สรุปข้อกล่าวหา “นายกฯ อนุทิน” หลัง “ฝ่ายค้าน” ยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรีสีน้ำเงิน





“อนุทิน” นำทัพ 18 รัฐมนตรีสีน้ำเงิน ขึ้นเขียงศึกซักฟอก ม.151 ครั้งแรกในยุค “นายกฯ หนู” หลัง พรรคประชาชน-ประชาธิปัตย์ และพรรคเล็ก รวม 145 เสียง ยื่นญัตติให้ประธานสภาฯ คาดบรรจุได้ช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้

โดยรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยรอดทั้งหมด ไม่ถูกยื่นซักฟอก ขณะที่ฝ่ายค้านกล่าวหาแรง รัฐบาลสีน้ำเงินกินรวบประเทศ เป็นศัตรูต่อระบอบประชาธิปไตย👊🏻😡

#อนุทินชาญวีรกูล #ประชุมสภา #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ #ไทยรัฐออนไลน์








แรงได้อีก👊🏻 สรุปข้อกล่าวหา “นายกฯ อนุทิน” หลัง “ฝ่ายค้าน” ยื่นซักฟอก พร้อมร่างพฤติการณ์ยาวเหยียดเกือบ 2 หน้ากระดาษ ฉ้อฉล สับปลับ ไร้วุฒิภาวะ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง สร้างระบอบสีน้ำเงิน โกงเลือกตั้ง ไร้สำนึก ปล่อยพวกฉวยโอกาสหาประโยชน์ในวิกฤติ เป็นหุ่นเชิดทางการเมือง เสแสร้งแกล้งรักชาติ เลวร้ายจนประวัติศาสตร์ต้องจารึก😲

#อภิปรายไม่ไว้วางใจ #ศึกซักฟอก #อนุทินชาญวีรกูล #เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ #ไทยรัฐออนไลน์







ฝ่ายค้านเปิดญัตติซักฟอก “อนุทิน” ใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่สร้างระบอบสีน้ำเงิน กินรวบประเทศ สารพัดโกงเพื่อพวกพ้องและผู้มีพระคุณ ทำตัวเป็นหุ่นเชิด เสแสร้งแกล้งรักชาติเพื่อประโยชน์ทางการเมือง


https://www.thairath.co.th/news/politic/2964971
















UPDATE: นายกฯ​ ไม่หวั่นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย เปลี่ยนเวทีซักฟอก เป็นเวทีแจงผลงานรัฐบาล

วันนี้ (8 ตุลาคม) เวลา 17.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 โดยมีรายชื่อรัฐมนตรีรวม 18 คนว่า ตนเพิ่งกลับจากต่างประเทศก็เห็นรายชื่อแล้ว ไม่มีปัญหา คณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมที่จะตอบและชี้แจงข้อสงสัยให้ประชาชนได้รับทราบ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สงสัยหรือไม่ว่าทำไมมีแต่ชื่อรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ถ้าไม่มีถึงจะแปลก” ทั้งนี้ ทุกคนมีความพร้อมอยู่แล้ว โดยมีการประชุมคณะรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกสัปดาห์ จึงทราบความเป็นไป และได้ย้ำให้รัฐมนตรีทุกคนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเตรียมความพร้อมในการชี้แจง หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีที่ไม่ได้ถูกอภิปราย หากมีการพาดพิงถึง หรือนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ชี้แจงแทนในส่วนงานของตน ก็จะต้องมีความพร้อม

อนุทินกล่าวว่า การที่มีชื่อนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย ก็เปรียบเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ เพราะนายกรัฐมนตรีสั่งการทุกกระทรวง ฉะนั้น รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงทุกกระทรวงก็ต้องพร้อมที่จะออกมาชี้แจงและตอบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า ตัวนายกรัฐมนตรีมั่นใจสามารถชี้แจงข้อสงสัยของฝ่ายค้านได้ใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ตนจะดูว่าตรงไหนเกี่ยวข้องกับใคร ก็ให้รัฐมนตรีท่านนั้นตอบ เพราะจะทราบรายละเอียด โดยการชี้แจงเป็นการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและรับทราบในทุกประเด็น เพราะฉะนั้น คนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล และอยู่ที่ดุลพินิจของตนที่จะให้ใครขึ้นมาตอบ เพราะนายกรัฐมนตรีไม่สามารถไปตอบในเรื่องงานแต่ละกระทรวงได้โดยละเอียด

“ในเมื่อเรามีโอกาสชี้แจงประชาชน ในวาระที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว เราก็ต้องเอาข้อมูลที่เรามีทั้งหมดมาชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ’

เมื่อถามว่าจะต้องมีทีมคอยเก็บข้อมูลที่อาจมีการอภิปรายหมิ่นเหม่ข้อกฎหมายหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า จะมีฝ่ายข้าราชการประจำที่ต้องคอยเก็บข้อมูล ซึ่งเขาก็จะไปตั้งห้องปฏิบัติการที่จะฟีดข้อมูลทั้งหลายให้รัฐมนตรีได้ต่อ ตนไม่จำเป็นต้องไปตอบทุกเรื่อง เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายงานและสั่งงาน ฉะนั้น หากมีการพาดพิงไปถึงเนื้องานของรัฐมนตรีท่านไหน หรือรองนายกรัฐมนตรีท่านไหน ซึ่งตนได้มอบหมายให้ไปรับผิดชอบ ท่านก็จะมาตอบแทน

เมื่อถามว่ามองว่าข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านรุนแรงไปหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านในรายละเอียด แต่มีคนสรุปมาให้ว่า 18 คนมีใครบ้าง

เมื่อถามว่าการที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปราย 18 คน ถือเป็นการเหวี่ยงแหเหมือนไม่มีข้อมูลใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่จะยื่นอะไรก็ได้ หากมีเสียงถึง โดยนายกรัฐมนตรีถามสื่อมวลชนว่า ฝ่ายค้านมีเสียงถึงใช่หรือไม่ และมีกี่เสียง

ผู้สื่อข่าวตอบว่า ฝ่ายค้านมีเสียงพอยื่นอภิปราย แต่ไม่มีเสียงของพรรคกล้าธรรม นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่า “อ๋อหรือ” พร้อมถามว่า “เสียงไม่ครบหรือ ฝ่ายค้านไม่ได้เสียงฝ่ายค้านทั้งหมดเหรอ”

เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า พรรคกล้าธรรมถอนตัวจากการเป็นฝ่ายค้านไปก่อนหน้านี้ จึงไม่ได้ร่วมยื่นอภิปรายกับฝ่ายค้าน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “อ๋อ กล้าธรรมไม่ได้ยื่นหรือครับ แล้วทำไมเขาไม่ร่วมล่ะ”

ผู้สื่อข่าวตอบว่า พรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้านแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า “ผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมยื่นอภิปรายได้หรือ’

เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า พรรคกล้าธรรมให้เหตุผลว่ามีเจตนาอภิปรายประเด็นหัวหน้าวุฒิสภามากกว่าพุ่งเป้าในเรื่องตรวจสอบการทำงาน นายอนุทินกล่าวว่า “อ๋อครับ’

เมื่อถามว่า เมื่อพรรคกล้าธรรมไม่ร่วมการอภิปรายในครั้งนี้และอาจสนับสนุนรัฐบาล รัฐบาลจะมีอะไรวางไว้ให้พรรคกล้าธรรมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย รัฐบาลมีความพร้อมอยู่แล้วในการที่จะดำเนินการทุกอย่างตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้

อนุทินกล่าวว่า ต้องไปดูว่าในช่วงนั้นจะมีการประชุมอาเซียนและการประชุมเอเปค รวมถึงการเยือนของผู้นำต่างประเทศหลายคน ตนก็จะมอบหมายให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีประสานกับสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหนดวันที่เหมาะสมและสามารถไปรับฟังการอภิปรายได้อย่างเต็มที่ “ไม่อย่างนั้นต้องวิ่งเข้าวิ่งออกก็ไม่สะดวก”

เมื่อถามว่า วางจำนวนวันไว้กี่วัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มาโดยตลอดตามที่เขาปฏิบัติมาโดยตลอด 3-4 วัน ซึ่งไม่มีปัญหา ทั้งนี้ อยากให้รัฐมนตรีปลอดจากภารกิจให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าอาจมีการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก เช่น คนที่บุรีรัมย์ อนุทินกล่าวว่า มีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้ว ใครทำอะไรก็ต้องศึกษากฎหมายให้ดี

เมื่อถามว่า แสดงว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้กังวลอะไรตรงนี้เลย โดยมองว่าเป็นกลไกปกติของสภาฯ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ทุกคนต่างทำหน้าที่

“ถ้าฝ่ายค้านเขาไม่ยื่นอภิปรายแล้วเขาจะไปทำอะไร ทุกวันนี้ก็แทบจะไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ฉะนั้นต้องยื่น ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องตอบ เพราะรัฐบาลทำงานเยอะมาก ถือโอกาสนี้มาชี้แจงกับประชาชน”

อนุทินกล่าวว่า บางทีการให้อภิปรายก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะรัฐบาลจะได้ฟังว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านตรวจสอบนำเสนออะไรมาบ้าง วิพากษ์วิจารณ์อะไรมาบ้าง หรือตำหนิอะไรมาบ้าง รัฐมนตรีทุกคนก็ต้องจดไว้ อันไหนที่มีเหตุมีผลก็รับฟังและนำไปปฏิบัติ

“ฉะนั้นถือว่าเป็นเวทีที่ให้ทั้งสองฝ่ายได้แสดงผลงานอย่างเต็มที่ รัฐบาลมัวแต่ทำงานหนักมาก จนไม่ได้ประชาสัมพันธ์ผลงานของตัวเอง ทำให้ฝ่ายค้านได้รับข้อมูลผิดๆ อยู่ตลอดเวลา พูดอะไรที่ไม่ตรงความจริงสักเรื่อง แค่นั้นก็ใช้โอกาสนี้เอาผลงานและสิ่งที่คณะรัฐมนตรีได้ทำมาชี้แจงให้ประชาชนฟัง”

“ขอย้ำว่าเป็นการชี้แจงให้ประชาชนฟัง ไม่ได้ชี้แจงให้ใครฟัง ไม่ได้ให้ฝ่ายค้านฟัง” อนุทินกล่าว

#TheStandardNews





เจาะเนื้อหาในญัตติการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคร่วมฝ่ายค้านตั้งข้อกล่าวหาต่อรัฐมนตรีจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นต้นมา โดยเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด และข้อกล่าวหาหลักยึดโยงไว้ด้วยการทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่างเป็นขบวนการ รวมถึงประเด็นอื่นอย่างการบริหารประเทศผิดพลาด ทุจริตต่หน้าที่ เอื้อผลประโยชน์ต่อพวกพ้องของตน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ในจำนวนรัฐมนตรีจำนวน 18 คน ที่ถูกตั้งข้อหาในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นอกจากจะเป็นรัฐมนตรีที่เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย หรืออยู่ในโควตาของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดแล้ว ยังมีถึง 10 คน ที่ระบุข้อกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. อย่างเป็นขบวนการ

โดยในจำนวน 10 คนดังกล่าวนั้น เป็นรัฐมนตรีกลุ่มที่ปรากฏชื่อในเอกสารข่าวมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการสั่งฟ้องตามสำนวนคดีการทุจริตเลือก สว. เมื่อ 14 กันยายน 2569 และเป็นกลุ่มที่ กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 เสียง ให้สั่งฟ้อง และเสียงข้างน้อย 2 เสียง สั่งไม่ฟ้อง

📌 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์

https://thestandard.co/opposition-no-confidence-ministers-senate-fraud

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร, ฐานิส สุดโต

#TheStandardNews
#TheStandardPhoto #ศวิตาพูลเสถียร
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่