พออายุเพิ่มขึ้น สิ่งหนึ่งที่ค่อย ๆ
เปลี่ยนโดยเราไม่ค่อยรู้ตัวคือ จอประสาทตาครับ
ช่วงแรกอาจยังมองเห็นปกติ
อ่านมือถือได้
ขับรถได้
ดูหน้าลูกหลานก็ยังชัด
แต่เซลล์บริเวณจุดรับภาพชัด หรือ Macula
ต้องเจอกับทั้งแสง การใช้งาน และความเครียดจากอนุมูลอิสระมาตลอดชีวิต
เพราะฉะนั้นเรื่องอาหารไม่ใช่กินวันนี้แล้วพรุ่งนี้ตาดีขึ้นนะครับ
แต่มันคือการค่อย ๆ เติมวัตถุดิบที่ดวงตาต้องใช้ไปเรื่อย ๆ
ผมอยากให้จำ 7 กลุ่มนี้ไว้ครับ
1️⃣
ลูทีน + ซีแซนทีน (Lutein + Zeaxanthin)
สองตัวนี้ผมให้ขึ้นมาก่อนเลย ถ้าพูดเรื่องจอประสาทตา
เพราะมันสะสมอยู่บริเวณ Macula หรือจุดรับภาพชัด โดยตรง
ทำหน้าที่คล้ายแผ่นกรองแสง และช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ
พออายุเยอะขึ้น สิ่งที่เราอยากรักษาไว้มาก ๆ ก็คือบริเวณนี้ครับ
เพราะมันเกี่ยวกับการอ่านหนังสือ
มองรายละเอียด
ขับรถ
รวมถึงการมองหน้าคนให้ชัด
หาได้จาก
คะน้า
ผักโขม
ผักบุ้ง
บรอกโคลี
ข้าวโพด
ไข่แดง
ใครไม่ชอบกินผักมาก ผมว่าไข่กับผักเขียวสักมื้อในแต่ละวันก็เป็นจุดเริ่มที่ง่ายครับ
2️⃣
วิตามิน A + เบต้าแคโรทีน
อันนี้เกี่ยวกับ “การมองเห็น” แบบตรง ๆ เลยครับ
วิตามิน A เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับแสงในจอประสาทตา
ถ้าขาดมากจริง ๆ คนเราสามารถเริ่มมองในที่มืดแย่ลงได้
ส่วน Beta-carotene เป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายนำไปสร้างวิตามิน A ได้
เจอเยอะในอาหารสีเหลือง สีส้ม และผักใบเขียว เช่น
ฟักทอง
แครอต
มันหวานสีส้ม
ตำลึง
ผักบุ้ง
คะน้า
แต่ไม่ต้องไปกินแครอตเป็นกิโลนะครับ
อาหารเรื่องตา ผมชอบคำว่า “หลากหลาย” มากกว่า “เยอะที่สุด”
เพราะสารอาหารแต่ละตัวช่วยกันคนละด้าน
3️⃣
โอเมก้า-3 โดยเฉพาะ DHA
DHA ไม่ได้มีไว้พูดเรื่องสมองอย่างเดียวครับ
จอประสาทตาของเรามี DHA เป็นองค์ประกอบสำคัญอยู่เหมือนกัน
โดยเฉพาะบริเวณเซลล์รับแสง
แปลแบบชาวบ้านคือ
เซลล์ตาก็ต้องใช้ไขมันดีเป็นวัตถุดิบ
หาได้จาก
ปลาทู
ปลาซาร์ดีน
ปลาแมคเคอเรล
ปลาแซลมอน
ปลาทะเลมันต่าง ๆ
ถ้าสัปดาห์หนึ่งแทบไม่มีปลาเลย ผมว่าเริ่มจากตรงนี้ง่ายสุดครับ
ไม่ต้องกินทุกวัน
ให้มีปลาเข้ามาประมาณสัปดาห์ละ 2 มื้อก็เป็นนิสัยที่ดีแล้ว
แถมหัวใจกับไขมันในเลือดก็ได้ประโยชน์ไปด้วย
4️⃣
วิตามิน C
ดวงตาเจอแสงตลอดครับ
ยิ่งใช้จอเยอะ อยู่กลางแจ้งเยอะ ร่างกายก็ต้องมีระบบรับมือกับ oxidative stress หรือความเครียดจากอนุมูลอิสระ
วิตามิน C เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายใช้ครับ
แล้วของบ้านเราหาง่ายมาก
ฝรั่ง
ส้ม
มะละกอ
กีวี
พริกหวาน
บรอกโคลี
จริง ๆ “ฝรั่ง” นี่ผมอยากให้จำไว้เลยครับ
ราคาไม่แรง
หาง่าย
วิตามิน C สูง
ถ้าปกติบ่าย ๆ กินขนมหวาน ลองสลับเป็นฝรั่งบางวัน ได้ทั้งไฟเบอร์และวิตามินไปพร้อมกันครับ
5️⃣
วิตามิน E
วิตามิน E เด่นเรื่องช่วยปกป้องส่วนที่เป็นไขมันของเซลล์จากการถูกออกซิไดซ์ครับ
แล้วจอประสาทตาเองก็เป็นเนื้อเยื่อที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบเยอะ
เพราะฉะนั้นตัวนี้จึงเป็นอีกชิ้นหนึ่งของภาพรวมการดูแลตา
หาได้จาก
อัลมอนด์
ถั่วลิสง
เมล็ดทานตะวัน
งา
อะโวคาโด
น้ำมันพืชบางชนิด
ข้อนี้มีอย่างเดียวที่อยากเตือน
ถั่วดีครับ
แต่พลังงานสูง
หนึ่งกำมือกับนั่งกินเพลิน ๆ ครึ่งถุงนี่คนละเรื่องเลย
กินให้ได้ประโยชน์ ไม่ต้องกินจนพุงมารับช่วงต่อครับ
6️⃣
Zinc หรือสังกะสี
ตัวนี้หลายคนไม่ค่อยนึกถึงเวลาพูดเรื่องตา
แต่ Zinc มีบทบาทกับการทำงานของจอประสาทตา และยังเกี่ยวข้องกับการใช้วิตามิน A ในร่างกายด้วยครับ
อาหารที่มี Zinc เช่น
หอยนางรม
อาหารทะเล
เนื้อสัตว์
ไข่
ถั่ว
เมล็ดพืช
ใครเคยได้ยินสูตร AREDS2 สำหรับผู้ที่มีจอประสาทตาเสื่อมตามวัยบางระยะ จะเห็น Zinc อยู่ในสูตรด้วย
แต่ไม่ได้หมายความว่าอายุเยอะแล้วต้องซื้อ Zinc มากินทุกคนนะครับ
ถ้ายังไม่มีข้อบ่งชี้
เอาจากอาหารก่อนดีที่สุด
7️⃣
Astaxanthin + CoQ10
สองตัวนี้ผมมองว่าเป็น “กลุ่มเสริมที่น่าสนใจ” ครับ
Astaxanthin เป็นสารสีแดงส้มในกลุ่ม carotenoid
มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และมีข้อมูลเรื่องความล้าของตาและการปกป้องเซลล์ที่น่าสนใจ
พบได้ใน
ปลาแซลมอน
กุ้ง
ปู
คริลล์
ส่วน CoQ10 เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานในไมโทคอนเดรีย ซึ่งเปรียบเหมือนโรงไฟฟ้าของเซลล์
และจอประสาทตาเป็นเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงานสูงมากครับ
พบได้ใน
ปลา
เนื้อสัตว์
เครื่องใน
ถั่วและเมล็ดพืชบางชนิด
สองตัวนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจจริง
แต่ผมยังไม่อยากให้คิดว่า “กินแล้วกันจอประสาทตาเสื่อมได้”
ตอนนี้ให้มองเป็น ตัวช่วยเสริมในภาพรวม มากกว่า
ตัวหลักยังคงเป็นการกินอาหารหลากหลาย คุมโรคประจำตัว และไม่สูบบุหรี่ครับ
✅ ถ้าอยากกินให้ตาได้ของครบ ไม่ต้องจัดเมนูซับซ้อน
• ผักใบเขียวให้มีบ่อย ๆ
• สลับผักสีส้ม–เหลืองเข้ามา
• มีปลาประมาณสัปดาห์ละ 2 มื้อ
• ถั่วและเมล็ดพืชกินพอประมาณ
• ผลไม้สลับหลายสี
• คุมน้ำตาล ความดัน ไขมัน และงดบุหรี่ เพราะหลอดเลือดเล็ก ๆ ที่ไปเลี้ยงตาก็สำคัญมากครับ
✨ ถ้าถามว่าอาหารอะไร “บำรุงตา”
ผมไม่อยากให้ตอบว่าแครอตอย่างเดียวอีกแล้วครับ
เพราะดวงตาใช้สารอาหารหลายตัวมาก
Lutein ช่วยที่จุดรับภาพชัด
DHA เป็นวัตถุดิบของเซลล์รับแสง
วิตามิน C–E ช่วยเรื่องอนุมูลอิสระ
Zinc ช่วยการทำงานของจอประสาทตา
ส่วน Astaxanthin กับ CoQ10 ก็เป็นกลุ่มที่มีข้อมูลน่าสนใจและใช้เป็นตัวเสริมได้ตามความเหมาะสม
ถ้าช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่าอ่านหนังสือต้องเพิ่มแสง มองกลางคืนไม่เหมือนเดิม เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือมีจุดดำกลางภาพ อย่าเพิ่งคิดว่า “ก็อายุมากขึ้นแล้ว”
อาการบางอย่างควรให้จักษุแพทย์ตรวจครับ
เรื่องตา ผมว่ารู้เร็วคุ้มกว่ารอให้มองไม่ชัดแล้วค่อยเริ่มดูแลเยอะเลยครับ
ที่มา : หมอเจด
🥗 7 อาหารช่วยดูแลจอประสาทตา! กินอะไรลดเสี่ยงเสื่อมตามวัย
เปลี่ยนโดยเราไม่ค่อยรู้ตัวคือ จอประสาทตาครับ
ช่วงแรกอาจยังมองเห็นปกติ
อ่านมือถือได้
ขับรถได้
ดูหน้าลูกหลานก็ยังชัด
แต่เซลล์บริเวณจุดรับภาพชัด หรือ Macula
ต้องเจอกับทั้งแสง การใช้งาน และความเครียดจากอนุมูลอิสระมาตลอดชีวิต
เพราะฉะนั้นเรื่องอาหารไม่ใช่กินวันนี้แล้วพรุ่งนี้ตาดีขึ้นนะครับ
แต่มันคือการค่อย ๆ เติมวัตถุดิบที่ดวงตาต้องใช้ไปเรื่อย ๆ
ผมอยากให้จำ 7 กลุ่มนี้ไว้ครับ
1️⃣ ลูทีน + ซีแซนทีน (Lutein + Zeaxanthin)
สองตัวนี้ผมให้ขึ้นมาก่อนเลย ถ้าพูดเรื่องจอประสาทตา
เพราะมันสะสมอยู่บริเวณ Macula หรือจุดรับภาพชัด โดยตรง
ทำหน้าที่คล้ายแผ่นกรองแสง และช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ
พออายุเยอะขึ้น สิ่งที่เราอยากรักษาไว้มาก ๆ ก็คือบริเวณนี้ครับ
เพราะมันเกี่ยวกับการอ่านหนังสือ
มองรายละเอียด
ขับรถ
รวมถึงการมองหน้าคนให้ชัด
หาได้จาก
คะน้า
ผักโขม
ผักบุ้ง
บรอกโคลี
ข้าวโพด
ไข่แดง
ใครไม่ชอบกินผักมาก ผมว่าไข่กับผักเขียวสักมื้อในแต่ละวันก็เป็นจุดเริ่มที่ง่ายครับ
2️⃣ วิตามิน A + เบต้าแคโรทีน
อันนี้เกี่ยวกับ “การมองเห็น” แบบตรง ๆ เลยครับ
วิตามิน A เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับแสงในจอประสาทตา
ถ้าขาดมากจริง ๆ คนเราสามารถเริ่มมองในที่มืดแย่ลงได้
ส่วน Beta-carotene เป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายนำไปสร้างวิตามิน A ได้
เจอเยอะในอาหารสีเหลือง สีส้ม และผักใบเขียว เช่น
ฟักทอง
แครอต
มันหวานสีส้ม
ตำลึง
ผักบุ้ง
คะน้า
แต่ไม่ต้องไปกินแครอตเป็นกิโลนะครับ
อาหารเรื่องตา ผมชอบคำว่า “หลากหลาย” มากกว่า “เยอะที่สุด”
เพราะสารอาหารแต่ละตัวช่วยกันคนละด้าน
3️⃣ โอเมก้า-3 โดยเฉพาะ DHA
DHA ไม่ได้มีไว้พูดเรื่องสมองอย่างเดียวครับ
จอประสาทตาของเรามี DHA เป็นองค์ประกอบสำคัญอยู่เหมือนกัน
โดยเฉพาะบริเวณเซลล์รับแสง
แปลแบบชาวบ้านคือ
เซลล์ตาก็ต้องใช้ไขมันดีเป็นวัตถุดิบ
หาได้จาก
ปลาทู
ปลาซาร์ดีน
ปลาแมคเคอเรล
ปลาแซลมอน
ปลาทะเลมันต่าง ๆ
ถ้าสัปดาห์หนึ่งแทบไม่มีปลาเลย ผมว่าเริ่มจากตรงนี้ง่ายสุดครับ
ไม่ต้องกินทุกวัน
ให้มีปลาเข้ามาประมาณสัปดาห์ละ 2 มื้อก็เป็นนิสัยที่ดีแล้ว
แถมหัวใจกับไขมันในเลือดก็ได้ประโยชน์ไปด้วย
4️⃣ วิตามิน C
ดวงตาเจอแสงตลอดครับ
ยิ่งใช้จอเยอะ อยู่กลางแจ้งเยอะ ร่างกายก็ต้องมีระบบรับมือกับ oxidative stress หรือความเครียดจากอนุมูลอิสระ
วิตามิน C เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายใช้ครับ
แล้วของบ้านเราหาง่ายมาก
ฝรั่ง
ส้ม
มะละกอ
กีวี
พริกหวาน
บรอกโคลี
จริง ๆ “ฝรั่ง” นี่ผมอยากให้จำไว้เลยครับ
ราคาไม่แรง
หาง่าย
วิตามิน C สูง
ถ้าปกติบ่าย ๆ กินขนมหวาน ลองสลับเป็นฝรั่งบางวัน ได้ทั้งไฟเบอร์และวิตามินไปพร้อมกันครับ
5️⃣ วิตามิน E
วิตามิน E เด่นเรื่องช่วยปกป้องส่วนที่เป็นไขมันของเซลล์จากการถูกออกซิไดซ์ครับ
แล้วจอประสาทตาเองก็เป็นเนื้อเยื่อที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบเยอะ
เพราะฉะนั้นตัวนี้จึงเป็นอีกชิ้นหนึ่งของภาพรวมการดูแลตา
หาได้จาก
อัลมอนด์
ถั่วลิสง
เมล็ดทานตะวัน
งา
อะโวคาโด
น้ำมันพืชบางชนิด
ข้อนี้มีอย่างเดียวที่อยากเตือน
ถั่วดีครับ
แต่พลังงานสูง
หนึ่งกำมือกับนั่งกินเพลิน ๆ ครึ่งถุงนี่คนละเรื่องเลย
กินให้ได้ประโยชน์ ไม่ต้องกินจนพุงมารับช่วงต่อครับ
6️⃣ Zinc หรือสังกะสี
ตัวนี้หลายคนไม่ค่อยนึกถึงเวลาพูดเรื่องตา
แต่ Zinc มีบทบาทกับการทำงานของจอประสาทตา และยังเกี่ยวข้องกับการใช้วิตามิน A ในร่างกายด้วยครับ
อาหารที่มี Zinc เช่น
หอยนางรม
อาหารทะเล
เนื้อสัตว์
ไข่
ถั่ว
เมล็ดพืช
ใครเคยได้ยินสูตร AREDS2 สำหรับผู้ที่มีจอประสาทตาเสื่อมตามวัยบางระยะ จะเห็น Zinc อยู่ในสูตรด้วย
แต่ไม่ได้หมายความว่าอายุเยอะแล้วต้องซื้อ Zinc มากินทุกคนนะครับ
ถ้ายังไม่มีข้อบ่งชี้
เอาจากอาหารก่อนดีที่สุด
7️⃣ Astaxanthin + CoQ10
สองตัวนี้ผมมองว่าเป็น “กลุ่มเสริมที่น่าสนใจ” ครับ
Astaxanthin เป็นสารสีแดงส้มในกลุ่ม carotenoid
มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และมีข้อมูลเรื่องความล้าของตาและการปกป้องเซลล์ที่น่าสนใจ
พบได้ใน
ปลาแซลมอน
กุ้ง
ปู
คริลล์
ส่วน CoQ10 เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานในไมโทคอนเดรีย ซึ่งเปรียบเหมือนโรงไฟฟ้าของเซลล์
และจอประสาทตาเป็นเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงานสูงมากครับ
พบได้ใน
ปลา
เนื้อสัตว์
เครื่องใน
ถั่วและเมล็ดพืชบางชนิด
สองตัวนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจจริง
แต่ผมยังไม่อยากให้คิดว่า “กินแล้วกันจอประสาทตาเสื่อมได้”
ตอนนี้ให้มองเป็น ตัวช่วยเสริมในภาพรวม มากกว่า
ตัวหลักยังคงเป็นการกินอาหารหลากหลาย คุมโรคประจำตัว และไม่สูบบุหรี่ครับ
✅ ถ้าอยากกินให้ตาได้ของครบ ไม่ต้องจัดเมนูซับซ้อน
• ผักใบเขียวให้มีบ่อย ๆ
• สลับผักสีส้ม–เหลืองเข้ามา
• มีปลาประมาณสัปดาห์ละ 2 มื้อ
• ถั่วและเมล็ดพืชกินพอประมาณ
• ผลไม้สลับหลายสี
• คุมน้ำตาล ความดัน ไขมัน และงดบุหรี่ เพราะหลอดเลือดเล็ก ๆ ที่ไปเลี้ยงตาก็สำคัญมากครับ
✨ ถ้าถามว่าอาหารอะไร “บำรุงตา”
ผมไม่อยากให้ตอบว่าแครอตอย่างเดียวอีกแล้วครับ
เพราะดวงตาใช้สารอาหารหลายตัวมาก
Lutein ช่วยที่จุดรับภาพชัด
DHA เป็นวัตถุดิบของเซลล์รับแสง
วิตามิน C–E ช่วยเรื่องอนุมูลอิสระ
Zinc ช่วยการทำงานของจอประสาทตา
ส่วน Astaxanthin กับ CoQ10 ก็เป็นกลุ่มที่มีข้อมูลน่าสนใจและใช้เป็นตัวเสริมได้ตามความเหมาะสม
ถ้าช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่าอ่านหนังสือต้องเพิ่มแสง มองกลางคืนไม่เหมือนเดิม เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือมีจุดดำกลางภาพ อย่าเพิ่งคิดว่า “ก็อายุมากขึ้นแล้ว”
อาการบางอย่างควรให้จักษุแพทย์ตรวจครับ
เรื่องตา ผมว่ารู้เร็วคุ้มกว่ารอให้มองไม่ชัดแล้วค่อยเริ่มดูแลเยอะเลยครับ
ที่มา : หมอเจด