🦴 กิน "แคลเซียม" ทุกวัน ทำไมกระดูกยังบาง? ระวังแคลเซียมหลงทางไปเกาะหลอดเลือด!

เวลาพูดถึงการบำรุงกระดูกเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน สิ่งแรกที่เราทุกคนนึกถึงก็คือการกิน "แคลเซียม" ให้เยอะๆ ใช่ไหมคะ แต่หลายคนอาจจะเคยเจอปัญหาว่า พยายามดื่มนมหรือทานอาหารเสริมแคลเซียมเป็นประจำ พอไปตรวจมวลกระดูก ค่าที่ได้กลับยังต่ำกว่าเกณฑ์อยู่ดี

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะหัวใจสำคัญของการดูแลกระดูกไม่ได้อยู่ที่ว่าเรา "กิน" แคลเซียมเข้าไปเยอะแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าร่างกายสามารถ "นำไปใช้" ได้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ต่างหากค่ะ วันนี้บลูโซนจะพามาไขความลับเรื่องนี้กันค่ะ


⚠️ แคลเซียมกินเยอะ แต่ไม่เข้ากระดูก?
ตามปกติแล้ว ร่างกายของเราไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้งานได้เองแบบ 100% ค่ะ แคลเซียมบางรูปแบบที่ราคาถูก เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต ร่างกายอาจดูดซึมได้เพียง 10-15% เท่านั้น ส่วนที่เหลือก็จะตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้หลายคนมีอาการท้องอืด ท้องผูก หรือเป็นนิ่วเมื่อทานแคลเซียมต่อเนื่องเป็นเวลานานค่ะ

🩸 ภัยเงียบ "แคลเซียมหลงทาง" เกาะผนังหลอดเลือด
ความน่ากลัวอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อแคลเซียมถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว หากไม่มี "ตัวนำทาง" คอยบอกว่าต้องไปที่ไหน แคลเซียมเหล่านี้อาจจะหลงทางและไปเกาะตัวพอกพูนอยู่ตามผนังหลอดเลือดแทนค่ะ

เมื่อแคลเซียมไปสะสมที่หลอดเลือดนานวันเข้า จะส่งผลให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น กลายเป็นภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจตามมาในอนาคตค่ะ

🔑 "วิตามิน K2 และ D3" คู่หูนำทางแคลเซียมเข้ากระดูก
เพื่อให้แคลเซียมเดินทางไปถึงเป้าหมาย ร่างกายจำเป็นต้องอาศัยผู้ช่วยคนสำคัญ 2 ตัวค่ะ นั่นคือ
🔸 วิตามิน D3: ทำหน้าที่เสมือน "พนักงานเปิดประตู" ช่วยดึงแคลเซียมจากลำไส้ให้เข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้น
🔸 วิตามิน K2: ทำหน้าที่เป็น "GPS นำทาง" คอยกวาดและต้อนแคลเซียมที่ลอยอยู่ในกระแสเลือด ให้ตรงเข้าไปฝังตัวอยู่ในเนื้อกระดูกและฟัน พร้อมกับดึงแคลเซียมที่ไปเกาะผิดที่ผิดทาง (อย่างหลอดเลือด) ออกมาด้วยค่ะ


💡 ทริคดูแลกระดูกให้แกร่งตั้งแต่วันนี้
นอกจากการเสริมแคลเซียมแล้ว เรายังสามารถปรับพฤติกรรมเพื่อรักษาเนื้อกระดูกให้อยู่กับเราไปนานๆ ได้ดังนี้ค่ะ

1️⃣ เลี่ยงพฤติกรรม "ขโมยแคลเซียม"
รู้หรือไม่คะว่า การทานอาหารที่มีรสเค็มจัด (โซเดียมสูง) หรือการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูงอย่างชาและกาแฟในปริมาณที่มากเกินไป จะไปกระตุ้นให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้นค่ะ ควรทานแต่พอดีเพื่อไม่ให้กระดูกถูกสูบแร่ธาตุออกไปนะคะ

2️⃣ ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight-bearing)
การออกกำลังกายที่ร่างกายต้องต้านกับแรงโน้มถ่วง เช่น การเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ เต้นแอโรบิก หรือยกน้ำหนักเบาๆ จะเกิดแรงกดทับที่กระดูก ซึ่งแรงเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างกระดูกทำงานได้ดีขึ้น ทำให้มวลกระดูกหนาแน่นและแข็งแรงขึ้นค่ะ

3️⃣ รับแสงแดดอ่อนๆ เพื่อสังเคราะห์วิตามินดี
อย่างที่ทราบกันดีว่าวิตามินดีสำคัญมาก แนะนำให้ออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าหรือเย็น ประมาณ 15-20 นาทีต่อวัน เพื่อให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซียมได้เป็นอย่างดีค่ะ

4️⃣ เลือกฟอร์มแคลเซียมที่ดูดซึมได้สูง
หากต้องการทานอาหารเสริม ควรพลิกฉลากมองหาแคลเซียมในรูปแบบ "แอมิโนแอซิดคีเลต" (Amino Acid Chelate) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้สูงเกือบ 100% ไม่หลงเหลือสารตกค้างให้ท้องผูกค่ะ

การดูแลกระดูกไม่ใช่เรื่องของคนสูงวัยเท่านั้นนะคะ แต่เป็นการสะสมความแข็งแรงตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้เรามีโครงสร้างร่างกายที่พร้อมใช้งานไปตลอดชีวิตค่ะ


ที่มา : Bluzone
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่