ปวดท้องตรงไหน เสี่ยงโรคอะไร? เช็ก 7 ตำแหน่งที่อาจบอกความผิดปกติ!



ปวดท้องเหมือนกัน
ทำไมบางคนเป็นแค่ท้องอืด
บางคนกลับเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
หรือบางคนต้องผ่าตัดไส้ติ่งด่วน!
เวลาปวดท้อง หลายคนมักคิดว่า
เดี๋ยวก็คงหาย หรือเป็นโรคกระเพาะ
แต่จริง ๆ แล้วตำแหน่งที่ปวด
ช่วยบอกเบาะแสของโรคได้หลายอย่างครับ
บางตำแหน่งเกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหาร
บางตำแหน่งอาจเป็นลำไส้หรือถุงน้ำดี
และบางโรคก็เริ่มปวดจุดหนึ่ง
ก่อนจะย้ายไปปวดอีกจุดหนึ่งด้วย
ผมอยากให้ทุกคนลองสังเกตตัวเองครับ
เพราะนอกจากตำแหน่งที่ปวดแล้ว
ลักษณะการปวดและอาการร่วมก็สำคัญ
วันนี้ผมจะพาเช็ก 7 ตำแหน่งในช่องท้อง
ว่าปวดตรงไหนควรนึกถึงโรคอะไรบ้าง

1. ปวดลิ้นปี่ อาจเป็นกระเพาะหรือโรคตับอ่อน
บริเวณลิ้นปี่คือกลางท้องส่วนบน
ตรงใต้กระดูกหน้าอกลงมาครับ
ถ้าปวดแสบ จุกแน่น หรือปวดสัมพันธ์กับมื้ออาหาร
อาจเกี่ยวกับอาหารไม่ย่อย กระเพาะอักเสบ
หรือแผลในกระเพาะและลำไส้เล็กส่วนต้น
แต่ถ้าปวดรุนแรงต่อเนื่อง
โดยเฉพาะปวดร้าวทะลุไปด้านหลัง
ร่วมกับคลื่นไส้หรืออาเจียนมาก
ต้องระวังภาวะตับอ่อนอักเสบด้วยครับ
ที่สำคัญ อาการแน่นลิ้นปี่บางครั้ง
อาจเป็นอาการของโรคหัวใจได้เช่นกัน
โดยเฉพาะถ้ามีเหงื่อแตกหรือเหนื่อยผิดปกติ
อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นโรคกระเพาะทุกครั้งครับ
.
2. ปวดชายโครงขวา ระวังนิ่วหรือถุงน้ำดีอักเสบ
ใครปวดบริเวณใต้ชายโครงด้านขวา
โดยเฉพาะหลังอาหารมื้อใหญ่หรืออาหารมัน
อาจต้องนึกถึงนิ่วในถุงน้ำดีครับ
อาการบางคนปวดแน่นต่อเนื่อง
และอาจร้าวไปหลังหรือสะบักขวา
ถ้านิ่วไปอุดตันจนถุงน้ำดีอักเสบ
อาจมีอาการปวดนาน กดเจ็บ และมีไข้ร่วมด้วย
แต่บริเวณนี้ยังมีตับและทางเดินน้ำดี
จึงอาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน
โดยเฉพาะถ้าปวดร่วมกับไข้ หนาวสั่น
ตัวเหลืองหรือตาเหลือง
ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุครับ
.
3. ปวดชายโครงซ้าย อาจเกี่ยวกับกระเพาะหรือลำไส้
ใต้ชายโครงซ้ายเป็นอีกตำแหน่ง
ที่หลายคนมักคิดว่าเป็นโรคกระเพาะ
แต่จริง ๆ แล้วมีอวัยวะหลายส่วนครับ
อาการปวดอาจเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
หรือลำไส้ใหญ่บริเวณมุมซ้ายด้านบน
โดยเฉพาะถ้ามีท้องอืด แน่นท้อง
หรืออาการเปลี่ยนไปหลังขับถ่าย
แต่บริเวณนี้ยังมีม้ามและตับอ่อนด้วย
ถ้าปวดมาก ปวดต่อเนื่อง หรือปวดหลังอุบัติเหตุ
ก็ต้องระวังความผิดปกติของอวัยวะเหล่านี้
ดังนั้นตำแหน่งนี้ไม่สามารถฟันธงโรค
จากจุดที่ปวดเพียงอย่างเดียวได้ครับ
.
4. ปวดรอบสะดือ อาจเป็นลำไส้หรือไส้ติ่งระยะแรก
อาการปวดบริเวณรอบสะดือ
อาจเกิดจากความผิดปกติของลำไส้เล็ก
เช่น ลำไส้อักเสบหรือการติดเชื้อ
บางคนมีปวดบิด คลื่นไส้ หรือถ่ายเหลวร่วมด้วย
แต่มีอีกโรคที่ผมอยากให้ระวังครับ
นั่นคือไส้ติ่งอักเสบระยะแรก
เพราะบางคนเริ่มปวดรอบสะดือก่อน
แล้วหลายชั่วโมงต่อมาจึงย้ายตำแหน่ง
จากเดิมที่ปวดกลางท้อง
กลายเป็นปวดชัดเจนที่ท้องน้อยขวา
อาจมีเบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือไข้ร่วมด้วย
ถ้ามีอาการแบบนี้ควรรีบพบแพทย์ครับ
.
5. ปวดท้องน้อยขวา ต้องระวังไส้ติ่งอักเสบ
ตำแหน่งนี้ผมอยากเน้นเป็นพิเศษครับ
เพราะไส้ติ่งอักเสบเป็นโรคที่ไม่ควรปล่อยไว้
โดยเฉพาะอาการปวดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
บางคนเริ่มจากปวดรอบสะดือ
ก่อนย้ายมาปวดบริเวณท้องน้อยขวา
เจ็บมากขึ้นเวลาเดิน ไอ หรือขยับตัว
และอาจมีไข้ คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร
แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีอาการครบทุกอย่าง
และการปวดท้องน้อยขวาก็มีสาเหตุอื่นได้
เช่น ลำไส้อักเสบ นิ่วในท่อไต
หรือปัญหาทางนรีเวชในผู้หญิง
หากปวดต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น
ไม่ควรรอให้มีไข้ก่อนถึงจะไปตรวจ
เพราะไส้ติ่งที่อักเสบรุนแรงอาจแตก
และทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องท้องได้ครับ
.
6. ปวดท้องน้อยซ้าย อาจเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่
ถ้าปวดท้องน้อยด้านซ้าย
โดยเฉพาะร่วมกับท้องผูกหรือถ่ายผิดปกติ
อาจเกี่ยวข้องกับลำไส้ใหญ่บริเวณนั้นครับ
โรคหนึ่งที่ควรรู้จักคือ
ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ หรือ Diverticulitis
เกิดจากถุงเล็ก ๆ ที่ผนังลำไส้เกิดการอักเสบ
ทำให้ปวดต่อเนื่อง กดเจ็บ
และบางคนมีไข้ร่วมด้วย
นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากท้องผูก
หรือความผิดปกติของลำไส้ชนิดอื่นได้
แต่ถ้ามีอาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
มีไข้ หรืออาเจียนร่วมด้วย
ควรพบแพทย์ ไม่ควรเหมาว่าเป็นแค่ลมในท้องครับ
.
7. ปวดท้องน้อยตรงกลาง อาจไม่ใช่โรคลำไส้เสมอไป
ตำแหน่งสุดท้ายคือท้องน้อยตรงกลาง
บริเวณเหนือหัวหน่าวครับ
อาการปวดอาจเกี่ยวกับลำไส้ส่วนปลาย
โดยเฉพาะถ้ามีท้องผูกหรือขับถ่ายผิดปกติ
แต่บริเวณนี้ยังมีกระเพาะปัสสาวะ
และอวัยวะในอุ้งเชิงกรานด้วย
ถ้าปวดร่วมกับปัสสาวะแสบขัด
หรือปัสสาวะบ่อย อาจเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ
ส่วนผู้หญิงอาจมีสาเหตุจากมดลูก
รังไข่ หรืออวัยวะสืบพันธุ์ได้เช่นกัน
โดยเฉพาะผู้ที่มีโอกาสตั้งครรภ์
หากปวดท้องน้อยร่วมกับเลือดออกผิดปกติ
หน้ามืด หรือปวดรุนแรงฉับพลัน
ต้องรีบประเมินภาวะฉุกเฉิน
เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูกด้วยครับ
.
ปวดท้องแบบไหน ไม่ควรซื้อยากินเองแล้วรอดู?
ไม่ว่าปวดตรงตำแหน่งไหน
ผมอยากให้ระวังอาการเหล่านี้ครับ
เพราะบางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรครุนแรง
ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว
• ปวดรุนแรงฉับพลันหรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะปวดจนเดินหรือขยับตัวลำบาก ควรรีบไปโรงพยาบาล
• ปวดร่วมกับไข้สูงหรืออาเจียนต่อเนื่อง อาจเกี่ยวกับการอักเสบ การติดเชื้อ หรือภาวะที่ต้องได้รับการประเมิน
• ปวดร่วมกับถ่ายดำหรือถ่ายเป็นเลือดมาก ต้องระวังเลือดออกในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะถ้ามีอ่อนเพลียหรือหน้ามืดร่วมด้วย
• ท้องอืดโต ปวดบิด อาเจียนและไม่ผายลม อาจเป็นสัญญาณลำไส้อุดตัน ไม่ควรซื้อยาระบายกินเอง
• ปวดร่วมกับหน้ามืด เหงื่อแตกหรือจะเป็นลม ต้องรีบรับการประเมิน เพราะอาจเกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินที่ไม่ได้เกิดจากทางเดินอาหารเท่านั้น
.
สุดท้ายผมอยากให้ทุกคนจำไว้นะครับ
ปวดท้องตำแหน่งเดียวกัน
ไม่ได้แปลว่าจะเป็นโรคเดียวกันเสมอไป
บางคนปวดลิ้นปี่เพราะอาหารไม่ย่อย
แต่บางคนอาจเป็นตับอ่อนอักเสบ
หรือมีโรคหัวใจที่แสดงอาการคล้ายกัน
การสังเกตว่าปวดตรงไหนจึงมีประโยชน์
แต่ต้องดูด้วยว่าปวดแบบไหน
ปวดนานเท่าไร เป็นมากขึ้นหรือเปล่า
และมีอาการผิดปกติอะไรเกิดขึ้นร่วมด้วย
ตำแหน่งปวดท้องเป็นเพียงเบาะแส
ไม่ใช่คำวินิจฉัยโรคครับ
ผมอยากให้ทุกคนรู้จักสังเกตร่างกาย
ไม่ต้องตกใจทุกครั้งที่ปวดท้อง
แต่ก็อย่ามองข้ามอาการที่ผิดปกติ
โดยเฉพาะอาการปวดที่รุนแรงหรือไม่หาย
เพราะการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพบแพทย์
อาจช่วยให้ได้รับการรักษาทันท่วงทีครับ

ที่มา  หมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่