMF ให้ทันก่อนกองทุนปิดรับคำสั่งซื้อ ซึ่งมักปิดก่อนสิ้นปีหลายวัน เช็กเพดาน 500,000 บาท แล้วยื่นแบบได้ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2570
และถ้าปีก่อนๆ คุณลืมใช้สิทธิ์ ยื่นแบบเพิ่มเติมขอคืนย้อนหลังได้ภายใน 3 ปี
อ้างอิง https://bkklovehoro.com/tax-preparation-2027/how-to/