ร้านสินค้าราคาเดียว! เน้นของเยอะ ขายถูก! บางคนรอด บางคนร่วง




ร้านสินค้าราคาประหยัด บางร้านเรียกว่าร้านทุกอย่าง 20 แต่บางทีเข้าไปก็ไม่ใช่ราคาเดียวทั้งหมด แต่ยังไงๆ ราคาสินค้าในร้านลักษณะนี้ก็ยังถูกกว่าทั่วไป สอดคล้องกับภาพรวมรายได้ของคนส่วนใหญ่ที่ต้องการเน้นความคุ้มค่า ร้านสินค้าราคาประหยัดจึงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ยังสามารถเลือกลงทุนได้ แต่ก็ใช่ว่าความต้องการสูงแล้วโอกาสรอดจะสูง ธุรกิจนี้ก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่ความเสี่ยงก็มากไม่แพ้กัน ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมคนยังนิยมอาจเป็นเพราะ

- ราคาที่จ่ายง่ายไม่ต้องคิดเยอะ ยิ่งตอนที่ราคาสินค้าหลายอย่างปรับตัวสูง การได้เห็นป้าย 20 บาท 60 บาท มีผลทางจิตวิทยาที่รู้สึกว่าร้านนี้ถูกร้านนี้ประหยัด มีเงินน้อยก็ยังจ่ายไหว ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ

- สินค้ามีครบโดยเฉพาะของใช้ในชีวิตประจำวัน  ไม่ว่าจะพวกสบู่ ถุงขยะ ของพลาสติก ปากกา ของใช้ในบ้านต่างๆ ที่ร้านราคาประหยัดมีครบ ให้ความรู้สึกว่าไม่ต้องไปเดินหาจากหลายๆ ร้าน และของพวกนี้ก็คือจำเป็นต้องใช้ ซื้อแพงไปก็เปล่าประโยชน์ ของถูกๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน และร้านพวกนี้มักจัดของไว้ดึงดูด ส่วนใหญ่ลูกค้าตั้งใจมาซื้อของชิ้นเดียว แต่พอเดินดูรอบๆ มักจะติดมือกลับไป 3-5 ชิ้นเสมอ

มองในแง่ความนิยมก็ถือว่าน่าลงทุน แต่ถ้ามองในมุมของผู้ประกอบการ ธุรกิจนี้ก็มีทั้งที่รอดและร่วง
มาเริ่มกันที่ในกลุ่มที่รอด ก็เพราะมีทักษะการคุมต้นทุนเก่ง รู้จักการเลือกของเข้าร้าน  รู้ว่าสินค้าจากไหนควรซื้อจากแหล่งไหน เพื่อให้ได้ต้นทุนต่ำๆ เช่นต้นทุนไม่เกิน 7-8 บาท เพื่อมาขาย 20 บาท และก็ไม่ใช่แค่สินค้าทั่วไป ทักษะที่ควรมีคือการมองความต้องการลูกค้า นำสินค้าที่ควรมีซื้อมาไว้ในร้านเพื่อให้ดูมีความหลากหลาย

ยกตัวอย่างสมมุติว่าร้านแห่งหนึ่งรับสินค้ามาจากโรงงานใหญ่ในสำเพ็งหรือสั่งตรงจากจีน โดยคุมต้นทุนเฉลี่ยให้ไม่เกิน 8 บาทต่อชิ้น เมื่อขายในราคา 20 บาท จะได้ส่วนต่าง 12 บาทต่อชิ้น หักค่าเช่าที่เดือนละ 10,000 บาท และค่าจ้างพนักงานร้านคิดที่ 9,000 บาท รวมต้นทุนคงที่ 19,000 บาท

ถ้าร้านเน้นสินค้าที่หมุนเวียนเร็ว ขายได้วันละ 100 ชิ้น เดือนหนึ่งขายได้ 3,000 ชิ้น ได้เงินเข้ามา 60,000 บาท หักต้นทุนสินค้า 24,000 บาท และค่าใช้จ่ายร้าน 19,000 บาท เหลือเหลือกำไรสุทธิเข้ากระเป๋า 17,000 บาท (ยังไม่หักค่าใช้จ่ายเช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ และอื่นๆ)  แถมถ้าทำเลดี ขายได้วันละ 300-400 ชิ้น กำไรก็จะมากขึ้นตามสัดส่วน

ส่วนพวกที่ไม่รอดในธุรกิจนี้ส่วนใหญ่มีจุดตายเพราะสินค้าค้างสต็อก ผิดพลาดตั้งแต่การเลือกของเข้าร้าน อยากให้ร้านดูมีของเยอะ เลยรับมาแพง หรือของไม่เป็นที่ต้องการ เป็นของขายยากแถมได้กำไรน้อย สุดท้ายเงินก็จม จนรายได้ไม่พอรายจ่ายเงินหมุนเวียนไม่มี ก็กลายเป็นว่าธุรกิจนี้ทำไม่ไหว ไปไม่รอด

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ร้านเลือกรับสินค้าที่ต้นทุนสูงเกินไปชิ้นละ 15-18 บาท แถมขายยาก กำไรต่อชิ้นเหลือแค่ 2-5 บาท บวกกับยอดขายก็น้อย สุดท้ายก็มีของเหลือค้างสต็อคไม่มีเงินทุนหมุนเวียนไปซื้อของใหม่ แถมยังไม่พอจ่ายค่าเช่า ค่าพนักงาน นานๆ เข้าก็แบกไม่ไหว ต้องปิดกิจการไปในที่สุด

หนึ่งในวิธีที่คนเลือกลงทุนแล้วสำเร็จได้เร็วของธุรกิจนี้จึงนิยมระบบแฟรนไชส์ที่มีหลายแบรนด์ในเมืองไทยอย่างเช่น ว้าว 20 สโตร์ , ทัดดาวทุกอย่าง 20 , นพรัตน์ 20  เป็นต้น  ข้อดีคือมีสูตรสำเร็จพร้อมเปิดร้าน มีโมเดลร้านที่คนลงทุนไม่ต้องคิดเอง มีการวางระบบร้านให้พร้อม ที่สำคัญมีฐานลูกค้าสร้างความน่าเชื่อถือได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้แฟรนไชส์เหล่านี้มีแหล่งวัตถุดิบราคาต้นทุนที่สามารถจัดส่งให้ทุกร้านได้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา  คนลงทุนไม่ต้องวิ่งหาซัพพลายเออร์เอง ไม่นับรวมเรื่องการตลาดที่แฟรนไชส์สนับสนุนคนลงทุนทั้งโปรโมท ยิงแอด ออกแคมเปญกระตุ้นยอดขาย ดึงดูดลูกค้าได้มากช่วยให้เจ้าของร้านที่ไม่เก่งเรื่องการตลาดก็สามารถเปิดร้านเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปได้มากขึ้น

อีกอย่างที่มีผลต่อการอยู่รอดหรือไม่รอดของร้านก็คือเรื่องของ “ทำเล”  โดยเฉพาะร้านสินค้าราคาประหยัดจำเป็นต้องพึ่งทำเลกว่า 70-80% ของร้านที่รอดก็เริ่มมาจากการมีทำเลที่ดีลองนึกสภาพถ้าเปิดร้านในที่คนไม่เดินผ่าน สินค้าก็ขายไม่ออก และร้านแบบนี้มักต้องพึ่งพาการตัดสินใจซื้อแบบทันที บางคนไม่ได้วางแผนล่วงหน้าว่าจะซื้อ พอดีเดินผ่านนึกขึ้นได้ ก็เลี้ยวเข้าร้านไปเลย จึงจำเป็นที่ร้านต้องอยู่ในแหล่งชุมชนคนพลุกพล่าน มีที่จอดรถสะดวกด้วยก็ยิ่งดี ลองคิดดูเล่นๆ สมมุมติว่าร้านมีคนเดินผ่านวันละ 1,000 คน อัตราการแวะซื้อประมาณ 10-15% หรือเประมาณ 100-150 คน/วัน ถ้าซื้อ1 ครั้งเฉลี่ย 3-5 ชิ้น นั่นก็คือรายได้ที่หมุนเวียนเข้ามาของร้าน

ถ้าใครที่มีแผนอยากเปิดร้านสินค้าราคาเดียวต้องเริ่มจากการหาทำเลที่ดี จากนั้นค่อยหารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม และต้องไม่ลืมเรื่องการเอาใจใส่+บริหารจัดการร้าน เพราะยุคนี้คู่แข่งเยอะ ตัวเลือกแยะ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องง้อเราเพียงร้านเดียว ถ้าอยากอยู่รอดต้องรู้จักเข้าหาลูกค้ามากกว่าจะรอให้ลูกค้าเข้ามาหาเราเอง
.
.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่