ซื้อประกันสุขภาพดีไหม? ชวนฟังมุมมองรอบด้านจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (คุณหมอชวลิต)

หมอไปเจอข้อความนี้ในโซเชียลมีเดียครับ  เห็นคนกดถูกใจกันหลายพันคน

อ่านแล้วก็คิดว่า...พูดถูกไปครึ่งหนึ่งครับ

ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง อาจทำให้คนเข้าใจผิดได้

เพราะคนที่ซื้อประกันสุขภาพไม่ได้โง่ และคนที่ไม่ซื้อก็ไม่ได้ฉลาดกว่าเสมอไป

___

🇹🇭 ก่อนอื่น ต้องยอมรับว่าระบบสาธารณสุขไทยดีจริง

หมอทำงานในโรงพยาบาลรัฐมาหลายสิบปี เห็นผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากได้รับการผ่าตัด ฉายรังสี และเคมีบำบัดที่มีคุณภาพ โดยไม่ต้องควักเงินหลายแสนหรือหลายล้านบาทมาจ่ายเอง

นี่เป็นสิ่งที่เราควรภูมิใจครับ

โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งมีทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือทันสมัย และทีมรักษามะเร็งที่มีความพร้อมสูงมาก

ดังนั้น การไม่ซื้อประกันเอกชนเพราะมั่นใจในระบบโรงพยาบาลรัฐ จึงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

แต่มีเรื่องสำคัญอยู่สองสามเรื่องที่หมออยากชวนคิดครับ

_

💊 เรื่องแรก “รักษาฟรี” ไม่ได้แปลว่า “รักษาอะไรก็ได้ ฟรีทั้งหมด”

ยกตัวอย่างโรคมะเร็ง

ทุกวันนี้มียามุ่งเป้าและยาภูมิคุ้มกันบำบัดใหม่ ๆ บางชนิดราคาเดือนละหลายหมื่นถึงหลายแสนบาท

บางตัวเบิกได้ บางตัวเบิกไม่ได้ และบางตัวเบิกได้เฉพาะผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์

แม้แต่สิทธิข้าราชการก็ยังมีเงื่อนไขการเบิกยามะเร็งราคาแพง ไม่ใช่ว่าแพทย์สั่งยาอะไรก็เบิกได้ทุกตัว

แต่หมอก็ต้องย้ำว่า ยาแพงไม่ได้แปลว่าดีกว่าสำหรับผู้ป่วยทุกคน

และการซื้อประกันเอกชนก็ไม่ได้รับประกันว่าจะเบิกยารุ่นใหม่ได้ทุกชนิดเช่นกัน

_

⏳ เรื่องที่สอง “รักษาฟรี” กับ “รักษาได้ทันที” เป็นคนละเรื่องกัน

นี่เป็นเรื่องที่หมอเห็นอยู่ทุกวันในโรงพยาบาลรัฐครับ

บางแห่งคิวตรวจยาว คิวผ่าตัดนาน หรือแม้แต่แพทย์อยากรับคนไข้นอนโรงพยาบาล แต่เตียงก็เต็ม

ไม่ใช่เพราะหมอไม่อยากรักษา

แต่เพราะคนไข้มีมากกว่าทรัพยากรที่มีอยู่

ต่อให้หมอเก่งแค่ไหน ก็เสกเตียงเพิ่มขึ้นมาไม่ได้ครับ

ลองนึกภาพว่าคุณพ่ออายุ 75 ปี ป่วยหนัก ต้องนอนโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลตามสิทธิยังไม่มีเตียงว่าง

ลูกหลานเป็นห่วง อยากพาไปโรงพยาบาลเอกชนที่มีเตียงพร้อมรับ

ถ้าไม่มีประกัน ก็อาจต้องใช้เงินเก็บจ่ายค่ารักษาเอง

บางครั้งนอนโรงพยาบาลเพียงไม่กี่วัน ค่าใช้จ่ายก็เป็นหลักแสนบาทได้

แน่นอนว่า ประเทศไทยมีระบบ UCEP ที่ให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามเกณฑ์เข้ารักษาในโรงพยาบาลใกล้ที่สุด รวมถึงโรงพยาบาลเอกชน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายตามเงื่อนไข

แต่ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ไม่ได้เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤตทุกราย

นี่คือเหตุผลหนึ่งที่บางคนซื้อประกันสุขภาพเพิ่ม

ไม่ใช่เพราะโรงพยาบาลรัฐรักษาไม่ดี

แต่เพราะอยากมีทางเลือกในวันที่รอไม่ได้

__

💰 เรื่องที่สาม “ค่ารักษาฟรี” ไม่ได้แปลว่า “การเจ็บป่วยไม่มีค่าใช้จ่าย”

คนเป็นมะเร็งบางคนต้องหยุดงานหลายเดือน

บางคนต้องเดินทางจากต่างจังหวัดมาโรงพยาบาล

บางคนต้องให้ลูกหลานลางานมาดูแล

ค่ารักษาอาจฟรี แต่ค่ากิน ค่าเดินทาง และรายได้ที่หายไป ไม่ได้ฟรีตามไปด้วย

และประกันสุขภาพทั่วไปก็ไม่ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ทั้งหมด

ดังนั้น ไม่ว่าจะซื้อประกันหรือไม่ เงินสำรองฉุกเฉินก็ยังสำคัญครับ

__

🏥 แล้วประกันสุขภาพเอกชนดีเลิศประเสริฐศรีหรือเปล่า?

ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละครับ

ประกันเอกชนมีวงเงิน เงื่อนไข ข้อยกเว้น และบางกรมธรรม์มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือเงื่อนไขร่วมจ่าย

ซื้อประกันวงเงิน 5 ล้านบาท ไม่ได้หมายความว่าจะรักษาอะไรก็ได้ 5 ล้านบาท

โดยเฉพาะยามะเร็งราคาแพงที่ต้องใช้ต่อเนื่องหลายปี

ที่สำคัญ เบี้ยประกันมักเพิ่มขึ้นตามอายุ

ตอนอายุ 40–50 ปี อาจรู้สึกว่าจ่ายสบาย

แต่พออายุ 75 ปี อาจต้องมานั่งคิดหนักว่าจะจ่ายเบี้ยต่อดีไหม

บางคนจ่ายเบี้ยประกันจนแทบไม่เหลือเงินเก็บ

แบบนี้ก็เหมือนซื้อร่มราคาแพงมาก จนไม่มีเงินซื้อข้าวกิน

ฝนยังไม่ตก แต่เริ่มลำบากแล้วครับ

__

🩺 แล้วตกลงควรซื้อประกันสุขภาพไหม?

หมอคิดว่าไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน

ถ้าท่านพอใจกับโรงพยาบาลรัฐ มีสิทธิรักษาพยาบาลที่มั่นคง มีเงินสำรองเพียงพอ และยอมรับระยะเวลารอคอยได้

การไม่ซื้อประกันเอกชนก็สมเหตุสมผล

แต่ถ้าท่านต้องการเพิ่มทางเลือกในการรักษา มีความกังวลเรื่องคิวหรือเตียงโรงพยาบาล และมีกำลังจ่ายเบี้ยประกันได้ต่อเนื่องโดยไม่เดือดร้อน

การซื้อประกันเพิ่มเติมก็สมเหตุสมผลเช่นกัน

เพียงแต่ต้องอ่านเงื่อนไขให้เข้าใจ ไม่ใช่ดูแค่วงเงินตัวโต ๆ บนหน้าโฆษณา

และอย่าลืมว่าความจำเป็นของแต่ละครอบครัวและภาระทางการเงินของแต่ละครอบครัวก็ไม่เท่ากัน  

ศึกษาให้มากก่อนจะลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประกันหรือการลงทุนในเรื่องอื่นๆก็เช่นกัน

_

🙏 สุดท้าย หมออยากฝากไว้ว่า

ระบบสาธารณสุขไทยเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เราควรช่วยกันรักษาและพัฒนาให้ดีขึ้น

แต่การมีระบบรักษาพยาบาลของรัฐที่ดี ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีประกันสุขภาพเอกชน

เพราะแต่ละคนมีความเสี่ยง รายได้ เงินเก็บ และความจำเป็นไม่เหมือนกัน

สำหรับหมอ...

“สิทธิรักษาพยาบาลของรัฐ ช่วยให้เราไม่ต้องหมดตัวเพราะค่ารักษา

ส่วนประกันสุขภาพเอกชน อาจช่วยเพิ่มทางเลือกในวันที่เราไม่อยากรอ หรือไม่สามารถรอได้”

แต่ทั้งสองระบบก็มีข้อจำกัดของตัวเอง

คนฉลาดจึงไม่ใช่คนที่ซื้อประกันแพงที่สุด หรือคนที่ไม่ยอมเสียค่าเบี้ยประกันแม้แต่บาทเดียว

แต่คือคนที่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไร ขาดอะไร และควรเตรียมเงินไว้รับความเสี่ยงแค่ไหน

เพราะประกันสุขภาพก็เหมือนร่มครับ

บางคนอาจไม่จำเป็นต้องซื้อร่มเพิ่ม เพราะมีหลังคาบ้านที่แข็งแรงอยู่แล้ว

แต่คนที่อยากมีร่มติดรถไว้เผื่อฝนตก...

ก็ไม่ได้แปลว่าเขาโง่ที่ไม่ยอมรอให้ฝนหยุด

ที่สำคัญก็คือเราไม่รู้ว่าวันไหนฝนจะตก จะตกมากแค่ไหน นานแค่ไหน และสุดท้ายจะทำให้น้ำท่วมหรือเปล่า

__

🤔 แล้วท่านล่ะครับ ใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม ข้าราชการ หรือซื้อประกันสุขภาพเอกชนเพิ่มเติม?

เคยมีประสบการณ์เรื่องคิวโรงพยาบาล หรือการเบิกประกันที่อยากเล่าสู่กันฟังไหมครับ

หมอเล่าเรื่องวิธีการป้องกันหายนะจากโรคมะเร็ง อยู่ใน comment


เพจ ศ.นพ. ชวลิต รักษามะเร็งที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
#รักษามะเร็งกับหมอชวลิต
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
#ประกันสุขภาพ #สิทธิรักษาพยาบาล

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่