ประหยัดจนเกือบไม่ได้ใช้ชีวิต หรือ ใช้ชีวิตเต็มที่แต่ไม่มีเงินเก็บ แบบไหนเสี่ยงกว่ากันในวัย 30

สวัสดีครับพี่ๆ เพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน

ช่วงนี้เข้าสู่วัย 30 มาได้สักพัก เริ่มเห็นเพื่อนๆ และคนรอบตัวมีแนวทางการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนมาก จนทำให้กลับมานั่งคิดกับตัวเอง และอยากชวนทุกคนมาแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ

ตอนนี้ผมเห็นคนสองกลุ่มหลักๆ ในวัยเดียวกัน

ประหยัดทุกบาททุกสตางค์ แทบไม่เที่ยว ไม่กินของแพง ไม่ซื้อของที่อยากได้ มุ่งมั่นออมเงินและลงทุนเพื่ออนาคตอย่างเดียว แต่บางครั้งก็แอบถอนหายใจว่าใช้ชีวิตเครียดเกินไปไหม มองไปข้างหลังเหมือนไม่ได้สร้างความทรงจำอะไรไว้เลยในช่วงวัยรุ่นตอนปลายถึงต้น 30

Work hard, Play harder อยากกินอะไรได้กิน อยากเที่ยวไหนได้เที่ยว คอนเซปต์ "ชีวิตมีใช้แค่ครั้งเดียว" แต่มองเงินในบัญชีแล้วเหนื่อยใจ เงินออมน้อยมาก หรือบางคนเจอปัญหาหมุนเงินไม่ทันถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา

พอมองในวัย 30+ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เริ่มมีความเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพของตัวเอง สุขภาพของพ่อแม่ ความมั่นคงในงาน หรือภาระการเงินในอนาคต

เลยอยากถามความเห็นของทุกคนครับว่า
ในมุมมองของคุณ "ประหยัดเกินไปจนไม่ได้ใช้ชีวิต" กับ "ใช้ชีวิตเต็มที่แต่ไม่มีเงินเก็บ" แบบไหนมีความเสี่ยงและน่ากลัวกว่ากันในระยะยาว?

แล้วตอนนี้ทุกคนจัดการความสมดุล (Balance) ระหว่าง "การออมเพื่ออนาคต" กับ "การซื้อความสุขให้ตัวเองในปัจจุบัน" กันยังไงบ้างครับ? แบ่งสัดส่วนเงินยังไง หรือมีหลักคิดในการปลดล็อกความรู้สึกผิดเวลาใช้เงินซื้อความสุขอย่างไรบ้าง?

มาร่วมแชร์ประสบการณ์และมุมมองกันได้นะครับ อยากฟังความคิดเห็นจากหลายๆ ช่วงวัยครับ ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่