เวลาเริ่มมองไม่คม อ่านมือถือแล้วล้าง่าย หรืออายุมากขึ้น
คำถามที่ได้ยินบ่อยคือ
“ต้องกินอะไรบำรุงตาครับ?”
แต่ถ้าจะตอบให้ตรงจริง ๆ
ผมไม่อยากเริ่มจากชื่ออาหารครับ
ผมอยากเริ่มจากว่า
จอประสาทตาต้องใช้สารอะไร เพื่อรับมือกับแสง
ความเครียดจากอนุมูลอิสระ และความเสื่อมตามวัย
แล้วค่อยย้อนกลับมาดูว่า
อาหารอะไรช่วยเติมของพวกนี้ได้บ้าง
1️⃣
Lutein + Zeaxanthin — เหมือนฟิลเตอร์ของจอประสาทตา
สองตัวนี้สะสมอยู่มากบริเวณ macula
ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้มองรายละเอียดตรงกลางภาพ
หน้าที่สำคัญคือช่วยกรองแสงพลังงานสูงบางส่วน
และทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อเยื่อตา
อาหารที่หาได้ไม่ยากครับ
ไข่แดง
ผักใบเขียวเข้ม
บรอกโคลี
ข้าวโพด
พริกหวาน
ถ้าในหนึ่งสัปดาห์แทบไม่มีอาหารสีเขียวหรือสีเหลืองเลย
ตรงนี้เป็นจุดที่เริ่มเติมได้ครับ
2️⃣
Omega-3 โดยเฉพาะ DHA — เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อจอประสาทตาเอง
หลายคนรู้จักโอเมก้า-3 จากเรื่องหัวใจ
แต่จริง ๆ DHA เป็นองค์ประกอบสำคัญของจอประสาทตา ด้วยครับ
แหล่งที่เด่นคือปลาทะเลที่มีไขมัน เช่น
แซลมอน
ซาร์ดีน
แมคเคอเรล
ทูน่าบางชนิด
ไม่ต้องกินทุกวันครับ
แค่มีปลาเข้ามาสลับกับเนื้อชนิดอื่นเป็นประจำ ก็ช่วยให้รูปแบบอาหารดีขึ้นแล้ว
3️⃣
Vitamin C, Vitamin E และ Zinc — ตัวช่วยในระบบป้องกันความเสียหายของเซลล์
จอประสาทตาเป็นเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงานสูง
และต้องรับแสงตลอดเวลา
จึงต้องพึ่งระบบต้านอนุมูลอิสระหลายชั้นครับ
Vitamin C หาได้จากฝรั่ง ส้ม กีวี พริกหวาน
Vitamin E อยู่ในถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมันพืชบางชนิด
ส่วน Zinc พบได้ในเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ถั่ว และเมล็ดพืช
ตรงนี้เลยไม่ต้องวิ่งหาอาหารเสริมหลายกระปุกก่อนครับ
เริ่มจากทำให้จานอาหารหลากหลายก่อน
4️⃣
อย่าฝากความหวังไว้กับ “แครอท” อย่างเดียว
แครอทมี beta-carotene จริง
ซึ่งร่างกายเอาไปสร้างวิตามิน A ได้
แต่วิตามิน A ไม่ใช่สารอาหารตัวเดียวที่เกี่ยวกับสายตาครับ
จอประสาทตาต้องพึ่งทั้ง carotenoids
ไขมันดี
แร่ธาตุ
วิตามินหลายชนิด
และสารจากพืชอีกหลายกลุ่ม
เพราะฉะนั้นแทนที่จะถามว่า
“กินแครอทพอไหม?”
ลองถามว่า
“ทั้งสัปดาห์ เรากินอาหารกี่สีแล้ว?”
ยิ่งจานอาหารหลากหลาย
โอกาสได้สารอาหารที่ตาต้องใช้ก็ยิ่งครบขึ้นครับ
📌
แต่ถ้ากังวล “จอประสาทตาเสื่อม” เรื่องอาหารอย่างเดียวไม่พอครับ
ตรงนี้สำคัญมาก
โรคจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ หรือ AMD
มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง
อายุ
การสูบบุหรี่
พันธุกรรม
โรคหลอดเลือด
รวมถึงพฤติกรรมสุขภาพในระยะยาว
อาหารช่วยดูแลความเสี่ยงได้
แต่ถ้ามี AMD อยู่แล้ว การดูแลจะขึ้นกับระยะของโรคครับ
ในคนที่เป็น AMD บางระยะ
แพทย์อาจพิจารณาสูตรเสริมแบบ AREDS2
ซึ่งมี lutein, zeaxanthin, vitamin C,
vitamin E, zinc และ copper ในขนาดเฉพาะ
ตรงนี้ไม่ใช่วิตามินบำรุงตาที่ทุกคนต้องกิน
แต่เป็นสูตรที่ใช้ในคนบางกลุ่มตามการประเมินของจักษุแพทย์ครับ
💥
แล้วใครควรใส่ใจเรื่องตรวจตาเป็นพิเศษ?
ถ้าอายุเริ่มมากขึ้น
สูบบุหรี่
มีเบาหวาน
ความดันสูง
ไขมันสูง
หรือมีคนในครอบครัวเป็นจอประสาทตาเสื่อม
ผมอยากให้คิดมากกว่าแค่เรื่อง “กินอะไรดี”
เพราะบางความผิดปกติของจอประสาทตา
ช่วงแรกอาจยังไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่ามองไม่เห็นชัด ๆ ครับ
สิ่งที่ผมอยากให้จำจากเรื่องนี้มีอย่างเดียวเลย
อาหารที่ดีช่วยดูแลตาได้
แต่การรู้ความเสี่ยงของตัวเอง และตรวจตาให้ทัน สำคัญไม่แพ้กันครับ
วันนี้ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างก็ได้
ลองเปิดตู้เย็นดูครับ
ถ้ายังแทบไม่มี ผักใบเขียว ไข่ ปลา ถั่ว หรือผลไม้หลากสี
มื้อต่อไปเพิ่มสัก 1 อย่างก่อนก็พอครับ
ที่มา : หมอเจด
🍛 รวมอาหารบำรุงสายตา คนกลัว “จอประสาทตาเสื่อม” ห้ามพลาด!🥦
คำถามที่ได้ยินบ่อยคือ
“ต้องกินอะไรบำรุงตาครับ?”
แต่ถ้าจะตอบให้ตรงจริง ๆ
ผมไม่อยากเริ่มจากชื่ออาหารครับ
ผมอยากเริ่มจากว่า
จอประสาทตาต้องใช้สารอะไร เพื่อรับมือกับแสง
ความเครียดจากอนุมูลอิสระ และความเสื่อมตามวัย
แล้วค่อยย้อนกลับมาดูว่า
อาหารอะไรช่วยเติมของพวกนี้ได้บ้าง
1️⃣ Lutein + Zeaxanthin — เหมือนฟิลเตอร์ของจอประสาทตา
สองตัวนี้สะสมอยู่มากบริเวณ macula
ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้มองรายละเอียดตรงกลางภาพ
หน้าที่สำคัญคือช่วยกรองแสงพลังงานสูงบางส่วน
และทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเนื้อเยื่อตา
อาหารที่หาได้ไม่ยากครับ
ไข่แดง
ผักใบเขียวเข้ม
บรอกโคลี
ข้าวโพด
พริกหวาน
ถ้าในหนึ่งสัปดาห์แทบไม่มีอาหารสีเขียวหรือสีเหลืองเลย
ตรงนี้เป็นจุดที่เริ่มเติมได้ครับ
2️⃣ Omega-3 โดยเฉพาะ DHA — เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อจอประสาทตาเอง
หลายคนรู้จักโอเมก้า-3 จากเรื่องหัวใจ
แต่จริง ๆ DHA เป็นองค์ประกอบสำคัญของจอประสาทตา ด้วยครับ
แหล่งที่เด่นคือปลาทะเลที่มีไขมัน เช่น
แซลมอน
ซาร์ดีน
แมคเคอเรล
ทูน่าบางชนิด
ไม่ต้องกินทุกวันครับ
แค่มีปลาเข้ามาสลับกับเนื้อชนิดอื่นเป็นประจำ ก็ช่วยให้รูปแบบอาหารดีขึ้นแล้ว
3️⃣ Vitamin C, Vitamin E และ Zinc — ตัวช่วยในระบบป้องกันความเสียหายของเซลล์
จอประสาทตาเป็นเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงานสูง
และต้องรับแสงตลอดเวลา
จึงต้องพึ่งระบบต้านอนุมูลอิสระหลายชั้นครับ
Vitamin C หาได้จากฝรั่ง ส้ม กีวี พริกหวาน
Vitamin E อยู่ในถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมันพืชบางชนิด
ส่วน Zinc พบได้ในเนื้อสัตว์ อาหารทะเล ถั่ว และเมล็ดพืช
ตรงนี้เลยไม่ต้องวิ่งหาอาหารเสริมหลายกระปุกก่อนครับ
เริ่มจากทำให้จานอาหารหลากหลายก่อน
4️⃣ อย่าฝากความหวังไว้กับ “แครอท” อย่างเดียว
แครอทมี beta-carotene จริง
ซึ่งร่างกายเอาไปสร้างวิตามิน A ได้
แต่วิตามิน A ไม่ใช่สารอาหารตัวเดียวที่เกี่ยวกับสายตาครับ
จอประสาทตาต้องพึ่งทั้ง carotenoids
ไขมันดี
แร่ธาตุ
วิตามินหลายชนิด
และสารจากพืชอีกหลายกลุ่ม
เพราะฉะนั้นแทนที่จะถามว่า
“กินแครอทพอไหม?”
ลองถามว่า
“ทั้งสัปดาห์ เรากินอาหารกี่สีแล้ว?”
ยิ่งจานอาหารหลากหลาย
โอกาสได้สารอาหารที่ตาต้องใช้ก็ยิ่งครบขึ้นครับ
📌 แต่ถ้ากังวล “จอประสาทตาเสื่อม” เรื่องอาหารอย่างเดียวไม่พอครับ
ตรงนี้สำคัญมาก
โรคจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ หรือ AMD
มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง
อายุ
การสูบบุหรี่
พันธุกรรม
โรคหลอดเลือด
รวมถึงพฤติกรรมสุขภาพในระยะยาว
อาหารช่วยดูแลความเสี่ยงได้
แต่ถ้ามี AMD อยู่แล้ว การดูแลจะขึ้นกับระยะของโรคครับ
ในคนที่เป็น AMD บางระยะ
แพทย์อาจพิจารณาสูตรเสริมแบบ AREDS2
ซึ่งมี lutein, zeaxanthin, vitamin C,
vitamin E, zinc และ copper ในขนาดเฉพาะ
ตรงนี้ไม่ใช่วิตามินบำรุงตาที่ทุกคนต้องกิน
แต่เป็นสูตรที่ใช้ในคนบางกลุ่มตามการประเมินของจักษุแพทย์ครับ
💥 แล้วใครควรใส่ใจเรื่องตรวจตาเป็นพิเศษ?
ถ้าอายุเริ่มมากขึ้น
สูบบุหรี่
มีเบาหวาน
ความดันสูง
ไขมันสูง
หรือมีคนในครอบครัวเป็นจอประสาทตาเสื่อม
ผมอยากให้คิดมากกว่าแค่เรื่อง “กินอะไรดี”
เพราะบางความผิดปกติของจอประสาทตา
ช่วงแรกอาจยังไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่ามองไม่เห็นชัด ๆ ครับ
สิ่งที่ผมอยากให้จำจากเรื่องนี้มีอย่างเดียวเลย
อาหารที่ดีช่วยดูแลตาได้
แต่การรู้ความเสี่ยงของตัวเอง และตรวจตาให้ทัน สำคัญไม่แพ้กันครับ
วันนี้ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างก็ได้
ลองเปิดตู้เย็นดูครับ
ถ้ายังแทบไม่มี ผักใบเขียว ไข่ ปลา ถั่ว หรือผลไม้หลากสี
มื้อต่อไปเพิ่มสัก 1 อย่างก่อนก็พอครับ
ที่มา : หมอเจด