
✨"หยางเหมย" ผลไม้ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน ผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน
🍒 ในวัยเด็กเราชอบมาก เพราะมีการใช้หยางเหมยกระป๋องมาไหว้ในทุกวันตรุษสารทเป็นประจำทุกปี จนเราเติบใหญ่
#หยางเหมย
(Yangmei) เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน
🇨🇳
เป็นที่รู้จักกันในชื่ออื่น ๆ เช่น เบย์เบอร์รีจีน (Chinese Bayberry), เบย์เบอร์รีแดง (Red Bayberry), ยัมเบอร์รี (Yumberry), หรือ แวกซ์เบอร์รี (Waxberry) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Myrica rubra
🍒หยางเหมยเป็นไม้ยืนต้นในเขตอบอุ่นกึ่งร้อน
🍒ผลเป็นผลเดี่ยว มีรูปร่างกลม
🍒เส้นผ่านศูนย์กลางโดยทั่วไปประมาณ 1.5–2.5 เซนติเมตร
🍒ผิวเปลือกมีลักษณะเป็น ปุ่มปมขรุขระ ทั่วผล
🍒ผลสุกมีสีแดงเข้ม สีเลือดหมู หรือสีม่วงดำ (อาจพบสีขาวได้ในบางพันธุ์)
🍒เนื้อนุ่ม ฉ่ำน้ำ และมีเมล็ดเดี่ยวอยู่ตรงกลาง
🍒มีรสชาติ หวานอมเปรี้ยว และมีกลิ่นหอม
หยางเหมยสามารถรับประทานได้หลากหลายรูปแบบ
🍒ผลสด เป็นที่นิยมรับประทานในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว (โดยทั่วไปคือช่วงต้นฤดูร้อน)
🍒นำไปคั้นเป็นน้ำผลไม้ ทำผลไม้แห้ง บรรจุกระป๋อง หรือนำไปหมักเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เช่น แช่ในเหล้าไป๋จิ่วของจีน)
ในด้านคุณค่าทางโภชนาการ หยางเหมยถือเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และมีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วย
🍒สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)
วิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซี, วิตามินเอ, และวิตามินอี
🍒แร่ธาตุ เช่น ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, และโพแทสเซียม
ไฟเบอร์ (เส้นใย)
มีการกล่าวถึงสรรพคุณในการแพทย์แผนจีน โดยเชื่อว่ามีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพต่าง ๆ เช่น บำรุงผิวพรรณ, ช่วยในระบบขับถ่าย, และป้องกันโรคบางชนิด
The Earthv.2
✨"หยางเหมย" ผลไม้ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน ผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน 🍒
🍒 ในวัยเด็กเราชอบมาก เพราะมีการใช้หยางเหมยกระป๋องมาไหว้ในทุกวันตรุษสารทเป็นประจำทุกปี จนเราเติบใหญ่
#หยางเหมย
(Yangmei) เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน
🇨🇳
เป็นที่รู้จักกันในชื่ออื่น ๆ เช่น เบย์เบอร์รีจีน (Chinese Bayberry), เบย์เบอร์รีแดง (Red Bayberry), ยัมเบอร์รี (Yumberry), หรือ แวกซ์เบอร์รี (Waxberry) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Myrica rubra
🍒หยางเหมยเป็นไม้ยืนต้นในเขตอบอุ่นกึ่งร้อน
🍒ผลเป็นผลเดี่ยว มีรูปร่างกลม
🍒เส้นผ่านศูนย์กลางโดยทั่วไปประมาณ 1.5–2.5 เซนติเมตร
🍒ผิวเปลือกมีลักษณะเป็น ปุ่มปมขรุขระ ทั่วผล
🍒ผลสุกมีสีแดงเข้ม สีเลือดหมู หรือสีม่วงดำ (อาจพบสีขาวได้ในบางพันธุ์)
🍒เนื้อนุ่ม ฉ่ำน้ำ และมีเมล็ดเดี่ยวอยู่ตรงกลาง
🍒มีรสชาติ หวานอมเปรี้ยว และมีกลิ่นหอม
หยางเหมยสามารถรับประทานได้หลากหลายรูปแบบ
🍒ผลสด เป็นที่นิยมรับประทานในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว (โดยทั่วไปคือช่วงต้นฤดูร้อน)
🍒นำไปคั้นเป็นน้ำผลไม้ ทำผลไม้แห้ง บรรจุกระป๋อง หรือนำไปหมักเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เช่น แช่ในเหล้าไป๋จิ่วของจีน)
ในด้านคุณค่าทางโภชนาการ หยางเหมยถือเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และมีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วย
🍒สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)
วิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซี, วิตามินเอ, และวิตามินอี
🍒แร่ธาตุ เช่น ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, และโพแทสเซียม
ไฟเบอร์ (เส้นใย)
มีการกล่าวถึงสรรพคุณในการแพทย์แผนจีน โดยเชื่อว่ามีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพต่าง ๆ เช่น บำรุงผิวพรรณ, ช่วยในระบบขับถ่าย, และป้องกันโรคบางชนิด
The Earthv.2