[เตือนภัย] ก้างปลาติดคออย่าหาทำ! แชร์เคสจริง กลืนน้ำลายก๊อกเดียวก้างร่วงลงกระเพาะ ต้องส่องกล้องดึงก้าง 3 cm ออกมา

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน หมอพูมเองครับ วันนี้มีเคสน่าสนใจและอยากนำมาแชร์เพื่อเตือนภัยใกล้ตัวที่หลายคนอาจมองข้ามครับ




​เรื่องมีอยู่ว่า มีผู้ป่วยท่านหนึ่งมาหาหมอด้วยอาการเจ็บคอมากหลังจากทาน "เมนูปลาช่อน" พอหมอถามว่าเจ็บตรงไหน คนไข้ก็ชี้ให้ดูที่ บริเวณตรงกลางลำคอ พอดี

​ตรงนี้หมอเริ่มเอะใจทันทีครับ เพราะโดยปกติแล้ว เวลาที่เราทานอาหารแล้วก้างปลาติดคอ ก้างมักจะไปทิ่มติดอยู่ที่บริเวณ ต่อมทอนซิล ซึ่งจะอยู่ทางด้านซ้ายหรือด้านขวาเป็นหลัก หรือถ้าเจ็บตรงกลาง ก็อาจจะเป็นบริเวณโคนลิ้น

​พอหมอลองใช้เครื่องมือส่องตรวจดูภายในช่องคอผู้ป่วยทั้งบริเวณโคนลิ้นและทอนซิลทั้งสองข้าง ปรากฏว่า "มองไม่เห็นก้างปลาเลยครับ"


​หมอเลยตัดสินใจส่งผู้ป่วยไปถ่ายภาพ X-Ray บริเวณลำคอด้านข้าง (Lateral Neck X-Ray) ทันที เพื่อดูว่าก้างหลุดลงไปลึกกว่านั้นไหม แล้วก็เจอแจ็คพอตจริงๆ ครับ! ภาพ X-Ray ชี้ให้เห็นสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในหลอดอาหาร ที่ระดับกระดูกคอชิ้นที่ 5 ต่อชิ้นที่ 6 (C5-C6) หมอจึงรีบส่งปรึกษาคุณหมอศัลยกรรมเพื่อเตรียมส่องกล้องนำออกด่วน



​นาทีระทึกในห้องส่องกล้อง
​เมื่อคุณหมอศัลยแพทย์ทำการส่องกล้องลงไปในหลอดอาหาร ก็เจอก้างปลาช่อนชิ้นนี้จริงๆ ครับ แต่ในจังหวะที่คุณหมอกำลังจะใช้คีมคีบก้างออกมานั้น... คนไข้ดันเผลอกลืนน้ำลายลงไปหนึ่งอึก!



​แรงจากการกลืนทำให้ก้างปลาชิ้นนั้นหลุดร่วงพรวดลงไปในกระเพาะอาหารทันที! คุณหมอศัลยกรรมเลยต้องเปลี่ยนแผน ส่องกล้องตามลงไปคีบในกระเพาะอาหารต่อ และในที่สุดก็สามารถคีบก้างปลาออกมาได้อย่างปลอดภัย พอเอาออกมาวัดดู ปรากฏว่า ก้างปลามีขนาดยาวถึง 3 เซนติเมตร! ยาวและแหลมมากครับ ถือว่าโชคดีมากที่ไม่ได้ดึงให้หลอดอาหารทะลุหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่านี้





​หมอเลยอยากถือโอกาสนี้มาฝากข้อเตือนใจให้เพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคนครับ


​ข้อควรระวังเมื่อก้างปลาติดคอ:
​ห้ามปั้นข้าวเหนียว ข้าวสวย หรือขนมปังกลืนลงไป: ความเชื่อโบราณที่ว่าให้กลืนข้าวตามเพื่อดันก้างลงไป เป็นวิธีที่อันตรายมากครับ เพราะมันจะยิ่งไปดันให้ก้างปลาทิ่มแทงลึกลงไปในเนื้อเยื่อ หรืออาจทำให้หลอดอาหารฉีกขาดและทะลุได้
​ห้ามใช้นิ้วมือหรืออุปกรณ์ใดๆ ล้วง/เขี่ยออกเอง: เพราะอาจเพิ่มบาดแผลและนำเชื้อโรคเข้าสู่ลำคอ
​ห้ามดื่มน้ำส้มสายชู: น้ำส้มสายชูไม่ได้ช่วยละลายก้างปลาแต่อย่างใด และอาจกัดกร่อนเยื่อบุช่องปากและคอเพิ่มอีกด้วย


​สิ่งที่ควรทำที่สุด:
หากรู้สึกเจ็บคอ สงสัยว่าก้างปลาติดคอ และลองกลั้วคอด้วยน้ำสะอาดแล้วยังไม่ออก ให้หยุดทานอาหารทันที แล้วรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลครับ เพื่อความปลอดภัย

​เพื่อนๆ ชาวพันทิปเคยมีประสบการณ์ก้างปลาติดคอกันบ้างไหมครับ? แล้วตอนนั้นใช้วิธีไหนแก้กัน ลองมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะครับ!

ถ้าเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ อย่าลืมกดโหวต แชร์ คอมเมนต์ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

แล้วอย่าลืมกดติดตาม จะได้ไม่พลาดความรู้ทางการแพทย์สนุก ๆ แบบนี้ครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่