10 เดือนแล้ว จู่ๆก็ปลายปีเฉย ขอ recap 10 เดือนเลยแล้วกัน
จากต้นปี ก็จบจากการไปฝึกงานต่างจังหวัด มีทั้งดีและไม่ดีปนไปแต่สุดท้ายก็จบด้วยความประทับใจ ผ่านการสอบมากมาย สนามสอบที่ยิ่งใหญ่และสำคัญในการชี้ชะตาชีวิต อย่างน้อยคนที่ไม่เก่งแบบเรา ก็ผ่านมันมาได้ตามรอบปกติ ก็ดีใจจริงๆ มองย้อนไป ถ้าตอนเข้าเรียนใหม่ๆ หรือตอนเด็กกว่านั้น ก็นึกไม่ออกหรอกว่าวันนึงเราจะต้องเข้าสนามสอบเหล่านี้ สอบจริงผ่านจริง ต้นปีฝึกงานตจวกับอ่านหนังสือรอสอบ เข้าสานมสอบที่เรียกได้ว่าเป็นชะตาสำคัญในชีวิตเล็กๆของเรา ว่าชีวินเราก็เป็นหนึ่งในคนที่ผานมาได้ ทั้งที่ตลอดมาเทียบกับคนอื่นแล้วรู้สึกว่าตัวเล็กตัวน้อยมากและคิดว่าถ้าคนอื่นทำได้ไม่ได้แปลว่เราจะทำได้เลย พอเดือน 3 ก็เป็นช่วงพักผ่อนเล็กๆ มีความสุขดี มีเพื่อนมิตรภาพใมห่สั้นๆก็แฮปปี้ดี เดือนสี่ช่วงชีวิตโล่งๆ ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตจะชี้ให้เราไปทางไหน มีที่ไปแน่แต่ไม่รู้ไปไหน ก็ผ่านช่วงเวลาสำคัญนั้นมาได้ เป็นการเหวี่ยงชะตาที่เดาไม่ถูกกันเลยทีเดียวว่าจะมาตรงนี้
เข้าสู่เดือนห้า ย้ายไปยังที่ทำงานใหม่ ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เหนือความคาดหมายคือนึกไม่ออกเลยว่าสุดท้ายเรายะต้องมาอยู่กับชะตาเหงาๆแบบนี้อีกแล้ว เดือนห้าผ่านมาแบบยากลำบากนิดหน่อย เพราะเหงา และไม่คิดว่าจะเหงา เดือนหกเดือน7 ชะตาชีวิตต่อเนื่อง ชีวิตพลิกผันจากที่ต้นปีและปีที่แล้วยังครึกครื้นห่างไกลจากความเหงา ชีวิตกลับมาสู่สภาวะเดิมอีกครึ่งคือควาเมหงาที่เราไม่ได้สัมผัสมานาน แย่อยู่ ไม่ได้มีแค่เรื่องเหงานะ เป็นชีวิตจริงที่เราได้เผชิญกับสิ่งที่ตอนฝึกงานยังไม่เคยเอาชนะสิ่งนี้ได้ ก่อนมาทำงานก็ไหว้ขอพร ยังจำได้ว่าตอนนั้นขอพรมีดังนี้ ขอให้ได้มาที่ๆดีมีเพื่อนมีมิตรภาพ เพื่อนร่วมงานทั้งรุ่นเดียวกันและสตาฟขอให้ได้เป็นที่รักใคร่ มีกัลยาณมิตร ไม่เคยขอว่าให้ได้ไปสถานที่แห่งไหนเลย และขอให้ทำภารกิจๆนึงที่เป็นปมในใจว่าตอนฝึกงานยังไม่เคยทำได้ซึ่งเปภารากิจสำคัญมาก ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าสุดท้ายชีวิตก็เดินทางมาถึงจุดที่เรา ทำภารกิจนี้ได้แล้ว เป็นอีกเรื่องที่ไม่คิดว่าจะมาถึงในชีวิตจริงๆ ตอนนั้นขอพรให้ทำสิ่งนี้ได้ เดือนหกเจ็ดยังทำไม่ค่อยได้ พอปลายเดือนเจ็ดฟลุคๆทำได้ครั้งสองครั้ง แบบฟลุค พอเดือนแปดเดือนเก้า ทำได้มากขึ้น มีทั้งที่ยังทำไม่ได้และทำผืดพลาด แต่สุดท้ายเราก็พบว่าเราต้องให้โอกาสตัวเองเสมอ ถึงแม้จะผิดพลาดบ้าง แต่ถ้านับเป็นสถิติ ก็คือทำได้ และเป็นสิ่งที่ตอนก่อนมาทำงานยังทำไม่ได้ และขอพรสิ่งนี้มาตลอด ไม่รุ้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิกับการขอพรมีจริงมั้ย การขอพรนี้ถือว่าสมหวังตามคำขอมั้ย แต่ที่แน่ๆเรารู้ว่าวันนั้นที่เรารอคอยมีจริงและ practice makes perfect และ คำว่าให้โอกาสตัวเอง สำคัญจริงๆ ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องไม่คาดคิดคือการมาที่แห่งใหม่นี้จะเหงาขนาดนี้ แต่อย่างน้อย เรื่องนี้ที่ขอพรไว้(การเอาชนะภารกิจที่เป็นปมในใจมาตลอด)ก็เป็นจริงในัวนนึง ช้ากว่าใครไหมไม่รู้แต่ก็เป็นจริงจนได้ สี่เดือนถือว่าเป็นคุณภาพมากจริงและสำคัญมากจนรู้สึกว่าถูกต้องแล้วที่เรียนจบมาต้องมาทำงานแบบนี้ ถ้าเรียนจบแล้วไม่มาตรงนี้ สกิลจะหาจากแบบนี้ไม่ได้เลย สี่เดือนได้ขนาดนี้เราก็ดีใจกับตัวเองมากๆแล้วติดแค่เรื่องเดียวคือเรื่องเหงา ก่อนหน้านี้ได้ไปทำงานระยะสั้นอีกที่นึง ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะแย่กว่าที่เราาอยูตอนนี้ ปรากฏกลับดีกว่า กลายเป็นที่ที่เราไม่เหงาเฉย ได้เจอมิตรภาพใหม่ๆ ฝึกสกิลและทำผิดพลาดก็เกิดที่นั่นทั้งปวง เป็นสองเดือนที่ยิ่งใหญ่ แม้จะไม่ได้เล่าให้ใครฟังและคิดว่าคงไม่มีใครเข้าใจแต่เราก็รับรู้ได้ว่ามันยิ่งใหญสำหรับเราจริงๆ ตอนนี้เรากลับมาที่ทำงานประจำเดิมเราละ ก็กลับมาเผชิญสภาวะความเหงาแบบเดิมอีกครั้ง แก้ไมไ่ด้และไม่มีทางแก้ ได้แต่อดทนให้อย่างน้อยจบปีนี้ไป ได้ออกจากตรงนี้ก็อาจจะหายเหงามากขึ้น ถ้านึกอะไรที่อย่างแบ่งปันออกจะมาเขียนเพิ่มค่ะ เป็นไดอารี ให้ปีหน้าที่อะไรจะเกิดขึ้นอีกก็ไม่รู้ได้มาอ่าน
นอกจากเรื่องความเหงาที่อยากให้หายไปที่เราขอพรและรออยู่ อีกเรื่องที่รอคือ อยากเจอเนื้อคู่กับเขาบ้าง 5555 ภารกิจปมในใจสำเร็แล้ว แล้วเรื่องเนื้อคูเมื่อไหร่จะสำเร็จบ้าง555
สิ้นปีแล้ว รีแคปชีวิต 10 เดือนเลย
จากต้นปี ก็จบจากการไปฝึกงานต่างจังหวัด มีทั้งดีและไม่ดีปนไปแต่สุดท้ายก็จบด้วยความประทับใจ ผ่านการสอบมากมาย สนามสอบที่ยิ่งใหญ่และสำคัญในการชี้ชะตาชีวิต อย่างน้อยคนที่ไม่เก่งแบบเรา ก็ผ่านมันมาได้ตามรอบปกติ ก็ดีใจจริงๆ มองย้อนไป ถ้าตอนเข้าเรียนใหม่ๆ หรือตอนเด็กกว่านั้น ก็นึกไม่ออกหรอกว่าวันนึงเราจะต้องเข้าสนามสอบเหล่านี้ สอบจริงผ่านจริง ต้นปีฝึกงานตจวกับอ่านหนังสือรอสอบ เข้าสานมสอบที่เรียกได้ว่าเป็นชะตาสำคัญในชีวิตเล็กๆของเรา ว่าชีวินเราก็เป็นหนึ่งในคนที่ผานมาได้ ทั้งที่ตลอดมาเทียบกับคนอื่นแล้วรู้สึกว่าตัวเล็กตัวน้อยมากและคิดว่าถ้าคนอื่นทำได้ไม่ได้แปลว่เราจะทำได้เลย พอเดือน 3 ก็เป็นช่วงพักผ่อนเล็กๆ มีความสุขดี มีเพื่อนมิตรภาพใมห่สั้นๆก็แฮปปี้ดี เดือนสี่ช่วงชีวิตโล่งๆ ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตจะชี้ให้เราไปทางไหน มีที่ไปแน่แต่ไม่รู้ไปไหน ก็ผ่านช่วงเวลาสำคัญนั้นมาได้ เป็นการเหวี่ยงชะตาที่เดาไม่ถูกกันเลยทีเดียวว่าจะมาตรงนี้
เข้าสู่เดือนห้า ย้ายไปยังที่ทำงานใหม่ ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เหนือความคาดหมายคือนึกไม่ออกเลยว่าสุดท้ายเรายะต้องมาอยู่กับชะตาเหงาๆแบบนี้อีกแล้ว เดือนห้าผ่านมาแบบยากลำบากนิดหน่อย เพราะเหงา และไม่คิดว่าจะเหงา เดือนหกเดือน7 ชะตาชีวิตต่อเนื่อง ชีวิตพลิกผันจากที่ต้นปีและปีที่แล้วยังครึกครื้นห่างไกลจากความเหงา ชีวิตกลับมาสู่สภาวะเดิมอีกครึ่งคือควาเมหงาที่เราไม่ได้สัมผัสมานาน แย่อยู่ ไม่ได้มีแค่เรื่องเหงานะ เป็นชีวิตจริงที่เราได้เผชิญกับสิ่งที่ตอนฝึกงานยังไม่เคยเอาชนะสิ่งนี้ได้ ก่อนมาทำงานก็ไหว้ขอพร ยังจำได้ว่าตอนนั้นขอพรมีดังนี้ ขอให้ได้มาที่ๆดีมีเพื่อนมีมิตรภาพ เพื่อนร่วมงานทั้งรุ่นเดียวกันและสตาฟขอให้ได้เป็นที่รักใคร่ มีกัลยาณมิตร ไม่เคยขอว่าให้ได้ไปสถานที่แห่งไหนเลย และขอให้ทำภารกิจๆนึงที่เป็นปมในใจว่าตอนฝึกงานยังไม่เคยทำได้ซึ่งเปภารากิจสำคัญมาก ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าสุดท้ายชีวิตก็เดินทางมาถึงจุดที่เรา ทำภารกิจนี้ได้แล้ว เป็นอีกเรื่องที่ไม่คิดว่าจะมาถึงในชีวิตจริงๆ ตอนนั้นขอพรให้ทำสิ่งนี้ได้ เดือนหกเจ็ดยังทำไม่ค่อยได้ พอปลายเดือนเจ็ดฟลุคๆทำได้ครั้งสองครั้ง แบบฟลุค พอเดือนแปดเดือนเก้า ทำได้มากขึ้น มีทั้งที่ยังทำไม่ได้และทำผืดพลาด แต่สุดท้ายเราก็พบว่าเราต้องให้โอกาสตัวเองเสมอ ถึงแม้จะผิดพลาดบ้าง แต่ถ้านับเป็นสถิติ ก็คือทำได้ และเป็นสิ่งที่ตอนก่อนมาทำงานยังทำไม่ได้ และขอพรสิ่งนี้มาตลอด ไม่รุ้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิกับการขอพรมีจริงมั้ย การขอพรนี้ถือว่าสมหวังตามคำขอมั้ย แต่ที่แน่ๆเรารู้ว่าวันนั้นที่เรารอคอยมีจริงและ practice makes perfect และ คำว่าให้โอกาสตัวเอง สำคัญจริงๆ ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องไม่คาดคิดคือการมาที่แห่งใหม่นี้จะเหงาขนาดนี้ แต่อย่างน้อย เรื่องนี้ที่ขอพรไว้(การเอาชนะภารกิจที่เป็นปมในใจมาตลอด)ก็เป็นจริงในัวนนึง ช้ากว่าใครไหมไม่รู้แต่ก็เป็นจริงจนได้ สี่เดือนถือว่าเป็นคุณภาพมากจริงและสำคัญมากจนรู้สึกว่าถูกต้องแล้วที่เรียนจบมาต้องมาทำงานแบบนี้ ถ้าเรียนจบแล้วไม่มาตรงนี้ สกิลจะหาจากแบบนี้ไม่ได้เลย สี่เดือนได้ขนาดนี้เราก็ดีใจกับตัวเองมากๆแล้วติดแค่เรื่องเดียวคือเรื่องเหงา ก่อนหน้านี้ได้ไปทำงานระยะสั้นอีกที่นึง ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะแย่กว่าที่เราาอยูตอนนี้ ปรากฏกลับดีกว่า กลายเป็นที่ที่เราไม่เหงาเฉย ได้เจอมิตรภาพใหม่ๆ ฝึกสกิลและทำผิดพลาดก็เกิดที่นั่นทั้งปวง เป็นสองเดือนที่ยิ่งใหญ่ แม้จะไม่ได้เล่าให้ใครฟังและคิดว่าคงไม่มีใครเข้าใจแต่เราก็รับรู้ได้ว่ามันยิ่งใหญสำหรับเราจริงๆ ตอนนี้เรากลับมาที่ทำงานประจำเดิมเราละ ก็กลับมาเผชิญสภาวะความเหงาแบบเดิมอีกครั้ง แก้ไมไ่ด้และไม่มีทางแก้ ได้แต่อดทนให้อย่างน้อยจบปีนี้ไป ได้ออกจากตรงนี้ก็อาจจะหายเหงามากขึ้น ถ้านึกอะไรที่อย่างแบ่งปันออกจะมาเขียนเพิ่มค่ะ เป็นไดอารี ให้ปีหน้าที่อะไรจะเกิดขึ้นอีกก็ไม่รู้ได้มาอ่าน
นอกจากเรื่องความเหงาที่อยากให้หายไปที่เราขอพรและรออยู่ อีกเรื่องที่รอคือ อยากเจอเนื้อคู่กับเขาบ้าง 5555 ภารกิจปมในใจสำเร็แล้ว แล้วเรื่องเนื้อคูเมื่อไหร่จะสำเร็จบ้าง555