สวัสดีสมาชิกที่เข้ามาอ่านทุกท่านนะคะ พอดีเรามีเรื่องอยากเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นๆดู เรื่องของเราอาจจะยาวไปหน่อย เเต่ก็จะอยากเล่าถึงความเป็นมาให้เข้าใจเหตุผล อาจทำให้รู้สึกไม่ดีต้องขอโทษด้วยค่ะ 🙏🙏🙏
เราเติบโตมาในสิ่งเเวดล้อมค่อนข้างเเย่ พ่อกับเเม่พาเรามาทิ้งไว้กับปู่-ย่า ตั้งเเต่เกิด เเล้วไปทำงานกรุงเทพค่ะเเม่จะคอยส่งเงินมาให้ทุกเดือน เเละเท่าที่จำความได้เลยคือถูกเลี้ยงเเบบทิ้งๆขว้างตามเวรตามกรรม ทุบตีหากงอเเง เพราะไม่ใช่หลานที่เขารักไม่เคยได้รับสิ่งดีๆส่วนใหญ่จะได้ของเหลือจากหลานชายที่เกิดจากลูกสาวคนโต เเละมักถูกพี่ ป้า น้า อา ล้อเสมอว่าลูกไม่มีพ่อ เเม่ บางที่ก็เรียกอีลาว(แม่เราเป็นคนอีสาน) อยู่เเบบนั้นมาได้8ขวบเเม่เรามีน้องเลยกลับมาอยู่บ้านนอกกับเราค่ะ อาศัยทำงานโรงงานกะกลางคืนเพราะกลางวันก็เลี้ยงลูก ตอนไปทำงานจะเป็นเราก็ช่วยเเม่ดูเเลน้อง ย่าก็มาช่วยบ้าง ส่วนพ่อก็ทำงานกรุงเทพเเต่ไม่ค่อยส่งเงินมาให้เลย สุดท้ายพ่อก็ไปเเอบมีเมียใหม่ ตอนที่เเม่จับได้ก็ทะเลาะลงไม้ลงมือกันต่อหน้าลูกๆ เเม่เราเลี้ยงลูกคนเดียวในบ้านของย่ามาจนถึงเราอายุ14แม่ก็เเต่งงานใหม่ย้ายออกจากบ้านย่าไปเช่าบ้านหลังใกล้ๆตอนนั้นเเม่เอาน้องไปส่วนเราเเม่ขอให้อยู่กับพ่อค่ะ เพราะเราเป็นลูกสาวเเละเเม่ก็หวังว่าพ่อจะรับผิดชอบชีวิตเราได้บ้างระหว่างที่อยู่กับพ่อ เเกก็ส่งเงินมาให้บ้างไม่ส่งบ้างส่งที่ ก็ 300 ซึ่งคนที่ทำงานกับพ่อบอกว่าเเกหาได้เท่าไหร่เมียใหม่ก็เก็บหมด ส่งไปให้ลูกเมียใหม่หมดเลย เราเลยต้องไปขอเเม่บ้างไปรับจ้างขายผลไม้ดูเเลตัวเองบ้าง พอจบม.3จะต่อปวช.เราได้โควต้าเรียนอาชีวะเเต่ไปวางเงินรายงานตัวไม่ทันเพราะพ่อไม่ส่งเงินมาให้ คุณครูเลยขอทุนจากโรงเรียนเอกชนให้เเทน เรายอมรับว่าในช่วงที่เคว้งคว้างอยู่ก็ติดเพื่อนมีเเฟนค่ะ ที่นี้ทุนเรียนที่เราได้เป็นทุนค่าเทอม50% อีก50% เราสามารถผ่อนจ่ายได้ เเต่พ่อเราก็ไม่ยอมส่งมาจ่าย พอโทรไปบอกก็ไล่ว่า "ทำไมไปขอผัว ไปเลยไปอยู่กับผัวนู่น" เราก็ไปตามที่ไล่ค่ะ เราท้องตอนขึ้นปี2 ตอนเเรกคิดจะเอาออกเเต่เเฟนเราตอนนั้นเรียนจบปวส.เเล้วกำลังจะได้ทำงาน เขาไม่ให้เอาออกบอกว่าลูกคนเดียวเขาเลี้ยงได้ ตอนเราคลอดก็ไม่มีญาติคนไหนเคยมาเยี่ยม พ่อก็ไม่เคยนะคะ โทรมาบ้างเเต่น้อยครั้ง มีเเค่เเม่กับพ่อเลี้ยงเท่านั้นที่คอยเเวะมาอุ้มหลาน
ระหว่างพอลูกได้7เดือนเราก็ได้ทำงานด้วย เรียนเสาร์-อาทิตย์ไปด้วย ระว่างที่เราทำงานหาเลี้ยงลูกญาติๆก็ชอบโทรมาขอยืมเงินบ่อยๆเเต่เราไม่เคยให้ เเละไม่เคยพาลูกไปเที่ยวหาญาติๆเลยพากันเอาไปพูดให้ชาวบ้านฟังว่าเราไม่เอาญาติ ชาวบ้านต่างพากันประนามว่าเราเนรคุณ จากนั้นเเม่เราล้มป่วยทำงานไม่ไหว เข้ารพ.บ่อยๆ เราก็ช่วยรับผิดชอบทุกอย่างทั้งภาระหนี้สิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากินค่าอยู่ของเเม่ ส่วนพ่อเลี้ยงก็ไปทำงานต่างจังหวัดส่งเงินมาให้เเต่ก็ไม่พอเพราะมีน้องด้วย เเม่เราป่วยได้ไม่นานก็เสีย เเละก่อนเเม่จะเสียเเม่โกรธมากที่พ่อไม่เคยมาช่วยรับผิดชอบลูกเลย เเม่บอกว่าถ้าเเม่เป็นอะไรไม่ต้องไปบอกพ่อนะ เเต่เราก็บอกนะคะ พอมาก็ทำเป็นร้องห่มร้องไห้ หน้าโรงศพญาติทางฝั่งเเม่เราก็เกลียดพ่อมากๆเพราะพ่อเอาเเม่มาลอยเเพไม่ดูดำดูดีเลย หลังจากงานศพเเม่เสร็จสิ้นเราก็ไปติดต่อรับเงินจากประกันสังคม ได้มาก็เฉลี่ยกัน5คน คือ พ่อเลี้ยง ตา น้อง2คนเเละเรา ญาติฝั่งย่าพอเห็นเงินก็อยากเข้ามามีบทบาท อาสาจะเก็บเงินส่วนของน้อง 2คนไว้ให้ เเละรับปากจะดูเเลน้องให้ด้วย ซึ่งเราไม่ยอมค่ะ เเละเงินที่ได้มาทั้งค่าทำศพ ค่าซองทั้งหมด เรายกให้พ่อเลี้ยงหมดเลย พ่อเลี้ยงก็เอาไปจ่ายเจ้าหนี้ให้เเม่เเทบไม่พอ ส่วนของเราๆยกให้ตาไปค่ะเพราะถือว่าเเม่ไม่เคยได้ดูเเลตาเลย เเล้วเราเอาน้องไปอยู่ด้วยพ่อก็รับปากว่าจะดูเเลเเต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อย่างที่พูด ระหว่างที่เอาน้องมาดูเเลเรารับภาระอย่างหนัก ค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลน้อง ไหนจะครอบครัวเราอีก น้องเห็นว่าเราลำบากเลยขอออกไปอยู่วัดกับพระอาจารย์เเล้วเรียนโรงเรียนวัดไปด้วย ญาติไปก็พากันปรันามว่าเราทิ้งน้องบ้าง เอาเงินน้องไปกินข้าว โดยที่ไม่เคยมาถามเราเลยว่าเราอยู่ยังไง ลำบากเเค่ไหน เเละตอนนี้น้องๆเราเรียนจบมีงานทำกันหมดเเล้ว เราก็เฉยเรื่อยมาไม่สนคำพูดใครทั้งนั้นไม่ได้หาให้เรากิน มาช่วง3ปีหลังพ่อกลับมาบวชเป็นพระ เราก็ไปช่วยงานบวชพ่อเต็มที่ในฐานะลูกคนนึง อนุโมทนาบุญกับเขาด้วย ก็เหมือนพ่อจะคิดได้บ้างความสัมพันธ์ของพ่อลูกก็เริ่มดีขึ้นบ้าง จนพ่อมีปัญหากับน้าเรื่องเงินเก็บของพ่อที่น้าเเอบถอนออกไปใช้ พวกป้าๆก็มาขอให้เราช่วยหาหลักฐานๆ เราก็ช่วยเเต่...เคลียร์ไม่ได้เพราะนอกจากน้าจะได้ยอมรับตามหลักฐานเเล้ว ย่ายังเข้าข้างน้าว่าน้าไม่ได้ทำ เเละสรุป มาโกรธจนไม่มองหน้าด่าเราว่าเราไม่ต้องมาเผาผีเลยทีเดียว เราก็ไม่สนนะเอาจริงไม่เผาก็ไม่เผา เเละเเล้วพ่อ น้า น่า ก็ดีกันเรานั้นกินอาหารหมา เเต่ช่างเถอะเเม่เเก น้องเล็ก เนาะ บวชมาไม่นานพ่อได้เป็นเจ้าอาวาส เเรกก็ปกติดี หลังๆเเกมีน้ำเสียง คำพูดที่เปลี่ยนไปจนเรารู้สึกได้ เวลาเราไปเยี่ยม จนหลังๆเราไม่อยากไป เเละอีกอย่างช่วงนี้มีข่าวเรื่องพระไม่ค่อยจะดี เรายิ่งไม่อยากไป กลัวพ่อจะถูกเพ่งเล็งหรือเสียหายด้วย เเต่เเทนที่พ่อจะเข้าใจ เเกกลับโทรมาต่อว่าเราไม่สนใจ พ่อไม่สบายก็ไม่ไปดู พึ่งพาอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง ชาวบ้านเขายังดูเเลพ่อดีกว่าเราอีก เเช่งว่าเราทำกับพ่อไว้ยังไงวันหน้าลูกก็จะทำกับเราเเบบนั้นเเล้วก็ด่าๆบลาๆๆเป็นชุดเเล้วตัดสายไปดื้อๆไม่ให้ได้อ้าปากพูดอะไรเลย เรางงหนักมา จนเครียด เอาเเต่ตั้งคำถามว่าพ่อเป็นอ่ะไร โกรธเรื่องอะไร ถ้าโกรธเรื่องที่ไม่ค่อยไปหาเราก็มองว่าเราเป็นผู้หญิง เข้าออกวัดบ่อยๆมันไม่ดี เเล้วถ้าเเกป่วยเเต่เเกไม่บอกเราจะรู้มั้ย ตั้งคำถามมากมายในหัวสมองจนเครียด หรือที่เเกเปลี่ยนไปเพราะได้เป็นเจ้าอาวาสเเล้วคิดว่าเป็นใหญ่เลยมีอีโก้ขึ้นมางี้เหรอ จนเราโทรไปคุยกับน้องชายเรื่องที่เกิดขึ้น น้องเลยปลอบใจว่าถ้าบวชเเล้วคิดได้เเค่นั้นก็ไม่ต้องไปยุ่งกับพ่อ ถอยออกมา ทุกความสำเร็จในชีวิตของเราที่มีทุกวันนี้ได้ ไม่เคยมีพ่ออยู่ในเส้นทางนั้นเลย เเล้วอีกอย่างเราเลี้ยงลูกมาด้วยความรักเเละอบอุ่นไม่เหมือนสิ่งที่พ่อทำกับเราด้วย คนรอบข้างรักเเละชื่นชมเรามากมาย ยกเว้นญาติของ เราจุกมาก ใจนึงก็กลัวบาป ใจนึงก็คิดว่าช่างเเม่งงง เพื่อนสมาชิก คิดว่าเราใจดำไปมั้ยคะ หากตัดขาดไปเลย🙏🙏
ปรึกษาปัญหาครอบครัว
เราเติบโตมาในสิ่งเเวดล้อมค่อนข้างเเย่ พ่อกับเเม่พาเรามาทิ้งไว้กับปู่-ย่า ตั้งเเต่เกิด เเล้วไปทำงานกรุงเทพค่ะเเม่จะคอยส่งเงินมาให้ทุกเดือน เเละเท่าที่จำความได้เลยคือถูกเลี้ยงเเบบทิ้งๆขว้างตามเวรตามกรรม ทุบตีหากงอเเง เพราะไม่ใช่หลานที่เขารักไม่เคยได้รับสิ่งดีๆส่วนใหญ่จะได้ของเหลือจากหลานชายที่เกิดจากลูกสาวคนโต เเละมักถูกพี่ ป้า น้า อา ล้อเสมอว่าลูกไม่มีพ่อ เเม่ บางที่ก็เรียกอีลาว(แม่เราเป็นคนอีสาน) อยู่เเบบนั้นมาได้8ขวบเเม่เรามีน้องเลยกลับมาอยู่บ้านนอกกับเราค่ะ อาศัยทำงานโรงงานกะกลางคืนเพราะกลางวันก็เลี้ยงลูก ตอนไปทำงานจะเป็นเราก็ช่วยเเม่ดูเเลน้อง ย่าก็มาช่วยบ้าง ส่วนพ่อก็ทำงานกรุงเทพเเต่ไม่ค่อยส่งเงินมาให้เลย สุดท้ายพ่อก็ไปเเอบมีเมียใหม่ ตอนที่เเม่จับได้ก็ทะเลาะลงไม้ลงมือกันต่อหน้าลูกๆ เเม่เราเลี้ยงลูกคนเดียวในบ้านของย่ามาจนถึงเราอายุ14แม่ก็เเต่งงานใหม่ย้ายออกจากบ้านย่าไปเช่าบ้านหลังใกล้ๆตอนนั้นเเม่เอาน้องไปส่วนเราเเม่ขอให้อยู่กับพ่อค่ะ เพราะเราเป็นลูกสาวเเละเเม่ก็หวังว่าพ่อจะรับผิดชอบชีวิตเราได้บ้างระหว่างที่อยู่กับพ่อ เเกก็ส่งเงินมาให้บ้างไม่ส่งบ้างส่งที่ ก็ 300 ซึ่งคนที่ทำงานกับพ่อบอกว่าเเกหาได้เท่าไหร่เมียใหม่ก็เก็บหมด ส่งไปให้ลูกเมียใหม่หมดเลย เราเลยต้องไปขอเเม่บ้างไปรับจ้างขายผลไม้ดูเเลตัวเองบ้าง พอจบม.3จะต่อปวช.เราได้โควต้าเรียนอาชีวะเเต่ไปวางเงินรายงานตัวไม่ทันเพราะพ่อไม่ส่งเงินมาให้ คุณครูเลยขอทุนจากโรงเรียนเอกชนให้เเทน เรายอมรับว่าในช่วงที่เคว้งคว้างอยู่ก็ติดเพื่อนมีเเฟนค่ะ ที่นี้ทุนเรียนที่เราได้เป็นทุนค่าเทอม50% อีก50% เราสามารถผ่อนจ่ายได้ เเต่พ่อเราก็ไม่ยอมส่งมาจ่าย พอโทรไปบอกก็ไล่ว่า "ทำไมไปขอผัว ไปเลยไปอยู่กับผัวนู่น" เราก็ไปตามที่ไล่ค่ะ เราท้องตอนขึ้นปี2 ตอนเเรกคิดจะเอาออกเเต่เเฟนเราตอนนั้นเรียนจบปวส.เเล้วกำลังจะได้ทำงาน เขาไม่ให้เอาออกบอกว่าลูกคนเดียวเขาเลี้ยงได้ ตอนเราคลอดก็ไม่มีญาติคนไหนเคยมาเยี่ยม พ่อก็ไม่เคยนะคะ โทรมาบ้างเเต่น้อยครั้ง มีเเค่เเม่กับพ่อเลี้ยงเท่านั้นที่คอยเเวะมาอุ้มหลาน
ระหว่างพอลูกได้7เดือนเราก็ได้ทำงานด้วย เรียนเสาร์-อาทิตย์ไปด้วย ระว่างที่เราทำงานหาเลี้ยงลูกญาติๆก็ชอบโทรมาขอยืมเงินบ่อยๆเเต่เราไม่เคยให้ เเละไม่เคยพาลูกไปเที่ยวหาญาติๆเลยพากันเอาไปพูดให้ชาวบ้านฟังว่าเราไม่เอาญาติ ชาวบ้านต่างพากันประนามว่าเราเนรคุณ จากนั้นเเม่เราล้มป่วยทำงานไม่ไหว เข้ารพ.บ่อยๆ เราก็ช่วยรับผิดชอบทุกอย่างทั้งภาระหนี้สิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากินค่าอยู่ของเเม่ ส่วนพ่อเลี้ยงก็ไปทำงานต่างจังหวัดส่งเงินมาให้เเต่ก็ไม่พอเพราะมีน้องด้วย เเม่เราป่วยได้ไม่นานก็เสีย เเละก่อนเเม่จะเสียเเม่โกรธมากที่พ่อไม่เคยมาช่วยรับผิดชอบลูกเลย เเม่บอกว่าถ้าเเม่เป็นอะไรไม่ต้องไปบอกพ่อนะ เเต่เราก็บอกนะคะ พอมาก็ทำเป็นร้องห่มร้องไห้ หน้าโรงศพญาติทางฝั่งเเม่เราก็เกลียดพ่อมากๆเพราะพ่อเอาเเม่มาลอยเเพไม่ดูดำดูดีเลย หลังจากงานศพเเม่เสร็จสิ้นเราก็ไปติดต่อรับเงินจากประกันสังคม ได้มาก็เฉลี่ยกัน5คน คือ พ่อเลี้ยง ตา น้อง2คนเเละเรา ญาติฝั่งย่าพอเห็นเงินก็อยากเข้ามามีบทบาท อาสาจะเก็บเงินส่วนของน้อง 2คนไว้ให้ เเละรับปากจะดูเเลน้องให้ด้วย ซึ่งเราไม่ยอมค่ะ เเละเงินที่ได้มาทั้งค่าทำศพ ค่าซองทั้งหมด เรายกให้พ่อเลี้ยงหมดเลย พ่อเลี้ยงก็เอาไปจ่ายเจ้าหนี้ให้เเม่เเทบไม่พอ ส่วนของเราๆยกให้ตาไปค่ะเพราะถือว่าเเม่ไม่เคยได้ดูเเลตาเลย เเล้วเราเอาน้องไปอยู่ด้วยพ่อก็รับปากว่าจะดูเเลเเต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อย่างที่พูด ระหว่างที่เอาน้องมาดูเเลเรารับภาระอย่างหนัก ค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลน้อง ไหนจะครอบครัวเราอีก น้องเห็นว่าเราลำบากเลยขอออกไปอยู่วัดกับพระอาจารย์เเล้วเรียนโรงเรียนวัดไปด้วย ญาติไปก็พากันปรันามว่าเราทิ้งน้องบ้าง เอาเงินน้องไปกินข้าว โดยที่ไม่เคยมาถามเราเลยว่าเราอยู่ยังไง ลำบากเเค่ไหน เเละตอนนี้น้องๆเราเรียนจบมีงานทำกันหมดเเล้ว เราก็เฉยเรื่อยมาไม่สนคำพูดใครทั้งนั้นไม่ได้หาให้เรากิน มาช่วง3ปีหลังพ่อกลับมาบวชเป็นพระ เราก็ไปช่วยงานบวชพ่อเต็มที่ในฐานะลูกคนนึง อนุโมทนาบุญกับเขาด้วย ก็เหมือนพ่อจะคิดได้บ้างความสัมพันธ์ของพ่อลูกก็เริ่มดีขึ้นบ้าง จนพ่อมีปัญหากับน้าเรื่องเงินเก็บของพ่อที่น้าเเอบถอนออกไปใช้ พวกป้าๆก็มาขอให้เราช่วยหาหลักฐานๆ เราก็ช่วยเเต่...เคลียร์ไม่ได้เพราะนอกจากน้าจะได้ยอมรับตามหลักฐานเเล้ว ย่ายังเข้าข้างน้าว่าน้าไม่ได้ทำ เเละสรุป มาโกรธจนไม่มองหน้าด่าเราว่าเราไม่ต้องมาเผาผีเลยทีเดียว เราก็ไม่สนนะเอาจริงไม่เผาก็ไม่เผา เเละเเล้วพ่อ น้า น่า ก็ดีกันเรานั้นกินอาหารหมา เเต่ช่างเถอะเเม่เเก น้องเล็ก เนาะ บวชมาไม่นานพ่อได้เป็นเจ้าอาวาส เเรกก็ปกติดี หลังๆเเกมีน้ำเสียง คำพูดที่เปลี่ยนไปจนเรารู้สึกได้ เวลาเราไปเยี่ยม จนหลังๆเราไม่อยากไป เเละอีกอย่างช่วงนี้มีข่าวเรื่องพระไม่ค่อยจะดี เรายิ่งไม่อยากไป กลัวพ่อจะถูกเพ่งเล็งหรือเสียหายด้วย เเต่เเทนที่พ่อจะเข้าใจ เเกกลับโทรมาต่อว่าเราไม่สนใจ พ่อไม่สบายก็ไม่ไปดู พึ่งพาอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง ชาวบ้านเขายังดูเเลพ่อดีกว่าเราอีก เเช่งว่าเราทำกับพ่อไว้ยังไงวันหน้าลูกก็จะทำกับเราเเบบนั้นเเล้วก็ด่าๆบลาๆๆเป็นชุดเเล้วตัดสายไปดื้อๆไม่ให้ได้อ้าปากพูดอะไรเลย เรางงหนักมา จนเครียด เอาเเต่ตั้งคำถามว่าพ่อเป็นอ่ะไร โกรธเรื่องอะไร ถ้าโกรธเรื่องที่ไม่ค่อยไปหาเราก็มองว่าเราเป็นผู้หญิง เข้าออกวัดบ่อยๆมันไม่ดี เเล้วถ้าเเกป่วยเเต่เเกไม่บอกเราจะรู้มั้ย ตั้งคำถามมากมายในหัวสมองจนเครียด หรือที่เเกเปลี่ยนไปเพราะได้เป็นเจ้าอาวาสเเล้วคิดว่าเป็นใหญ่เลยมีอีโก้ขึ้นมางี้เหรอ จนเราโทรไปคุยกับน้องชายเรื่องที่เกิดขึ้น น้องเลยปลอบใจว่าถ้าบวชเเล้วคิดได้เเค่นั้นก็ไม่ต้องไปยุ่งกับพ่อ ถอยออกมา ทุกความสำเร็จในชีวิตของเราที่มีทุกวันนี้ได้ ไม่เคยมีพ่ออยู่ในเส้นทางนั้นเลย เเล้วอีกอย่างเราเลี้ยงลูกมาด้วยความรักเเละอบอุ่นไม่เหมือนสิ่งที่พ่อทำกับเราด้วย คนรอบข้างรักเเละชื่นชมเรามากมาย ยกเว้นญาติของ เราจุกมาก ใจนึงก็กลัวบาป ใจนึงก็คิดว่าช่างเเม่งงง เพื่อนสมาชิก คิดว่าเราใจดำไปมั้ยคะ หากตัดขาดไปเลย🙏🙏