อดีต ปัจจุบัน อนาคต
ถูกกำหนดไว้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เป็นทฤษฎี
ของใคร พระพุทธเจ้าเห็นด้วยไหมครับ
ใช่ครับ แนวคิดที่ว่า
อดีต ปัจจุบัน และอนาคตถูกกำหนดไว้แล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ มีอยู่จริงในอินเดียสมัยพระพุทธเจ้า และมีความใกล้เคียงกับคำว่า
นิยติวาท (Niyativāda — ลัทธิถือชะตากำหนด)
บุคคลสำคัญที่พระไตรปิฎกกล่าวถึงคือ
มักขลิโคสาล (Makkhali Gosāla) ผู้นำของกลุ่มอาชีวก (Ājīvika) ซึ่งเป็นร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า
มักขลิโคสาลเชื่ออย่างไร?
แนวคิดของเขาค่อนข้างสุดโต่ง คือ
ชีวิตและการเวียนว่ายของสัตว์เป็นไปตาม
นิยติ — ชะตาที่กำหนดไว้แล้ว
แม้แต่การพยายามทำความดี การปฏิบัติธรรม หรือความเพียร ก็ไม่สามารถทำให้กระบวนการนั้นสั้นลงได้ พระไตรปิฎกเปรียบเทียบว่าเหมือน
ลูกด้ายที่ถูกโยนออกไปแล้ว ย่อมกลิ้งคลี่ไปจนหมดด้าย ไม่สามารถทำให้สั้นลงหรือยาวขึ้นได้
ดังนั้น ถ้าถามว่า
“สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตถูกกำหนดไว้หมดแล้วหรือไม่?”
สำหรับแนวคิดนี้คือ
ใช่
แล้วพระพุทธเจ้าเห็นด้วยไหม?
ไม่เห็นด้วยครับ
และนี่เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะพระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธทั้งแนวคิดว่า
“ทุกอย่างเกิดจากอดีตทั้งหมด”
และแนวคิดที่ว่า
“ไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย”
ใน
AN 3.61–3.62 (Tittha Sutta) พระองค์ทรงกล่าวถึงกลุ่มความเห็นที่ทำให้คนติดอยู่กับ
อกิริยวาท/ความไม่เกิดผลของการกระทำ และทรงชี้ว่าถ้ายึดความเห็นเช่นนั้น ก็จะไม่มีเหตุผลสำหรับความเพียรหรือการฝึกตน
พระพุทธศาสนาจึงไม่ได้เสนอว่า
อดีต → ปัจจุบัน → อนาคต ถูกล็อกตายตัว
แต่เป็นประมาณว่า
เหตุปัจจัยในอดีต + เหตุปัจจัยในปัจจุบัน → ผลที่จะเกิดขึ้น
และ
การกระทำในปัจจุบันเองก็กลายเป็นเหตุปัจจัยใหม่ ที่มีผลต่ออนาคต
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีคำว่า
ปฏิจจสมุปบาท และทำไมพระพุทธเจ้าจึงสอนเรื่อง
ความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา หากทุกอย่างถูกล็อกไว้หมด การปฏิบัติทั้งหมดก็ไม่มีความหมาย
แต่มีประเด็นที่น่าสนใจมากกว่านั้นครับ
ถ้าเราถามในมุมฟิสิกส์สมัยใหม่ว่า
“จักรวาลมีอดีต ปัจจุบัน อนาคตที่ถูกกำหนดไว้ทั้งหมดหรือไม่?”
นี่จะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ควรนำไปปนกับนิยติวาทของมักขลิโคสาลโดยตรง
ในฟิสิกส์มีแนวคิดอย่าง
determinism และแนวคิดจักรวาลแบบ
block universe ที่มองเวลาในลักษณะว่าเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตอาจเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกาลอวกาศเดียวกัน แต่
ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่า “มนุษย์ไม่มีอำนาจเลือกหรือการกระทำไม่มีผล” และยังเป็นประเด็นทางปรัชญาฟิสิกส์ที่ถกเถียงกันอยู่
ตรงนี้ผมคิดว่าน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับคำสอนของพระพุทธเจ้า:
พระพุทธเจ้าไม่ได้จำเป็นต้องตอบว่า “อนาคตมีอยู่แล้วหรือไม่มีอยู่แล้ว” แต่ทรงเน้นว่า เหตุปัจจัยกำลังทำงาน และการกระทำในปัจจุบันก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุปัจจัยนั้น
จึงไม่ใช่
“ทุกอย่างถูกกำหนด จึงทำอะไรไม่ได้”
แต่ใกล้กับ
“เมื่อเหตุปัจจัยเปลี่ยน ผลที่เกิดขึ้นก็เปลี่ยนได้”
ซึ่งเป็นคนละโลกทัศน์กับนิยติวาทของมักขลิโคสาลอย่างชัดเจนครับ
ถ้าคุณสนใจ ซึ่งจะเชื่อม
ปฏิจจสมุปบาท + กรรม + free will + block universe + quantum physics ได้อย่างน่าสนใจครับ

ChatGPT & Gemini
อดีต ปัจจุบัน อนาคต ถูกกำหนดไว้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เป็นทฤษฎี ของใคร พระพุทธเจ้าเห็นด้วยไหมครับ?
อดีต ปัจจุบัน อนาคต
ถูกกำหนดไว้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เป็นทฤษฎี
ของใคร พระพุทธเจ้าเห็นด้วยไหมครับ
ใช่ครับ แนวคิดที่ว่า อดีต ปัจจุบัน และอนาคตถูกกำหนดไว้แล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ มีอยู่จริงในอินเดียสมัยพระพุทธเจ้า และมีความใกล้เคียงกับคำว่า นิยติวาท (Niyativāda — ลัทธิถือชะตากำหนด)
บุคคลสำคัญที่พระไตรปิฎกกล่าวถึงคือ มักขลิโคสาล (Makkhali Gosāla) ผู้นำของกลุ่มอาชีวก (Ājīvika) ซึ่งเป็นร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า
มักขลิโคสาลเชื่ออย่างไร?
แนวคิดของเขาค่อนข้างสุดโต่ง คือ
ชีวิตและการเวียนว่ายของสัตว์เป็นไปตาม นิยติ — ชะตาที่กำหนดไว้แล้ว
แม้แต่การพยายามทำความดี การปฏิบัติธรรม หรือความเพียร ก็ไม่สามารถทำให้กระบวนการนั้นสั้นลงได้ พระไตรปิฎกเปรียบเทียบว่าเหมือน ลูกด้ายที่ถูกโยนออกไปแล้ว ย่อมกลิ้งคลี่ไปจนหมดด้าย ไม่สามารถทำให้สั้นลงหรือยาวขึ้นได้
ดังนั้น ถ้าถามว่า
“สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตถูกกำหนดไว้หมดแล้วหรือไม่?”
สำหรับแนวคิดนี้คือ ใช่
แล้วพระพุทธเจ้าเห็นด้วยไหม?
ไม่เห็นด้วยครับ
และนี่เป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะพระพุทธเจ้าทรงปฏิเสธทั้งแนวคิดว่า
“ทุกอย่างเกิดจากอดีตทั้งหมด”
และแนวคิดที่ว่า
“ไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย”
ใน AN 3.61–3.62 (Tittha Sutta) พระองค์ทรงกล่าวถึงกลุ่มความเห็นที่ทำให้คนติดอยู่กับ อกิริยวาท/ความไม่เกิดผลของการกระทำ และทรงชี้ว่าถ้ายึดความเห็นเช่นนั้น ก็จะไม่มีเหตุผลสำหรับความเพียรหรือการฝึกตน
พระพุทธศาสนาจึงไม่ได้เสนอว่า
อดีต → ปัจจุบัน → อนาคต ถูกล็อกตายตัว
แต่เป็นประมาณว่า
เหตุปัจจัยในอดีต + เหตุปัจจัยในปัจจุบัน → ผลที่จะเกิดขึ้น
และ การกระทำในปัจจุบันเองก็กลายเป็นเหตุปัจจัยใหม่ ที่มีผลต่ออนาคต
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีคำว่า ปฏิจจสมุปบาท และทำไมพระพุทธเจ้าจึงสอนเรื่อง ความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา หากทุกอย่างถูกล็อกไว้หมด การปฏิบัติทั้งหมดก็ไม่มีความหมาย
แต่มีประเด็นที่น่าสนใจมากกว่านั้นครับ
ถ้าเราถามในมุมฟิสิกส์สมัยใหม่ว่า
“จักรวาลมีอดีต ปัจจุบัน อนาคตที่ถูกกำหนดไว้ทั้งหมดหรือไม่?”
นี่จะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ควรนำไปปนกับนิยติวาทของมักขลิโคสาลโดยตรง
ในฟิสิกส์มีแนวคิดอย่าง determinism และแนวคิดจักรวาลแบบ block universe ที่มองเวลาในลักษณะว่าเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตอาจเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกาลอวกาศเดียวกัน แต่ ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่า “มนุษย์ไม่มีอำนาจเลือกหรือการกระทำไม่มีผล” และยังเป็นประเด็นทางปรัชญาฟิสิกส์ที่ถกเถียงกันอยู่
ตรงนี้ผมคิดว่าน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับคำสอนของพระพุทธเจ้า:
พระพุทธเจ้าไม่ได้จำเป็นต้องตอบว่า “อนาคตมีอยู่แล้วหรือไม่มีอยู่แล้ว” แต่ทรงเน้นว่า เหตุปัจจัยกำลังทำงาน และการกระทำในปัจจุบันก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุปัจจัยนั้น
จึงไม่ใช่ “ทุกอย่างถูกกำหนด จึงทำอะไรไม่ได้”
แต่ใกล้กับ
“เมื่อเหตุปัจจัยเปลี่ยน ผลที่เกิดขึ้นก็เปลี่ยนได้”
ซึ่งเป็นคนละโลกทัศน์กับนิยติวาทของมักขลิโคสาลอย่างชัดเจนครับ
ถ้าคุณสนใจ ซึ่งจะเชื่อม ปฏิจจสมุปบาท + กรรม + free will + block universe + quantum physics ได้อย่างน่าสนใจครับ
ChatGPT & Gemini