[CR] No.225 Henry’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้ (2569) : คนจีบไม่ท้อแต่คนโดน (ยัง) ไม่จำ


- หลังจากดูจบในรอบสื่อเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยรวมเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ทราบข่าวการประกาศตัวว่าจะ Remake Project หนัง Rom-Com สุดฮิตแห่งยุค 2000’s อย่าง 50 First Dates (2004) มาปัดฝุ่นใหม่ว่าเรื่องราวที่ดำเนินไปผลสุดท้ายหวยจะเป็นอย่างไร? ประกอบกับพอมาร่วม Co กันกับค่าย GDH ยิ่งเป็นอะไรที่เข้ากับ Concept แบบไม่ต้องลุ้นให้ปวดกบาลชนิดยกมือพิงหัวชมหน้างานแล้วพริวปากชิล ๆ ด้วยความอย่างสบายใจ  เพราะมีชุดข้อมูลเป็นฐานรองรับความจำลาง ๆ อยู่ ถึงกระนั้นอีกใจมันอดไม่ได้ที่จะเผลอเปรียบเทียบเป็นระยะ ๆ ว่าแต่ละย่างก้าวที่ออกมาจะมีความเหมือนหรือแตกต่างจากต้นฉบับมากน้อยแค่ไหนก็คุมสติแล้วเอามือตบบ่าสวนกลับเสียงในหัวไปว่า “ช่างมัน” สำรวจหน้างานไป ไม่ต้องพยายามตรวจสอบอะไรขนาดนั้นเพราะยังไงมันก็เล่าออกมาไม่เหมือนกันทุกคำอยู่แล้ว แถมสิ่งที่นำเสนอก็เป็นคนละคน คนละมุมมอง ไม่ได้หยิบทั้งโครงมา Copy & Paste  ทั้งดุ้นซะหน่อย อย่างน้อยมันควรมีพื้นที่ให้ผู้กำกับถ่ายทอดฝีมือและวิสัยทัศน์ของตัวเองบ้างและ Version นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ายังคงสไตล์การเล่าของคุณเมษ ธราธรที่เคารพรอยเท้าของต้นฉบับไว้อย่างเต็มเปี่ยมโดยเฉพาะบรรดามุกตลกเนี่ย

- แล้วจากที่เคยดูผลงานของผู้กำกับแค่ 2 เรื่องก่อนหน้าโน้นอย่าง ATM เออรัก เออเรอ (2555) กับ ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ (2557) ในโรงก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเลือกผู้กำกับคนนี้มารับไม้ต่อ Project นี้ คงเพราะเนื้อเรื่องต้นฉบับมีความ Rom-Com แบบ Feel Good เรียบง่าย เบาสบาย เป็นมิตรต่อคนดู แต่ยังมีปมให้ตัวละครต้องเผชิญและจัดการกับ Situation ที่ยุ่งเหยิงแม้วันมามากตามสูตรสำเร็จ พอนำมาเล่าใหม่ในบริบทของไทยเลยกลายเป็นอะไรที่เข้ากันกับสไตล์การเล่าอย่างลงตัวและถูกจริตคนไทยส่วนใหญ่ที่ชอบเสพอะไรแบบนี้ไม่ว่าจะฉากจูจี้ระหว่างพรี่บ่าว Henry  กับสาวนุ้ย Lucy หรือสารพัดมุกตลกที่ขยันประเคนแบบ Non-Stop ชนิดมาทีขำกันเหนื่อย จนต้องขอพักเบรกหายใจ ก่อนจะขำต่อกับมุกถัดไปแทบไม่ทันว่าจะมีแรงปล่อยมุกอีกเหรอเนี่ย พอ ๆ กับตอนดู สัปเหร่อ 2 (2569) แม้จะมีทั้งขำบ้าง ขำไม่ทันบ้าง หรือเฉย ๆ แต่ก็มีบางช่วงที่เล่นมาในลักษณะนี้จนภาพในหัวจาก ไอฟาย ลอยเข้ามาจนเกิดอาการหน้าฉงนว่ายังจะเล่นมุกแบบนี้อีกเหรอเนี่ย  ถึงอย่างนั้นไม่ปฏิเสธว่ามันคือผงชูรสชั้นดีที่ช่วยเติมเต็มความบันเทิงผ่านเสียงหัวเราะให้กับเรื่องราวความรักชลมุนระหว่างทางที่พาให้เราเสพบรรยากาศรายล้อมด้วยทะเลและภูเขาทางภาคใต้ ซึ่งให้ Feel  Aloha แบบ Lilo & Stitch (2002) ไม่ Moana (2016,2026) ไปในตัวกระทั่งยืดปมที่ยังเคลียร์ไม่เรียบร้อยออกไป หลังจากตกใจกับช่วงเวลาเผยความในใจที่เปิด Floor เร็วเกินแบบไม่ทันตั้งตัวเพราะในต้นฉบับกว่าจะถึงจุดนั้นรอแล้วลุ้นอีก

- ความที่มีนักแสดงนำและหลักสำคัญจริง ๆ ไม่กี่คน ดูจาก Poster  นับนิ้วได้ทำให้ยิ่งโฟกัสเรื่องราวที่เล่าแบบ Play Safe ในสเกลใหญ่ได้สะดวกแบบถอดสมองออกมา แล้วใช้แต่ตากับใจสำรวจการแสดงของ 2 พระ-นางอย่างคุณณเดชน์และคุณมินนี่ที่มีเคมีแปลกตาแต่ละมุนอย่างเป็นธรรมชาติแถมช่วยพยุงให้เราติดตามเส้นทางความรักผ่านอุปสรรคและโชคชะตาที่มากับโรคความจำสั้น เป็นบททดสอบของทั้งคู่ให้ต้องฝ่าฟันจนอดลุ้นและเอาใจช่วยตามไปด้วยไม่ได้แม้รอบนี้มีการสลับบทให้ได้เห็นความท้าทายจากการแสดงของคุณณเดชน์ในโหมดนี้ขึ้นมาอีกขั้นจนลืมภาพจำนักบู๊ที่หันไปดูช่องไหนก็เจอแต่พรี่แกเล่นบทนี้จนติดเป็นภาพจำไปแล้วขณะนั้นโดยเฉพาะการได้เห็นพรี่แกแหลงใต้แม้มีปนทองแดงแต่ได้ในระดับนี้ถือว่าดีมากสำหรับคนภาคอื่นที่ต้องมาพูดต่างสำเนียงจนกลายเป็นว่าผมกลับเป็นห่วงตัวคุณมินนี่แทนตั้งแต่ก่อนดูแล้วว่า จะสามารถรับมือกับพลังที่คุณณเดชน์รวมถึงนักแสดงแต่ละท่านที่มีประสบการณ์การแสดงโชกโชนอย่างคุณซูโม่กิ๊ก คุณเบิ้ล คุณวิเวียน และ น้อนคาปิบารา ส่งมาได้หรือเปล่า? ในเมื่อบทที่รับคือเดอะแบกที่ต้องรับและส่งกลับไปไม่ใช่แค่คนที่กูพยายามจีบแต่รวมถึงคนใกล้ตัวของเขาที่กูต้องซื้อใจด้วยแต่พอได้ดูปรากฏว่า “เฮ้ย เอาอยู่” ทำได้สวยงาม ไม่จมไปกับการแสดงที่แต่ละคนส่งมาอย่างเต็มเหนี่ยวหรือ Locations ที่ทำหน้าที่ขายบรรยากาศได้งดงามจนลืมความยืดเยื้อของหนังแถมการปรับบทให้เข้ากับยุคสมัยรวมถึง Status ที่ได้รับมันช่วยผลักดันการแสดงให้เฉิดฉายจนนึกถึงตอนคุณไอซ์ ปรีชญาเล่น ไอฟาย ขึ้นมาเหมือนกันในแง่ของการโชว์ทักษะทางด้านภาษาที่ต้อง Speak กันหลายภาษา

- ถ้าตัดพวกมุกตลกสัพเพเหระออกไปมองว่าเนื้อความที่สัมผัสได้ มันคือหนัง Drama สะท้อนชีวิตของคนมี รัก ที่สามารถกินใจและค่อย ๆ เรียกน้ำตาให้ไหลซึมออกมาเองได้ดี ๆ เพราะมันให้ความหมายกับเราถึงการต่อสู้และความพยายามของคน ๆ หนึ่งที่อยากมอบตัวและหัวใจให้กับคนที่ตนเองรักซึ่งเพิ่งมาทราบภายหลังว่าอีกฝ่ายมีอาการความจำสั้นที่สามารถจดจำ Details เรื่องราวที่พบเจอกันได้เพียงแค่วันเดียว ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงหรือเกิดขึ้นกับเรามันคงเป็นอะไรที่สะเทือนใจมากกว่าจะขำออก โดยเฉพาะถ้าคน ๆ นั้นคือคนในครอบครัว การต้องคอยดูแลเพื่อเอาใจให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจด้วยการทำ Activity เดิมซ้ำ ๆ ทุ่มเททั้งใจโดยไม่รู้ว่าจะหายจากอาการที่เป็นอยู่กี่โมง? มันทั้งเหนื่อยกายและทรมานใจกับการเผชิญปัจจัยหลายอย่างเข้ามาสำทับเหมือนติดอยู่ใน Loop ที่วนไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ต้องเดินทางข้ามเวลา สิ่งเหล่านี้จึงค่อย ๆ ซึมซับและสะสมในใจของคนที่คอยดูแลและเป็นคนที่ต้องรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดซึ่งนั่นก็คือเราจนเมื่อมาถึงจุด ๆ หนึ่งก็คงต้องหันกลับมาทบทวนและตั้งคำถามกับตนเองว่าจะเอายังไงต่อ ? พอทั้งหมดที่นำเสนอมาตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมง 55 นาที จนจบแล้วกลับไประลึกถึง Version ต้นฉบับก็ยิ่งเห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจนว่า เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนวิธีการรับมือกับแต่ละสิ่งก็เปลี่ยนแปลงตามแต่ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาไหนสิ่งสำคัญที่ยังต้องมีอยู่เสมอคือ “กำลังใจ” ที่จะช่วยให้เรายังมีแรงก้าวต่อไป

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
ชื่อสินค้า:   Review By EMistique
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่