🧪 ยาที่คุณกินบ่อยที่สุด...เกิดจากการจ่ายยา "ผิด" จริงหรือ?



ภก.เมฆา วีระวานิช อนุกรรมการวิชาการ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 541 (พฤษภาคม 2567) ว่า "พาราเซตามอล" ยาสามัญประจำบ้านที่คนไทยแทบทุกบ้านมีติดไว้ มีจุดเริ่มต้นที่ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้นเลยครับ

ย้อนไปในอดีต มีแพทย์ท่านหนึ่งเผลอจ่าย "อะเซตานิลาย" ให้ผู้ป่วยเพื่อฆ่าพยาธิ แทนที่จะเป็นยาตัวที่ตั้งใจจะให้จริงๆ ผลปรากฏว่ายาตัวนี้ไม่ได้ฆ่าพยาธิเลยสักนิด แต่กลับช่วยลดไข้ได้ดีอย่างไม่คาดคิด — เพียงแต่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าสารตัวนี้จะทำร้ายตับและไตได้รุนแรงถ้าใช้ไปนานๆ

จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบความจริงที่น่าทึ่งกว่านั้น: ฤทธิ์บรรเทาปวดที่แท้จริงไม่ได้มาจากอะเซตานิลายโดยตรง แต่มาจาก "พาราเซตามอล" สารที่ร่างกายสร้างขึ้นเองหลังรับอะเซตานิลาย และพบในปัสสาวะของผู้ใช้ยา — ที่สำคัญคือผลข้างเคียงน้อยกว่าเดิมมาก จึงถูกแยกออกมาใช้เดี่ยวๆ จนกลายเป็นยาที่แพร่หลายไปทั่วโลกอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

ส่วนกลไกที่ทำให้หายปวด-หายไข้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ทุกครั้งที่ร่างกายเจ็บปวด จะมีสารชื่อ "พรอสตาแกลนดิน" หลั่งออกมากระตุ้นให้เรารู้สึกเจ็บ พาราเซตามอลจะเข้าไปยับยั้งการสร้างสารตัวนี้ อาการปวดจึงค่อยๆ ทุเลาลง ส่วนฤทธิ์ลดไข้นั้นทำงานโดยตรงที่ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนที่ผิวหนังมากขึ้นและเหงื่อออกมากขึ้น ร่างกายจึงระบายความร้อนได้เร็วขึ้นนั่นเอง

ยาที่ดูธรรมดาและใช้กันจนชิน แท้จริงมีเรื่องราวเบื้องหลังที่ซับซ้อนไม่น้อยเลยครับ แต่ที่สำคัญกว่าประวัติศาสตร์คือการรู้จักใช้ให้ถูกขนาด เพราะถึงจะปลอดภัยแค่ไหน ถ้ากินเกินขนาดก็ทำร้ายตับได้เช่นกัน


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่