“ความสวยไม่คงที่ แต่ความดีสิคงทน“ “ก๋วยเตี๋ยวเรือทอง” เปิดเกม “ปลาช้ากินปลาเร็ว” พลิกจาก “โดนโกง” …..

“ความสวยไม่คงที่ แต่ความดีสิคงทน“
—————————————————-
(ชมคลิป) “ก๋วยเตี๋ยวเรือทอง” เปิดเกม “ปลาช้ากินปลาเร็ว” พลิกจาก “โดนโกง” สู่สร้างแบรนด์ตัวเอง แก้ปัญหาเส้นไม่จับเป็นก้อน ดันยอด 4 แสนซองต่อเดือน ยกทัพสินค้าลุย 23 ประเทศ



จากจุดเริ่มต้นที่ลงทุนซื้อสินค้าจากแบรนด์อื่นแต่กลับถูกโกงเงินจนต้องตัดสินใจสร้างแบรนด์ “ก๋วยเตี๋ยวเรือทอง” ของตัวเองเพื่อดูแลฐานลูกค้าที่รอสินค้าอยู่ก่อนเร่งพัฒนากึ่งสำเร็จรูปชูจุดเด่นน้ำซุปเข้มข้น เส้นเหนียวนุ่มไม่จับก้อน เจาะตลาดทั้งออนไลน์–ออฟไลน์ ปัจจุบันขยายสู่โรงงานกำลังผลิต 6 แสนซองต่อเดือน ส่งออกผ่านตัวแทนกว่า 23 ประเทศ พร้อมรับผลิต OEM เกือบ 10 แบรนด์ สะท้อนเกม SME ตัวเล็กที่เลือก “แข่งกับตัวเอง” และปรับตัวให้เร็วเพื่อโตในตลาดที่การแข่งขันสูง



นายนิรัติศัย ศรีสุนทร หรือ เอส เจ้าของธุรกิจก๋วยเตี๋ยวเรือทอง เล่าว่า จุดเริ่มต้นการสร้างแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือทองนั้นเริ่มมาจากการที่ตนและแฟน (คุณฝ้าย) เป็นคนที่ชื่นชอบการกินก๋วยเตี๋ยวเป็นปกติกันอยู่แล้วและต้องการหาอาชีพเสริมร่วมด้วย เพราะมีงานประจำทำอยู่ในตอนนั้น ทำให้เราทั้งคู่ตัดสินใจเลือกขายก๋วยเตี๋ยวเรือแบรนด์หนึ่ง และลงทุนไปแล้วแต่สุดท้ายไม่ได้สินค้า เรียกได้ว่า “โดนโกง” เพราะเขาเอาเงินเราไปแต่ไม่ส่งสินค้าให้ ในตอนนั้นคุณฝ้ายเธอมีฐานลูกค้าต่างประเทศรอรับสินค้าจากทางแบรนด์ ทำให้ทางแบรนด์ต้องรับผิดชอบเพราะลูกค้ายังต้องการสินค้าอยู่ ทำให้ทั้งคู่ปรึกษาและตัดสินใจเลือกสร้างแบรนด์ขึ้นมาเป็นแบรนด์ของตัวเองเพื่อที่จะได้ซัพพอร์ตลูกค้าต่างประเทศที่กำลังรอสินค้าจากแบรนด์อยู่ จึงกลายเป็นที่มาของการสร้างแบรนด์ตัวเองชื่อ “ก๋วยเตี๋ยวเรือทอง” ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมาได้ประมาณเกือบ 2 ปี



ที่มาของชื่อ “ก๋วยเตี๋ยวเรือทอง” คุณเอสบอกว่า ความเป็นมาของชื่อนั้นจะเน้นความเป็นไทย เพราะก๋วยเตี๋ยวเรือก็เป็นอาหารไทยที่ทุกคนนิยมกินกันเป็นประจำ จึงต้องการตั้งชื่อแบรนด์ให้มีความร่วมสมัยแต่ยังคงความเป็นไทยเอาไว้ จึงได้ชื่อ “ก๋วยเตี๋ยวเรือทอง” มาในที่สุด

สำหรับจุดเด่นและความพิเศษของก๋วยเตี๋ยวเรือทองนั้น เจ้าของแบรนด์ให้ข้อมูลว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือมีลักษณะและเอกลักษณ์พิเศษ คือ กลิ่นของเครื่องเทศกับรสชาติที่แตกต่างกับก๋วยเตี๋ยวทั่วไป เพราะฉะนั้นทางแบรนด์จึงเน้นจุดเด่นไปที่ส่วนของ “น้ำซุบ” ที่มีรสชาติเข้มข้น จัดจ้านและได้กลิ่นเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือแท้ที่ถูกบรรจุอยู่ในน้ำซอส ส่วนเส้นก๋วยเตี๋ยวทางแบรนด์ก็พัฒนาและปรับปรุงเส้นให้มีลักษณะเหนียวนุ่ม ให้เหมือนกับนั่งกินที่ร้าน



ผลิตแบบกึ่งสำเร็จรูปแก้ Pain Point ผู้บริโภค

การเลือกทำแบบกึ่งสำเร็จรูปแทนที่จะเปิดหน้าร้านในตอนนี้นั้น ทางแบรนด์ให้เหตุผลว่าพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมักจะสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก เพราะง่ายและสะดวกต่อการสั่งซื้อและบริโภค ในวันที่ต้องพักผ่อนอยู่บ้านก็สะดวกต่อการหยิบมาบริโภค รวมถึงทางแบรนด์พัฒนาเส้นก๋วยเตี๋ยวให้ออกมาไม่จับกันเป็นก้อน เพราะหลายคนประสบกับปัญญาซื้อก๋วยเตี๋ยวกลับมากินที่บ้านและเมื่อสั่งเส้นเล็กพอมาจัดใส่ถ้วยชามเส้นเล็กก็มักจะจับกันเป็นก้อน ทำให้เกิดปัญหาและลดอรรถรสในการกินก๋วยเตี๋ยวลง เพราะฉะนั้นทางแบรนด์จึงพัฒนาเส้นก๋วยเตี๋ยวออกมาเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคตรงนี้ด้วย รวมถึงรสชาติที่คงที่ทุกซอง

จุดพลิกผันและวิกฤตที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้

เมื่อพูดถึงเรื่องการทำธุรกิจนั้นทางแบรนด์เป็นธุรกิจ SME ที่เริ่มจากเล็กๆ เรื่องที่ต้องเผชิญและก้าวข้ามความท้าทายในธุรกิจขนาดเล็กคือเรื่องของ “วัตถุดิบ” ที่มีราคาค่อนข้างสูง เนื่องด้วยจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้นและส่งผลให้เศรษฐกิจแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้ทางแบรนด์ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น ทำให้ทางแบรนด์พยายามลดต้นทุนในกระบวนการลดของเสียให้ได้มากที่สุดแต่ยังคงรักษาคุณภาพของสินค้าเอาไว้ เพื่อส่งต่อให้ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องบริหารจัดการเรื่องกระบวนการขนส่งให้ได้คุณภาพมากที่สุด ปัจจุบันรับวัตถุดิบจากในไทยทั้งหมด



จุดยืนในตลาดที่แข่งกับตัว ไม่แข่งกันคนอื่น

หากพูดถึงการแข่งขันในตลาด แน่นอนว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูงเพราะในปัจจุบันมีสินค้าที่คล้ายกันอยู่จำนวนมาก แต่ทางแบรนด์เลือกที่จะแข่งขันกับตัวเองมากกว่าลงไปแข่งขันกับคนอื่นในตลาด เนื่องจากไม่ต้องการตัดราคาสินค้าของใคร เพราะฉะนั้นทางแบรนด์จึงเน้นพัฒนาและปรับปรุงไลน์สินค้าแบรนด์ตัวเองให้มีคุณภาพแต่ยืนหยัดผลิตสินค้าออกมาให้ได้คุณภาพมากที่สุดเพื่อให้ได้สินค้าที่ดีส่งถึงมือผู้บริโภค


สำหรับกลุ่มลูกค้าในตอนนี้มีทุกเพศ ทุกวัย ที่รู้จักแบรนด์ผ่านทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งทางแบรนด์ยังบอกอีกว่าตอนนี้สินค้าได้มาตรฐานฮาลาล ทำให้มีลูกค้าชาวมุสลิมเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้จะนิยมบริโภคกันค่อนข้างมาก รวมถึงลูกค้าต่างประเทศที่มีทั้งเป็นคนไทยอาศัยอยู่ในต่างประเทศและคนต่างประเทศ เนื่องจากสินค้าถูกออกแบบมาให้ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ จึงตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ค่อนข้างดี ทั้งนี้ยังได้มาตรฐาน อย. ทั้งไทยและอเมริกาเป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันส่งออกผ่านตัวแทนไปกว่า 23 ประเทศ ทั้งยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลางและออสเตรเลีย



นอกจากนี้หลังจากที่ลูกค้าซื้อสินค้าของทางแบรนด์ไปบริโภคก็มีติดต่อขอเป็นพาร์ทเนอร์หรือตัวแทนจำหน่ายสินค้าของทางแบรนด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทางแบรนด์มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ซึ่งกำลังการผลิตสามารถผลิตได้ 600,000 ซองต่อเดือนรับผลิตแบบ OEM ให้กับแบรนด์อื่น ปัจจุบันมีเกือบ 10 เจ้า มีทั้งทำเป็นแบรนด์ตัวเองและขอเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาเกาหลีเพื่อนำไปวางขายในประเทศเกาหลีใต้

ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ ปลาเร็วกินปลาช้า

สำหรับกลยุทธ์การทำการตลาดนั้นคุณเอสบอกว่า คุณฝ้ายจะเน้นใช้กลยุทธ์แบบ “ปลาเร็วกินปลาช้า”แบรนด์เราเป็นปลาตัวเล็กสู้ปลาตัวใหญ่ไม่ได้ ทำให้ต้องเลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าวในการขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถเติบโตได้ นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวให้เร็วและยืดหยุ่น เจาะกลุ่มลูกค้าให้ตรงเป้าอย่างรวดเร็ว โดยการทำ Storytelling ของแบรนด์ขึ้นมาเพื่อให้เกิดภาพจำที่ส่งผลให้ลูกค้าจดจำภาพลักษณ์ก๋วยเตี๋ยวเรือทองได้



นอกจากนี้ยังมีการนำสินค้าไปออกบูธตามงานต่าง ๆ เพื่อดึงลูกค้าส่วนออฟไลน์เข้ามาผสานกับลูกค้าออนไลน์ เพื่อที่จะได้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นทั้งสองทาง โดยทางแบรนด์เปิดเผยข้อมูลว่าหลังจากนำสินค้าออกไปสู่สายตาผู้บริโภคมากขึ้นส่งผลให้มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีอัตราการกลับมาซื้อซ้ำจาก 20% เป็น 30% สำหรับในช่วงนี้ที่กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ทางแบรนด์เปิดเผยว่าออเดอร์มีเข้ามาจำนวนมากทำให้ต้องเพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น

ปัจจุบันก๋วยเตี๋ยวเรือทองมีสินค้าประเภทก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ และก๋วยจั๊บญวนที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee Lazada TikTok Shop และแมคโคร ส่วนออฟไลน์มีวางขายที่ร้านค้าปลีกทั่วไปตามตลาดไทย ร้านค้าส่งตามต่างจังหวัด รวมถึงมีเข้าวางขายในร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่น อีเลฟเว่น บางสาขาอีกด้วย นอกจากนี้ตัวที่ขายดีที่สุดจะเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือเส้นเล็ก ราคาซองละ 39 บาท เก็บรักษาได้นาน 1 ปี ซึ่งใน 1 เดือนสามารถสร้างยอดขายอยู่ที่ 300,000-400,000 ซอง



ผลตอบแทนของการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าคือการที่มีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำและถูกบอกต่ออย่างต่อเนื่อง แม้ในตลาดจะมีการแข่งขันที่สูงอย่างต่อเนื่อง ลูกค้ายังไว้ใจและพร้อมสนับสนุนสินค้าจากทางแบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าบางช่วงที่เป็นกระแสผลิตกันแทบไม่ทัน สินค้าหมดสต็อกกันเลยทีเดียว

ในส่วนของการต่อยอดธุรกิจในอนาคตนั้น คุณเอส เปิดเผยว่า ในอนาคตวางแผนแตกไลน์สินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งคุณฝ้ายได้มีการพัฒนาสูตรและทดลองรสชาติเอาไว้ ซึ่งไลน์สินค้าต่อไปอาจจะเป็นกลุ่มอาหารทางภาคเหนืออย่าง “ข้าวซอย” สำเร็จรูป และกลุ่มของ "ซอส" สำเร็จรูป ซึ่งในช่วงปลายปีนี้น่าจะได้เห็นสินค้าออกสู่ตลาดทั้งนี้แผนต่อยอดธุรกิจในอนาคตอีกหนึ่งอย่างที่ทางแบรนด์ตั้งใจจะทำคือ “การเปิดหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ” แต่ยังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการและคาดว่าจะมีออกมาให้เห็น



อย่างไรก็ตาม ก๋วยเตี๋ยวเรือทองเริ่มต้นมาจากการเป็นผู้ประกอบการตัวเล็ก ที่ตั้งใจผลิตสินค้าออกมาเพื่อแก้ปัญหาและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด ทางแบรนด์มีข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการเริ่มต้นสร้างแบรนด์ว่า “ทุกอย่างมาได้มาไม่ใช่เพราะโชคช่วยครับ ต้องมุ่งมั่นและตั้งใจลงมือทำและเต็มที่กับมัน รวมถึงบริหารจัดการ ต้องวางกระบวนการตั้งแต่เริ่มจนถึงตั้งบริษัทเลยครับ มันจะทำให้บริษัทเรามั่นคงครับ” คุณเอส ระบุ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่