เราตอนนี้อายุ 20 ปี อยากจะเล่าประสบการณ์ชีวิตนิดหน่อยค่ะ เล่าไม่เก่งแค่อยากจะระบายออกมาเท่านั้น แรกเริ่มคือช่วง วัย 2 - 7 ขวบ ครอบครัวของเราอบอุ่นดีค่ะ จนเข้าวัย 2 ขวบครึ่งละมั้งพ่อไปมีชู้และช่วงนั้นแม่กำลังมีน้องชายเลยทะเลาะกันยกใหญ่เลยตัวเรายังเล็กไม่เข้าใจหรอกแต่รู้สึกได้ว่าบ้านน่าจะไม่สนิทกันเหมือนเดิมแล้ว เคยไข้สูงจนช็อกเกือบจะขิตแต่หมอยื้อมาได้แถมโดนเจาะไขกระดูกสักอย่างไปตรวจสรุปเป็นน้ำเหลืองไม่ดี แหะๆ ตอน 3 ขวบ แม่เจ็บคลอดตัวพ่อเลยต้องรีบพาไปโรงพยาบาลแต่เปิดไฟ ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น บอกผังไม่ถูกแต่บ้านกลางไปต่ำแบบสองชั้นอ่ะ มีทีวีเปิดการ์ตูนด้วยเลยไม่เหงาเท่าไหร่แต่พอได้ยินเสียงรถเลยแอบนั่งตัวเล็กตัวน้อยของเด็กวัยนั้นส่องมองลอดช่องบานประตูแตกออกไปเห็นแค่ไฟท้ายรถที่ห่างเรื่อยๆ แอบสงสัยว่าทำไมถึงไม่เอาเราไปด้วยแต่เพราะมีการ์ตูนเลยไม่คิดมากหรอกก็แค่เด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น เริ่มเบื่อก็นั่งส่องเฝ้ารอไปแบบนั้นจนหลับไปตื่นหนึ่งไม่เห็นใครในบ้านก็กลัวจนยังดีที่น้าสาวกลับมาดูแลก่อน ช่วงอายุ 4-5 ขวบไม่มีอะไรมากก็ตามวัยของเราที่มี พ่ออุ้มชูโยนหยอกขึ้นฟ้า ได้ขี่หลังพ่อจนเห็นวิวที่สูงกว่าพื้น ได้เล่นของเล่นที่พ่อหามาให้ อยากมีบ้านของตัวเองพ่อก็เอาอิฐมาก่อให้หลังน้อย คิดถึงจริงๆนะตอนนั้นมันดีที่สุดแล้วสำหรับเรา แต่พอยิ่งโตทีละน้อย ตอน 7 ขวบย้ายบ้านเพราะแม่เจอพ่อใหม่เลยพาเรากับน้องไป ตอนแรกนึกว่าได้ไปเที่ยวเลยดีใจมากไปกอดพ่อพลางคุยโวยกใหญ่เลยไม่รู้หรอกว่าสายตาของพ่อในตอนนั้นมันเป็นยังไงแต่มองดูเศร้านิดหน่อยละมั้งจำไม่ได้แล้ว พอได้ไปอยู่กำแพงเพชรก็อยู่แถวชนบทเลยล่ะ ที่นาเยอะแยะมีบ้านไม่กี่หลังเองยังเด็กเลยแปลกใหม่ไปหมดไม่ได้คิดมากอะไรขนาดนั้นเลยมีคนที่ชอบแรกพบด้วยแต่ก็เล่นไปวันๆ ไปเรียนนะแต่ชอบเข้ากับเพื่อนมากกว่าจนไม่ได้ตั้งใจเรียน 🚩เราเติบโตมาในครอบครัววัยทำงานที่ไม่มีเวลามาใส่ใจลูกท่าที่ควรเท่าไหร่🚩 เราในครอบครัวพอเคยโดนอุ้มชูแบบภูมิใจของพ่อแม่พอมาที่เรียนใหม่เลยอยากจะเด่นอีกครั้ง อยากเด่นจนกดคนอื่นให้ต่ำก่าตัวเอง อยากเด่นจนโม้ให้เก่งกว่าใคร อยากเด่นเลยพยายามเข้ากับเพื่อนใหม่กลุ่มใหญ่ ก็แค่เด็กน้อยที่อยากให้คนมาสนใจกับเรียกร้องหาแสงเท่านั้น มีวันหนึ่งกำลังถือขนมมาเห็นแม่นั่งเล่นมือถือและร้องไห้นิดหน่อยเลยสงสัยมานั่งข้างชะเง้อมองหน้าจอแต่พ่อใหม่มาทะเลาะกับแม่เสียงดังมากเลยจนเราไม่เข้าใจกว่าเดิม เรื่องของผู้ใหญ่ในตอนนั้นเพราะโดนสอนว่าห้ามแทรกเลยไม่กล้าแต่พอเห็นแม่ร้องไห้หนักเลทนไม่ได้หลุดปากเถียงสู้ครั้งแรกว่า พ่อใหม่นั่นแหละที่แย่งแม่มาจากพ่อของหนู สรุปคือโดนทุบกลางหลังร่วงจากโซฟาลงพื้นที่น่าจะฉาบเหงาปูนอ่ะแข็งจริงนะ คางกระแทกไม่พอเจ็บและจุกไปหมดเลยคือตอนนั้นตัวเล็กมากเพราะได้พ่อ ตอน 8 ขวบเราสูงแค่ 125 เองลองนึกดูว่าตอน 7 ขวบเราจะตัวเล็กกว่านั้นนิดหน่อยและโดนคนตัวโตเหมือนหมีมาทุบจนหลังแอ่นเขียวอ่ะ จุกจนร้องไม่ออกเลยยังดีที่แม่เลือกลูกตัวเองมากกว่าเลยช้อนอุ้มไปพาหนีออกไปด้านนอกเจอย่าใหม่ที่รักและเอ็นดูเรากับน้องเข้ามาห้ามพ่อใหม่ให้ไปสงบสติก่อนจะช่วยดูเรากับแม่ ส่วนน้องชายของเราอยู่บ้านของน้าอีกหลังหนึ่งกำลังเล่นไม่ได้รู้เรื่องหรอก คือเราเจ็บมากร้องแบบเจ็บทั้งตัวเลยจุดกในอกว่าทำไมตัวเองถึงโดนทำแบบนั้นล่ะ ตอนนั้นไม่ได้เข้าใจผู้ใหญ่จริงๆนะ สุดท้ายย่าใหม่เลยช่วยโทรหาพ่อของเรา ไม่กี่วันพ่อก็มาจริงับรถมาในนั้นมี ลุง ป้า น้า อา ย่าในวัยที่แก่มากแล้วก็มารับ ตอนนั้นยังเด็กเลยดีใจมากแต่พอโตมามันซึ้งนะ พอนึกได้ตอนนั้นพอเห็นพ่อที่ตัวเล็ก เขาสูงแค่ 150 เดินลงจากรถและเร่งเดินมาหาคุกเข่าอ้าแขนให้เราวิ่งเข้าไปสวมกอดอ่ะ มันอุ่นจนน้ำตาร่วงจริงๆ55 พ่อของเราเวลายิ้มจะดูใจดีมาก ตัวเล็กเลยขี้เกรงใจ ใครมาขอให้ช่วยถ้าตัวเองไม่ลำบากจนขาดแคลนก็จะช่วยและไม่กล้าทวงเลยด้วยซ้ำ หัวล้านนิดหน่อยแบบผมบางเราเลยชอบล้อว่าดวงอาทิตย์น้อย เขาเป็นพ่อที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้ว พอเวลาผ่านไปเราก็กลับบ้านเกิดแต่เพราะที่ทำงานของพ่อย้ายเลยได้พาครอบครัวย้ายไปแถวชนบทอีกแล้ว เราเข้าเรียนแรกเริ่มแปลกตาแปลกใจกับที่ใหม่ที่เพื่อนผิวไม่ขาวแบบเราเลย ดูแปลกดีแต่ก็อยากจะมีเพื่อนเลยคุยจนได้เพื่อนมา เด็กชนบทสำหรับเราในตอนนั้นดูจะบ้านนอกแต่เล่นสนุกมากเพราะลุยดินเลย เราเก่งวิชาพอตัวนะ คณิตรุ่ง อังกฤษรุ่ง ไทยรุ่ง สามหลักคือรุ่งหมดเลยแต่พอเข้าช่วง ประถม 3 4 5 เราเริ่มรู้สึกว่เพื่อนเริ่มตีตัวออกห่างเพราะเราพยายามมากเกินไป พยายามชูแขนขึ้นเพื่อตอบคำถาม พยายามตั้งใจเด่นคือจริงๆเรากลัวว่าตัวเองจะโดนทิ้งไว้ข้างหลังจนโดนลืมเลยพยายามจะเป็นแสงที่จ้าอ่ะ อ่ย บีบน้ำตาเก่งด้วยนะ คือเราเด็กเมืองไม่เคยเล่นอะไรที่แบบน่าอายอย่างกางเกงในที่ต้องใส่วิ่งอ่ะ มันรู้สึกว่าตัวเราไม่เหมาะเลยมันน่าอายเกินไปและตอนนั้นมีคนที่ชอบเลยไม่กล้าก่อนจะร้องไห้สะอื้นจนได้ฉายาเจ้าแม่น้ำตาร่วงเลยล่ะ ครูบังคับลงกีฬาสีให้ไปวิ่งแข่งแต่เราที่ลงเชียร์ไม่ยอมแต่ครูบังคับแบบเดินมากระชากแขนเลยร้องไห้ใส่ไปเลย ทั้ง อึดอัด อัดอั้นและไม่เข้าใจว่ามีคนตั้งเยอะทำไมต้องมาเล็งเราด้วยเลยระบายใส่ไปด้วยน้ำตานั่นแหละคิดว่าร้องเสียงยิ่งดังยิ่งมีคนสนใจด้วยนะ ประถม 4 เริ่มเทคณิตเพราะเพื่อนมีการจ้างงานทำเลยลองทำตามบ้างพอเห็นว่ามีคนทำให้เยสบายไม่สนใจ ประถม 5 เพราะเด่นอังกฤษจนเพื่อนตีตัวออกห่างเลยเทการเรียนจากเกรด 4 อัพหลายวิชาจนเหลือลดลงมาไม่ว่าจะ 3 หรือ 2.5 ประถม 6 คนที่แอบชอบตายเลยเสียใจมากแต่ก็ไม่ได้นานขนาดนั้นเพราะเริ่มพยายามจำรากฐานความรู้แต่พอพยายามเข้าใจก็ลำบากหน่อย แต่ก็รอดเข้ามอต้นได้ แต่กับเพื่อนเดิมได้แยกย้ายห้องเพราะมีหลายทับแบ่งห้องเลย เราได้ห้องคิงก็อึ้งเพราะกดดันแต่ก็ไม่ได้เคร่งเท่าไหร่เลยคิดว่าตัวเองคงจะเรียนรอดแต่พอเรียนไปเรื่อยๆ เริ่มตามเพื่อนไม่ทันเพราะรากฐานไม่เข้าที่เข้าทาง มีเพื่อนก็พยายามช่วยกันจนรอดมาเทอมแรก เราแรกเริ่มไม่ได้อะไรหรอกจนติดมือถือขึ้นนิดหน่อยพอเห็นเพื่อนมีอะไรก็อยากจะมีเลยขอพ่อแม่ 🚩ที่ฐานะตอนยังเล็กคือพวกเขามีเงินตามใจเราแต่พอเรื่องชู้จนไม่สนิทกันอีกคล้ายว่าจะไปทะเลาะกันเรื่องแม่อยากจะเปิดร้านเลยให้พ่อไปกู้เงินมาสองล้านยังดีที่พ่อเป็นข้าราชการเลยกู้มาก็พอจะใช้จ่ายได้🚩 สุดท้ยไม่รุ่งนะร้านอ่ะ ส่วนเราพอไม่ได้ดั่งใจก็ไม่เข้าใจพ่อแม่หรอกว่าลำบากคือวัยรุ่นก็ติดเพื่อนรู้สึกด้อยกว่าไม่ได้เลยพยายามของตัวเองไป พอเรียนเริ่มไม่เข้าหัวก็ซึมเศร้าเข้ามาทีละน้อยนั่นแหละ จากแรกเริ่มแค่เบียวตามกระแสพอเป็นจริงโคตรจะดิ่งอยากจะตายให้พ้นจากแรงกดดันแต่พอคิดว่ายังเล่นเกมไม่จบสุดท้ายเลยหันมาติดเกม ดรอปเรียน ไม่ใส่ใจพ่อแม่หรือคนรอบข้างอีก ปิดกั้นจนสร้งโลกส่วนตัว พอเล่นเกมก็มีเพื่อนในโลกออนไลน์ ทำอะไรสำเร็จในเกมก็พยายามเล่นให้เก่งอยากจะเอาดีด้านนี้ 13 14 15 16 ยัน 17 พึ่งจะเงยหน้าจากหน้าจอขงเกมพอเห็นอีกที พ่อแม่ที่เริ่มมีหงอก เห็นน้องชายจากตัวเล็กที่เดินตามเราก็เติบโตขึ้น เราพึ่งจะรู้สึกครั้งแรกว่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเกินไปแล้ว ตอนนั้นจุกนะ เรามัวแต่คิดว่าไม่มีคนเข้าใจเรา มัวแต่คิดว่าทุกคนคงจะมองเราเป็นเด็กมีปัญหา สรุปไม่เลยเพราะพ่อแม่แรกเริ่มไม่เข้าใจก็จริงพยายามจะเอาบังคับให้ไปเรียนแต่พอเห็นเราฝืนไม่ได้เลยไม่ได้บังคับอีกคงจะเห็นภาพลูกตัวเองจากที่เคยอุ้มชูทะนุถนอมกลายเป็นแบบนี้คงจะผิดหวังของพวกเขานั่นแหละ มีวันหนึ่งเราก็รู้ว่าแม่มีแฟนใหม่แล้วค่อนข้างจะขี้หวงเลยแยกบ้านไปช่วงหนึ่งเลย พ่อเลี้ยงได้ไปรับไปส่งน้องชายแทน จะร้องอ่ะ55 คือภาพพ่อแม่จากที่เคยยังไม่มีรอยตีนกาชัดแต่พอเวลาผ่านไปตอนไหนไม่รู้ที่เราพึ่งจะหันมาสนใจก็เห็นพวกมันโผล่มาแล้ว อ่ย ก็เวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆ แม่คล้ายจะทนไม่ไหวกับแฟนใหม่เลยหนีมาหาเรากับน้องที่บ้านขอพักและล็อกประตูก่อนจะขึ้นชั้นสอง เราเล่นเกมกับเพื่อนนะตอนนั้น พอได้ยินเสียงก็ตอบรับไปงั้นแต่พอสักัพกใหญ่ได้ยินเสียงตะโกนโวยวายคนเมาคือแฟนใหม่ของแม่นั่นแหละ มาหาเรื่องแม่แต่แม่ไม่กล้ามารับหน้าเราเลยแง้มหน้าต่างที่มีกรงเหล้กกั้นไม่ทันรู้อะไรหรอกแค่ฟังและตอบเบี่ยงไม่ยอมรับว่าแม่กลับมาเพราะประตูบ้านไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้นแค่กลอนยังเอียงเลย สรุปเขาเห็นผ้าห่มที่พื้นขดนอนเลยนึกว่าแม่เลยชักปืนผิดกฎหมายขึ้นมายื่นเข้าหน้าต่างมาอ่ะ เราตกใจมากกลัวจัดเลยปกติแค่ตะคอกหรือตะโกนเถียงผู้ใหญ่ก็น้ำตาจะร่วงแล้วมันอึดอัดที่ต้องเถียงคนมีอายุอยู่แล้ว ตอนนั้นคือน้ำตาร่วงแล้วรีบลุกไปยืนกั้นไม่ให้ปืนเล็งน้องรู้สึกแค่ว่าตัวเองจะเป็นอะไรก็ได้แต่น้องยังเด็กยังโตได้อีก คือยืนจนปลายปืนกระแทกอกรู้สึกได้เลยแต่เขาไม่ได้ยิงนะเพราะเราเถียงสู้คนเมาและเขาเหมือนจะมีพี่สาวมาห้ามเลยอารมณ์เสียเอาปืนออกไปยิงป่าด้านนอกแทนและไประบายอารมณ์ที่รถของแม่แบบทุบจนกระจกเละ เรากลัวมากเลยล่ะแอบคิดว่าตกลงชีวิตเรามันจะอะไรขนาดนั้นด้วยนะ55 สุดท้ายก็รอดจากพวกบรรดาแฟนใหม่ของแม่มาจนถึงตอนนี้ ไม่มีอะไรเพิ่มแล้วถึงจะมีมุมตลกในชีวิตแต่เราอยากจะพูดแค่เรื่องพวกนี้ อัดอึดแบบอัดอั้นอยากจะระบายออกมาแต่ไม่กล้าเลย ไม่รู้จะเปิดใจคุยกับครอบครัวยังไง ร้องไห้แบบไม่มีเสียงตลอดเลยเรารู้แค่พวกเขาลำบากหาเงินมาเลี้ยงชูครอบครัวก็เหนื่อยพอแล้วจะให้มาฟังความรู้สึกของเด็กน้อยเพิ่มอีกอาจจะเหนื่อยเพิ่มก็ได้ แม่ของเรา 50 ปี พ่อของเรา 55 ปีล่ะมั้ง เรา 20 ปี น้องเรา 17 ปี เรามีพี่ชายคนโตกับพี่ชายคนรองจากฝั่งแม่ด้วยนะแบบคนละพ่อ ส่วนฝั่งของพ่อเรามีพี่สาวคนโตกับพี่ชายคนรองแบบคนละแม่ พวกเขารักเรากับน้องมากแบบเอ็นดูคอยมาเลี้ยงมาดูแลด้วยเลยสนิทกันยังขอบคุณเสมอเลย มีครั้งหนึ่งที่พ่อเมามากและเมาแบบคนไม่ได้มีสติจนน่าจะความในใจของเขาเคยถามเราว่า หนู ถ้าพ่อตายไปหนูจะอยู่ยังไงล่ะลูก หนูไม่เอาอะไรเลยทั้งที่เราอาจมีมากกว่าคนอื่น พ่อรู้ว่าเรามีน้องชายแต่สักวันเขาก็ต้องมีครอบครัวของเขาอาจจะดูแลหนูไม่ได้อีก ถึงพ่อจะฝากให้น้องชายดูแลหนูตอนพ่อตายไปแต่หนูห้ามกลับไปหาฝั่งย่าเพราะหนูทนใช้ชีวิตบ้านนอกไม่ได้แน่นอน แม่ของหนูก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ดูแลหนูไม่ได้หรอก เราเคยคิดนะ เราคิดมาตลอดแต่เราก็ไม่เคยคิดถึงชีวิตหลังไม่มีพ่อแม่เลยเพราะเคยจะยอมตายตามไปรู้สึกผิดกับน้องชายกับพวกพี่ๆแต่เราผูกพันกับพวกเขามาก คนแรกที่อุ้มชู คนแรกที่สอนขี่จักรยาน คนที่คอยโอ๋ คนที่เคยกล่อม คนที่เคยชมเวลาเราทำอะไรสำเร็จ เรานึกไม่ออกว่าถ้าไม่มีพวกเขาแล้วจะอยู่ยังไง ทรมานใจไปหมดเลย เราอยากจะโตเพื่อเลี้ยงพวกเขาตอนแก่แต่ตอนนี้แค่ก้าวแรกก็ไม่กล้าโตต่อแล้ว กลัวอ่ะจริงๆนะ อยากตัวเล็กลงอยากจะกอดพวกเขาแบบตัวเราเล็กจนจมในอกของพวกเขาอีกครั้งมันรู้สึกว่าถ้ามีพวกเขาแบบนี้มันปลอดภัยและอุ่นเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้พอดได้เราก็สมัครกศน.อยากจะสานให้พวกเขาเห็นว่าเราหัดยืนเองเหมือนตอนเล็กที่หัดยืนครั้งแรกได้แล้วแบบที่พวกเขาแค่เฝ้ามองก็พอ อ่ย แอบไร้สาระไปหน่อยเพราะร้องไประบายไปแต่อย่าว่ากันเลยนะ55
แค่อยากเล่าค่ะ