สถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะในอังกฤษออกรายงานการวิจัยชื่อ The Loneliest Generation เผยว่า ปัจจุบัน คนหนุ่มสาวในอังกฤษกำลังแยกตัวออกจากกันอย่างมาก โดยพบว่า สัดส่วนของคนที่บอกว่า “ไม่มีเพื่อนสนิทเลย” เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1 ในปี 2014 มาเป็นร้อยละ 5 ในปี 2025
.
ขณะที่สัดส่วนของคนที่มีเพื่อนสนิทอย่างน้อย 3 คนก็ลดลงมากอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยคนที่ระบุว่า มีเพื่อนสนิทอย่างน้อย 3 คน ลดลงจากร้อยละ 85 ในช่วงปี 2012 ถึง 2014 เหลือร้อยละ 72 ในช่วงปี 2023 ถึง 2025
.
รายงานระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางการเมือง สังคม และเทคโนโลยี ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากรู้สึกตัดขาดจากตัวเอง และไม่รู้สึกว่าได้รับความสนับสนุนที่จำเป็น และเกิดสรุปที่ว่า พวกเขาแทบไม่มีอำนาจควบคุมใดๆ เลยเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง ส่งผลให้เกิดพฤติกรรม doomscrolling หรือการเลื่อนดูข่าวและเนื้อหาบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเนื้อหาในแง่ลบ และกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน
.
ส่วนจำนวนของคนอายุ 16 ถึง 24 ปีที่เริ่มต้นฝึกงานแบบระยะยาวก็ลดน้อยลง ขณะที่ Neets หรือคนหนุ่มสาวที่ไม่ได้อยู่ในการศึกษา ไม่ได้ทำงาน และไม่ได้เข้ารับการฝึกอบรมกลับเพิ่มสูงขึ้น รายงานระบุว่า ปัจจัยเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้
.
รายงานระบุว่า รากฐานของการมีช่วงวัยรุ่นที่ดีได้ถูกกัดกร่อนลง พวกเขามีวัยเด็กที่อยู่แต่ในโลกดิจิทัล เผชิญภาวะโรคระบาดหลายปี และการเสื่อมถอยของบริการสาธารณะต่างๆ ที่เคยช่วยให้คนวัยก้าวผ่านสู่วัยผู้ใหญ่ เช่น การปิดสโมสรเยาวชน ราคาที่อยู่อาศัยที่แพงเกินเอื้อม รวมถึงความนิยมเสพวิดีโอสั้น การสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเอง ล้วนมีส่วนทำให้สุขภาวะทางจิตใจของคนกลุ่มนี้ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
.
คนรุ่นใหม่เชื่อว่า บริการด้านสุขภาพ การศึกษา และการสนับสนุนต่างๆ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขา ซึ่งเป็นผลจากการตัดสินใจของนักการเมืองในนามเสรีนิยมใหม่ โดยนำกลไกตลาดและการแปรรูปมาใช้กับบริการและทรัพย์สินสาธารณะ ให้ความสำคัญกับการเมืองเรื่องอัตลักษณ์มากกว่าการเมืองแห่งการอยู่ร่วมกัน และการยอมตามกลุ่มผู้มีอำนาจด้านเทคโนโลยีที่ไม่ต้องรับผิดรับชอบต่อสาธารณะ
.
อัฟนี มอร์จาเรีย รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะ ระบุว่า คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันไม่ได้เปราะบางเกินไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการตอบสนองต่อโลกอันมืดมนที่คนรุ่นก่อนทิ้งไว้ให้ ด้วยการตัดสถานที่ บริการ และเส้นทางสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ช่วยให้คนหนุ่มสาวมีความมั่นใจ มีความหวัง และเกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นออกมากจนเกินไป
🎈คุณล่ะ มีเพื่อนสนิทเยอะมั้ย?
#TheOpener
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/TheOpenerThailand/photos/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD-the-loneliest-generation-%E0%B9%80/1530396782462305/?set=a.637269315108394
#คนรุ่นใหม่ #สุขภาพจิต #เพื่อนสนิท #สังคม
กักขังในโลกดิจิทัล ไร้เพื่อนสนิท: วิกฤตความโดดเดี่ยวของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เกิดจากความเปราะบาง
.
ขณะที่สัดส่วนของคนที่มีเพื่อนสนิทอย่างน้อย 3 คนก็ลดลงมากอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยคนที่ระบุว่า มีเพื่อนสนิทอย่างน้อย 3 คน ลดลงจากร้อยละ 85 ในช่วงปี 2012 ถึง 2014 เหลือร้อยละ 72 ในช่วงปี 2023 ถึง 2025
.
รายงานระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางการเมือง สังคม และเทคโนโลยี ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากรู้สึกตัดขาดจากตัวเอง และไม่รู้สึกว่าได้รับความสนับสนุนที่จำเป็น และเกิดสรุปที่ว่า พวกเขาแทบไม่มีอำนาจควบคุมใดๆ เลยเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง ส่งผลให้เกิดพฤติกรรม doomscrolling หรือการเลื่อนดูข่าวและเนื้อหาบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเนื้อหาในแง่ลบ และกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน
.
ส่วนจำนวนของคนอายุ 16 ถึง 24 ปีที่เริ่มต้นฝึกงานแบบระยะยาวก็ลดน้อยลง ขณะที่ Neets หรือคนหนุ่มสาวที่ไม่ได้อยู่ในการศึกษา ไม่ได้ทำงาน และไม่ได้เข้ารับการฝึกอบรมกลับเพิ่มสูงขึ้น รายงานระบุว่า ปัจจัยเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้
.
รายงานระบุว่า รากฐานของการมีช่วงวัยรุ่นที่ดีได้ถูกกัดกร่อนลง พวกเขามีวัยเด็กที่อยู่แต่ในโลกดิจิทัล เผชิญภาวะโรคระบาดหลายปี และการเสื่อมถอยของบริการสาธารณะต่างๆ ที่เคยช่วยให้คนวัยก้าวผ่านสู่วัยผู้ใหญ่ เช่น การปิดสโมสรเยาวชน ราคาที่อยู่อาศัยที่แพงเกินเอื้อม รวมถึงความนิยมเสพวิดีโอสั้น การสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเอง ล้วนมีส่วนทำให้สุขภาวะทางจิตใจของคนกลุ่มนี้ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
.
คนรุ่นใหม่เชื่อว่า บริการด้านสุขภาพ การศึกษา และการสนับสนุนต่างๆ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขา ซึ่งเป็นผลจากการตัดสินใจของนักการเมืองในนามเสรีนิยมใหม่ โดยนำกลไกตลาดและการแปรรูปมาใช้กับบริการและทรัพย์สินสาธารณะ ให้ความสำคัญกับการเมืองเรื่องอัตลักษณ์มากกว่าการเมืองแห่งการอยู่ร่วมกัน และการยอมตามกลุ่มผู้มีอำนาจด้านเทคโนโลยีที่ไม่ต้องรับผิดรับชอบต่อสาธารณะ
.
อัฟนี มอร์จาเรีย รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายสาธารณะ ระบุว่า คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันไม่ได้เปราะบางเกินไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการตอบสนองต่อโลกอันมืดมนที่คนรุ่นก่อนทิ้งไว้ให้ ด้วยการตัดสถานที่ บริการ และเส้นทางสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ช่วยให้คนหนุ่มสาวมีความมั่นใจ มีความหวัง และเกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นออกมากจนเกินไป
🎈คุณล่ะ มีเพื่อนสนิทเยอะมั้ย?
#TheOpener
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
#คนรุ่นใหม่ #สุขภาพจิต #เพื่อนสนิท #สังคม