JJNY : 6in1 ถึงเวลาวัดใจ│โรมโต้บันเทิงธิปไตย│โรมลั่นเลวร้ายมาก│ภคมนท้าดูวันซักฟอก│โวยจนท.ตรวจ│ปักกิ่งโต้ “ไล่ ชิง-เต๋อ”

วิโรจน์ ชี้ เพื่อไทย รู้ปมฮั้ว ส.ว. มากกว่า ปชน. ถึงเวลาวัดใจ จะเลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ ถาม ถูกภูมิใจไทย กดจนทำอะไรไม่ได้หรือ https://www.matichon.co.th/politics/news_5927489
.
.
วิโรจน์ ชี้ เพื่อไทย รู้ปมฮั้ว ส.ว. มากกว่า ปชน. ถึงเวลาวัดใจ จะเลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ ถาม ถูกภูมิใจไทย กดจนทำอะไรไม่ได้หรือ
.
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย เป็นการวัดใจพรรคเพื่อไทยตอนโหวตไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ ว่า
.
หลายคนอาจมองเป็นยุทธศาสตร์ ส่วนตัวตนมองตรงนั้นเป็นแค่ส่วนประกอบ แต่ขอถามว่า จนถึงทุกวันนี้พรรคเพื่อไทยสามารถใช้อำนาจการบริหารได้เต็มที่หรือไม่ หรือว่าถูกพรรคภูมิใจไทยกดขี่จนทำอะไรไม่ได้ เมื่อถูกทำอย่างนั้นจริง มันจะมีเนื้อหาสาระอะไรมาให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างนายยศชนันท์ วงสวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก็ไม่ได้ทำอะไรที่อยุติธรรม จนโดนข้าราชการทนไม่ไหว ส่งข้อมูลเชิงลบมาให้ฝ่ายค้านซักฟอก แต่ตนไม่ได้บอกว่าพรรคเพื่อไทยดีหมดทุกอย่าง ก็ต้องถามว่ากลไกอำนาจใน ครม.สีน้ำเงิน มันกดมันขี่พรรคเพื่อไทยจนไม่สามารถใช้อำนาจใดได้หรือไม่
.
นายวิโรจน์ กล่าวว่า เราอยู่แวดวงการเมืองมา เราเข้าใจดีถึงมารยาทของการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การอภิปราย 1-2 ชั่วโมง อาจจะไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ และหลายครั้งการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลก็เกิดจากภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะต้องฟังปฏิกิริยาสังคมด้วย ตรงนี้เราเข้าใจพรรคเพื่อไทย
.
“พรรคเพื่อไทยนั้นมีข้อมูล รู้ดีที่สุดด้วยซ้ำไปว่ามันมีความอยุติธรรมเกิดขึ้น ถ้าเราวางความพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจที่มีระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนไว้ข้างหลัง แล้วเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เอาความยุติธรรมของประเทศ และเอาระบบนิติรัฐ เอาการปกป้องรัฐธรรมนูญเป็นหลัก กรณีฮั้ว สว.เราอนุมานได้เลยว่า พรรคเพื่อไทยไม่ใช่พึ่งรู้พึ่งเห็น เพราะเป็นพรรคที่เริ่มต้นในการทำเรื่องนี้ และถ้าหลายคนจะมีข้อสันนิษฐานว่า พรรคเพื่อไทยอาจจะมีข้อมูลมากกว่าพรรคประชาชนด้วยซ้ำ พรรคเพื่อไทยเขาทำเรื่องฮั้ว สว.มาก่อน และรู้ข้อมูลว่ามันเป็นมหันตภัยต่อบ้านเมือง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีการดำเนินคดีเรื่องอั้งยี่ซ่องโจร” นายวิโรจน์ กล่าว
.
เมื่อถามย้ำว่า พรรคเพื่อไทยจะกล้าโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าพรรคสีเขียวกำลังรอเสียบ นายวิโรจน์ กล่าวว่า มันก็เป็นจุดที่พรรคเพื่อไทยจะต้องตัดสินใจ ว่าจะเอาประเทศชาติบ้านเมืองหรือจะเอาอำนาจ พรรคเพื่อไทยมักบอกว่าเลือกเราสิ ถ้าเรามีอำนาจเดี๋ยวเราจะทำ แต่การปราบปรามการทุจริต มันควรจะใช้เป็นเงื่อนไขเข้าสู่อำนาจหรือ หรือว่าเป็นเรื่องที่เราควรจะกำจัดให้สิ้นไปจากแผ่นดินไทยโดยปราศจากเงื่อนไข มาคราวนี้อาจจะบอกว่าครั้งนั้นมันจบไปแล้ว คราวนี้เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มันหมดเวลาในการจัดการแล้ว แสดงว่าคุณรู้แล้วว่าตรงนั้นคือคนโกง แล้ววันนี้คุณไปเป็นสมุนของคนโกงแล้วหรือ จะไม่จัดการกับคนโกงแล้วหรือ เพราะคุณไปร่วมกับคนโกงหรือไม่ จะเลือกบ้านเมืองหรือจะเลือกอำนาจ เป็นจุดที่ตนเว้นให้พรรคเพื่อไทยเป็นผู้ตอบ ตนไม่สามารถตอบแทนได้
.

.
โรม โต้ บันเทิงธิปไตย ชี้รัฐบาลบริหารล้มเหลว คนเดือดร้อนน้ำท่วม ทุจริตทั้งระบบ ทำลายนิติรัฐ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5927265
.
โรม โต้ บันเทิงธิปไตย ชี้รัฐบาลบริหารล้มเหลว คนเดือดร้อนน้ำท่วม ทุจริตทั้งระบบ ทำลายนิติรัฐ
.
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคน ออกมาตอบโต้การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่าเป็น “บันเทิงธิปไตย” ว่า การหยิบยืมคำของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็ควรหยิบยืมให้หมด ดังนั้นช่วยนิยามตัวเองว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน หรืออธิบายคำว่าใบอนุญาตสองใบ ตามที่นายปิยบุตรเคยพูดไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นการนำคำพูดของนายปิยบุตร มาทำให้ภาพของพรรคประชาชนถูกดิสเครดิตจากเรื่องนี้ เรารู้เจตนาของคนในเครือข่ายสีน้ำเงินอยู่แล้ว
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องข้อกล่าวหาต่างๆ เราต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น การที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ใบเสร็จที่สมบูรณ์แบบแล้วหรือ ว่าประเทศไทยเต็มไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นคดีโกงสอบท้องถิ่น หรือคดีโกง ส.ว. ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ ว่าวันนี้ระบบนิติรัฐนิติธรรมถูกทำลายไปจากประเทศไทยแล้ว รวมถึงหลายวิกฤตที่เกิดขึ้น เช่นเหตุการณ์น้ำท่วม ยังไม่ชัดหรือว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เต็มไปด้วยการเอื้อพวกพ้อง ทำหน้าที่เพื่อผู้มีพระคุณ น่าจะเพียงพอให้เราเห็นภาพว่าล้มเหลวอย่างไร ดังนั้น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้วางด้วยข้อกล่าวหาที่ปรากฏอยู่ ตนยังรู้สึกว่าเบาไปด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดของสังคมไทย
.
เมื่อถามว่า จะเป็นการฉายหนังซ้ำหรือไม่ เพราะบางเรื่องอาจจะเคยปรากฏในหน้าสื่อหรือต่อสาธารณะอยู่แล้ว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการฉายหนังอะไร มันคือการฉายความทุกข์ร้อนของประชาชน ว่าภาพที่สังคมไทยกำลังเจออยู่รุนแรงแค่ไหน เราไม่ปฏิเสธว่าหลักฐานบางอย่าง นักวิเคราะห์การเมืองคงพอจะเห็นภาพอยู่บ้าง แต่หลายส่วนก็อาจจะไม่เคยเห็น ดังนั้นคงมีทั้งสองอย่าง แต่มั่นใจว่าทุกสิ่งที่เราพูด ไม่ใช่พยานหลักฐานประเภทกล่าวเท็จ หรือข่าวโคมลอยแน่นอน
.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอให้ สส.ทุกคนและทุกพรรค ลองใช้หัวใจและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในการตัดสินเรื่องนี้ อย่าให้ผลประโยชน์หรือเงินรายเดือนบังตาเรา จนทำให้การตรวจสอบหรือการตัดสินใจ อยู่บนเรื่องของผลประโยชน์ ควรจะเอาเรื่องของบ้านเมืองเป็นหลัก เรายืนยันว่า เอกสารข้อมูลทุกอย่างมีความพร้อมสูงสุด
.
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยด้วย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราดูจากพยานหลักฐาน ความหนักเบาในการกระทำผิด รัฐมนตรีที่อยู่นอกเหนือจาก 18 คนนี้ ไม่ได้หมายความว่าเขามีคุณงามความดี แต่เราจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่หนักแน่น และข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งเราคิดว่า 18 คนนี้ เป็นกลุ่มคนที่เป็นหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน
.
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่ไม่อภิปรายพรรคเพื่อไทยเพราะมีนัยยะทางการเมือง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไปวิเคราะห์กัน แต่วันนี้เรามองว่า ถ้าจะเจาะหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน ก็วางแกนกลางไว้แบบนี้ ส่วนองคาพยพอื่นจะทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจหรือไม่ เป็นสิ่งที่คนรู้อยู่แล้ว แต่เราว่ากันที่จุดศูนย์กลางของระบอบสีน้ำเงินดีกว่า
.
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่า หากอภิปรายแล้วพาดพิงบุคคลภายนอก ฝ่ายรัฐบาลจะประท้วงจนอภิปรายไม่ได้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่กังวล เราก็เจอมาทุกสมัย แต่เราก็ไม่อยากให้เกิดการประท้วง เพราะข้อบังคับก็ระบุชัดเจนว่า การพาดพิงถึงบุคคลภายนอก สามารถทำได้เท่าที่จำเป็น
.
เมื่อถามว่า จะมีการพาดพิงไปถึงบุคคลที่บุรีรัมย์หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตามญัตติเราใช้คำว่าผู้มีพระคุณ ส่วนจะเป็นใครต้องรอติดตาม
.

.
โรม ลั่น เลวร้ายมาก หลัง ป.ป.ช.ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน ชี้ข้อสงสัย ตัดตอน–วิ่งเต้น เริ่มมีมูล ซัด อนุทิน อย่าปัดความรับผิดชอบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5927301
.
โรม ลั่น เลวร้ายมาก หลัง ป.ป.ช.ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน ชี้ข้อสงสัย ตัดตอน–วิ่งเต้น เริ่มมีมูล ซัด อนุทิน อย่าปัดความรับผิดชอบ
.
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน ทำให้ต้องปล่อยตัว ว่า ตนมองว่าเลวร้ายมาก คดีประวัติศาสตร์ขนาดนี้ เป็นคดีที่เลวร้ายที่สุดในประเทศไทยครั้งหนึ่ง เป็นไปได้อย่างไรที่ฝากขังผู้ที่ถูกกล่าวหา แต่ติดปัญหาส่งฟ้องไม่ทัน ไม่ว่าจะอ้างด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า หากวันหนึ่งเราต้องดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ หากเขาหลบหนีหรือไปยุ่งกับพยานหลักฐานจะทำอย่างไร สุดท้ายที่เรากล่าวหากันว่าอาจจะมีการตัดตอนการเมือง หรือพยายามช่วยเหลือวิ่งเต้น ก็มีมูล
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลอาจจะอ้างว่า ป.ป.ช.ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของตัวเอง แต่หาก ป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง รัฐบาลก็ต้องตรวจสอบ เพราะเกิดขึ้นภายใต้จมูกของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
.
ดังนั้น นายอนุทินจะปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้ เรื่องนี้จึงต้องดำเนินการต่อไป หากจะโยนว่าเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ ตนมองว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะเป็นเรื่องที่เกิดภายใต้กระทรวงมหาดไทย หากรัฐบาลจะเอาจริงก็ทำได้ แต่เรื่องนี้อาจจะไปเชื่อมกับบุคคลสำคัญต่างๆ ภายใต้นายอนุทินหรือไม่ จึงทำให้เรื่องนี้ไม่มีการเอาจริง หรือนำไปสู่การปราบปรามเพื่อล้างบางการทุจริตที่เกิดขึ้น
.
เมื่อถามว่า ในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราตามต่อแน่นอน และได้สั่งบรรจุพิจารณาเรื่องนี้ ในการประชุม กมธ. วันที่ 21 ตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เราใช้อำนาจของ กมธ. เรียกนายอนุทิน และนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แต่ทั้งสองคนไม่มา ดังนั้นตามกฏหมายถือว่าเป็นบุคคลที่ไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ โดยทั่วไปหากเป็นข้าราชการประจำ ถือว่ามีความผิด ซึ่งคงจะต้องมีมาตรการต่อไป
.
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า หากนายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่เกี่ยว ไม่รู้เรื่อง และทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ช่วยเหลือใครทั้งสิ้น ก็จงมาที่ กมธ. และใช้อำนาจจัดการกับคนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ทั้งหมด
.

.
ภคมน ท้าดูวันซักฟอก รัฐบาลจะบันเทิงไหม เตรียมหลักฐานฟาดหน้า สู้คนหน้าไม่อาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5927321
.
ภคมน ท้าดูวันซักฟอก รัฐบาลจะบันเทิงไหม เตรียมหลักฐานฟาดหน้า สู้คนหน้าไม่อาย
.
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีบรรดารัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่า ก็เป็นปกติ ที่รัฐบาลต้องออกมาแสดงความมั่นใจ แต่สุดท้ายแล้วเราอยากให้รอดูวันอภิปรายไม่ไว้วางใจจริง พวกเราฝ่ายค้านเองก็มีต้นทุนสูงมากเหมือนกัน หากเราทำให้ประชาชนรู้สึกว่านี่มันเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง หรือแค่การแสดงแบบที่รัฐบาลพยายามจะด้อยค่า ศึกซักฟอกครั้งนี้เราก็จะถูกลดทอนจากประชาชนเช่นกัน และเรามั่นใจว่าการซักฟอกครั้งนี้มันมีน้ำหนัก มีหลักฐานมากๆ ที่ผ่านมามีเรื่องราวปัญหาเกิดขึ้นมากมายในรัฐบาลชุดนี้ เราต้องย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า ที่เชื่อและรู้อยู่แล้ว คือสิ่งที่รัฐบาลล้มเหลว
.
ดังนั้น ตนคงไม่ไปตอบโต้ว่ามันเป็นบันเทิงธิปไตยหรืออะไรก็แล้วแต่ ขอให้รัฐบาลอดใจรอสักนิดนึง แล้วจะได้รู้ว่าที่กล่าวหาว่าเป็นบันเทิงธิปไตย ถึงวันที่อภิปรายจริง มันจะบันเทิงจริงๆหรือไม่ ขอให้พวกคุณบันเทิงกันให้ถึงตอนนั้นแล้วกัน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่