‘กาแฟทุนจีน’ ทุบคนไทย ทำโครงสร้างราคาพินาศกระทบร้านเล็ก-รถเข็น-คาเฟ่กำลังโต สุดท้ายพังทั้งระบบ SMEs ล้มหายตายจาก

“สมาคมกาแฟพิเศษไทย” ห่วง “กาแฟทุนจีน” บุกไทย-ทำลายโครงสร้างตลาด-ขายในราคาที่เป็นไปไม่ได้ ชี้ กระทบร้านเล็ก-รถเข็นไม่ได้เติบโต ยิ่งต่างจังหวัดยิ่งแข่งราคายาก ทุนจีนบุกทำคนขายล้มหายตายจากได้ ส่วน “ทุนใหญ่” จากประเทศอื่นไม่กระทบ เพราะมาด้วยราคาที่เหมาะสม ช่วยขยายตลาด-ดันไทยเป็นฮับคาเฟ่ด้วยซ้ำ
.
เดิมที “กาแฟพิเศษ” เติบโตจากร้านเล็กๆ ของผู้ประกอบการรายย่อยที่มีเพียง 1 สาขา บางคนเริ่มจากเปิดขายในบ้านของตัวเองแบบง่ายๆ แต่ปัจจุบันตลาดกาแฟพิเศษไปไกลจนมี “ทุนใหญ่” เข้ามาชิมลางมากขึ้น เรื่องนี้ “เอ-ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ” นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) มองว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบกับตลาด ในทางกลับกันยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตลาดกาแฟพิเศษไทยโดยรวมด้วย
.
มองว่า ทุนใหญ่ที่เข้ามาเป็นผู้เล่นที่ค่อนข้างพรีเมียม เข้ามาเปิดประสบการณ์ มาทำร้านสเกลใหญ่ มาเซตมาตรฐานบางอย่าง อีกทั้งยังชี้ให้เห็นว่า “ไทย” น่าดึงดูด เป็นฮับของ “Café Hopping” พอรายใหญ่จากญี่ปุ่น ฮ่องกง หรือสิงคโปร์เข้ามา ก็เป็นสัญญาณว่า ตลาดคาเฟ่ร้านกาแฟไทยมีความน่าสนใจจริง สอดรับกับวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของเอเชียหรือตะวันออกกลางที่สนใจมาทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ควบคู่ไปด้วยกันทั้งหมด
.
สิ่งที่น่ากังวลสำหรับผู้ประกอบการระดับ SMEs ในไทยไม่ใช่ทุนใหญ่กลุ่มนี้ แต่เป็นร้านกาแฟทุนจีนที่เล่นเรื่องราคาต่ำ “เอ” บอกว่า กลุ่มนี้ค่อนข้างน่ากลัวเพราะทำให้โครงสร้างราคาผิดเพี้ยนบิดเบี้ยว พอเกิดสงครามราคาก็ไม่ยั่งยืนกับอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษโดยรวม
.
เขาตั้งข้อสังเกตว่า ทุนจีนบางกลุ่มไม่ได้มีความตั้งใจเข้ามาเพื่อขายกาแฟหรือสร้างแบรนด์ อาจจะเปิดร้านกาแฟเพื่อทำอะไรบางอย่างที่ไม่ได้สะท้อนต้นทุนราคากาแฟจริงๆ มีบางร้านขยับตัวเเองขึ้นไปอีกระดับแล้วนิยามว่า เป็น “Specialty Mass” หรือ “Premium Mass” ทำภาพลักษณ์ให้ดูหรูเหมือนกาแฟพิเศษแต่ขายในราคาต่ำ
.
ด้าน “มะเป้ง-พงษ์ศิลา คำมาก” เลขาธิกาสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) เสริมว่า การขายกาแฟด้วยราคาเท่านี้ถ้าเป็นคนทำร้านกาแฟมาดูบัญชีต้นทุน จะเห็นชัดขึ้นไปอีกว่า นี่เป็นราคาขายที่เป็นไปไม่ได้ คำถามต่อมาคือถ้าเป็นไปไม่ได้แล้วร้านพวกนี้ทำไปเพื่ออะไร อาจเป็นการ “ทุ่มตลาด” หรือไม่ เพราะวิธีการแบบนี้ทำให้ร้านเล็กตายหมด ยิ่งร้านพวกนี้ขยายไปพื้นที่ต่างจังหวัด ร้านเล็กก็ยิ่งทำราคาแข่งด้วยไม่ไหว สุดท้าย SMEs ต้องออกจากตลาด แบบนี้ไม่ยั่งยืนและเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับตลาดกาแฟ ณ ขณะนี้
.
“เวลาเห็นใครทำแบบนี้ จะรู้สึกว่า วันข้างหน้ามันจะไม่ยั่งยืน ความงดงามของตลาดคือคนตัวเล็กตัวน้อยมีอาชีพเป็นของตัวเอง มีพาร์ทของเกษตรกร มีพาร์ทของร้าน SMEs แต่การต้องเห็นร้านเล็กๆ ออกไปเพราะมีเรื่องของโครงสร้างราคาที่เกิดมาเพื่อฆ่าหรือเป็นไปไม่ได้ก็กลัวว่าจะเป็นแบบนั้นเยอะขึ้นเรื่อย”
.
แม้ร้านกลุ่มทุนจีนจะไม่ได้เข้ามาแข่งกับคาเฟ่กาแฟพิเศษโดยตรง พูดง่ายๆ ว่า จากราคาเริ่มต้นและอโรมาที่ได้จากเมล็ดกาแฟเจาะกลุ่มคนละตลาดอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ “มะเป้ง” พยายามชี้ให้เห็น คือบรรดาร้านกาแฟตัวเล็กๆ ตามรถเข็นหรือร้านคีออสซุ้มกาแฟที่อาจจะมีโอกาสเติบโต-ขยับมาตรฐานขึ้นในวันข้างหน้า แต่ถ้ามาเจอการทุ่มตลาดแบบนี้ร้านเล็กๆ ก็อาจจะไม่มีโอกาสไปถึงตรงนั้นก็ได้
.
ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ
‘กาแฟทุนจีน’ ทุบคนไทย โครงสร้างราคาพินาศกระทบร้านเล็ก-รถเข็น-คาเฟ่กำลังโต สุดท้ายพังทั้งระบบ SMEs ล้มหายตายจาก
“สมาคมกาแฟพิเศษไทย” ห่วง “กาแฟทุนจีน” บุกไทย-ทำลายโครงสร้างตลาด-ขายในราคาที่เป็นไปไม่ได้ ชี้ กระทบร้านเล็ก-รถเข็นไม่ได้เติบโต ยิ่งต่างจังหวัดยิ่งแข่งราคายาก ทุนจีนบุกทำคนขายล้มหายตายจากได้ ส่วน “ทุนใหญ่” จากประเทศอื่นไม่กระทบ เพราะมาด้วยราคาที่เหมาะสม ช่วยขยายตลาด-ดันไทยเป็นฮับคาเฟ่ด้วยซ้ำ
.
เดิมที “กาแฟพิเศษ” เติบโตจากร้านเล็กๆ ของผู้ประกอบการรายย่อยที่มีเพียง 1 สาขา บางคนเริ่มจากเปิดขายในบ้านของตัวเองแบบง่ายๆ แต่ปัจจุบันตลาดกาแฟพิเศษไปไกลจนมี “ทุนใหญ่” เข้ามาชิมลางมากขึ้น เรื่องนี้ “เอ-ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ” นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) มองว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบด้านลบกับตลาด ในทางกลับกันยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตลาดกาแฟพิเศษไทยโดยรวมด้วย
.
มองว่า ทุนใหญ่ที่เข้ามาเป็นผู้เล่นที่ค่อนข้างพรีเมียม เข้ามาเปิดประสบการณ์ มาทำร้านสเกลใหญ่ มาเซตมาตรฐานบางอย่าง อีกทั้งยังชี้ให้เห็นว่า “ไทย” น่าดึงดูด เป็นฮับของ “Café Hopping” พอรายใหญ่จากญี่ปุ่น ฮ่องกง หรือสิงคโปร์เข้ามา ก็เป็นสัญญาณว่า ตลาดคาเฟ่ร้านกาแฟไทยมีความน่าสนใจจริง สอดรับกับวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของเอเชียหรือตะวันออกกลางที่สนใจมาทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ควบคู่ไปด้วยกันทั้งหมด
.
สิ่งที่น่ากังวลสำหรับผู้ประกอบการระดับ SMEs ในไทยไม่ใช่ทุนใหญ่กลุ่มนี้ แต่เป็นร้านกาแฟทุนจีนที่เล่นเรื่องราคาต่ำ “เอ” บอกว่า กลุ่มนี้ค่อนข้างน่ากลัวเพราะทำให้โครงสร้างราคาผิดเพี้ยนบิดเบี้ยว พอเกิดสงครามราคาก็ไม่ยั่งยืนกับอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษโดยรวม
.
เขาตั้งข้อสังเกตว่า ทุนจีนบางกลุ่มไม่ได้มีความตั้งใจเข้ามาเพื่อขายกาแฟหรือสร้างแบรนด์ อาจจะเปิดร้านกาแฟเพื่อทำอะไรบางอย่างที่ไม่ได้สะท้อนต้นทุนราคากาแฟจริงๆ มีบางร้านขยับตัวเเองขึ้นไปอีกระดับแล้วนิยามว่า เป็น “Specialty Mass” หรือ “Premium Mass” ทำภาพลักษณ์ให้ดูหรูเหมือนกาแฟพิเศษแต่ขายในราคาต่ำ
.
ด้าน “มะเป้ง-พงษ์ศิลา คำมาก” เลขาธิกาสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) เสริมว่า การขายกาแฟด้วยราคาเท่านี้ถ้าเป็นคนทำร้านกาแฟมาดูบัญชีต้นทุน จะเห็นชัดขึ้นไปอีกว่า นี่เป็นราคาขายที่เป็นไปไม่ได้ คำถามต่อมาคือถ้าเป็นไปไม่ได้แล้วร้านพวกนี้ทำไปเพื่ออะไร อาจเป็นการ “ทุ่มตลาด” หรือไม่ เพราะวิธีการแบบนี้ทำให้ร้านเล็กตายหมด ยิ่งร้านพวกนี้ขยายไปพื้นที่ต่างจังหวัด ร้านเล็กก็ยิ่งทำราคาแข่งด้วยไม่ไหว สุดท้าย SMEs ต้องออกจากตลาด แบบนี้ไม่ยั่งยืนและเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับตลาดกาแฟ ณ ขณะนี้
.
“เวลาเห็นใครทำแบบนี้ จะรู้สึกว่า วันข้างหน้ามันจะไม่ยั่งยืน ความงดงามของตลาดคือคนตัวเล็กตัวน้อยมีอาชีพเป็นของตัวเอง มีพาร์ทของเกษตรกร มีพาร์ทของร้าน SMEs แต่การต้องเห็นร้านเล็กๆ ออกไปเพราะมีเรื่องของโครงสร้างราคาที่เกิดมาเพื่อฆ่าหรือเป็นไปไม่ได้ก็กลัวว่าจะเป็นแบบนั้นเยอะขึ้นเรื่อย”
.
แม้ร้านกลุ่มทุนจีนจะไม่ได้เข้ามาแข่งกับคาเฟ่กาแฟพิเศษโดยตรง พูดง่ายๆ ว่า จากราคาเริ่มต้นและอโรมาที่ได้จากเมล็ดกาแฟเจาะกลุ่มคนละตลาดอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ “มะเป้ง” พยายามชี้ให้เห็น คือบรรดาร้านกาแฟตัวเล็กๆ ตามรถเข็นหรือร้านคีออสซุ้มกาแฟที่อาจจะมีโอกาสเติบโต-ขยับมาตรฐานขึ้นในวันข้างหน้า แต่ถ้ามาเจอการทุ่มตลาดแบบนี้ร้านเล็กๆ ก็อาจจะไม่มีโอกาสไปถึงตรงนั้นก็ได้
.
ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ