ช่วงนี้เดินไปทางไหนก็เห็นกล้วยน้ำว้าแขวนอยู่ทุกหัวมุมตลาดเลยนะคะ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นผลไม้พื้นบ้านธรรมดาๆ ที่หาทานเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จริงๆ แล้วกล้วยน้ำว้านี่แหละค่ะคือซูเปอร์ฟู้ดฉบับไทยแท้ที่ให้ประโยชน์มหาศาลเกินราคาไปมากเลยค่ะ ความมหัศจรรย์ของมันอยู่ที่ "ระดับความสุก" ซึ่งแต่ละระยะจะให้สารอาหารและสรรพคุณในการดูแลร่างกายที่แตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง วันนี้เราลองมาทำความรู้จักเพื่อนยากผลสีเหลืองนี้ให้ดีขึ้นอีกนิด แล้วคุณจะรู้ว่าการหยิบกล้วยมาทานสักลูกในเวลาที่เหมาะสม สามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ

กล้วยดิบ (เปลือกสีเขียวสด)
ในระยะที่กล้วยยังดิบสนิท จะมีปริมาณแป้งที่ทนต่อการย่อยสูงมากค่ะ หรือที่ทางวิชาการเรียกว่า Resistant Starch แป้งชนิดนี้จะไม่ถูกย่อยในลำไส้เล็กแต่จะเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่เพื่อเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ตัวดีค่ะ สรรพคุณเด่นที่สุดของกล้วยดิบคือการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เพราะกล้วยดิบจะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ในผนังกระเพาะอาหารสร้างเมือกออกมาเคลือบแผลไว้ แถมยังมีสารฝาดสมานที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวร้ายได้ดีมาก ใครที่มีปัญหาท้องเสียบ่อยๆ การทานกล้วยดิบหรือกล้วยผงช่วยหยุดอาการถ่ายท้องได้ชะงัดนักค่ะ

กล้วยห่าม (เปลือกสีเขียวอมเหลือง)
ระยะนี้เป็นระยะที่เคี้ยวสนุกและได้ประโยชน์แบบสองทางค่ะ คือยังมีแป้งที่ช่วยเคลือบกระเพาะอยู่บ้าง แต่ก็เริ่มมีน้ำตาลธรรมชาติที่ให้พลังงานแก่ร่างกายแล้ว กล้วยห่ามช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายได้ดีเยี่ยมค่ะ สำหรับใครที่ธาตุอ่อนหรือท้องเสียง่าย การทานกล้วยระยะนี้จะช่วยเพิ่มกากใยและทำให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดอาการบวมน้ำและช่วยควบคุมความดันโลหิตให้คงที่ เหมาะมากสำหรับทานเป็นของว่างก่อนออกกำลังกายเพราะให้พลังงานที่ค่อยๆ ปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอค่ะ

กล้วยสุก (เปลือกสีเหลืองนวล)
เมื่อกล้วยสุกเต็มที่ แป้งส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอย่างฟรุกโทสและกลูโคส ซึ่งร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันทีค่ะ ในระยะนี้กล้วยจะมีสารเพกติน (Pectin) สูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นใยอาหารละลายน้ำที่ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระและทำให้อุจจาระนิ่มลง ใครที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง ขับถ่ายยาก แนะนำให้ทานกล้วยน้ำว้าสุกวันละ 1-2 ลูกตอนเช้าหลังตื่นนอนค่ะ จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานคล่องตัวขึ้นเยอะเลย นอกจากนี้กล้วยสุกยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใสด้วยนะคะ

กล้วยสุกงอม (เปลือกเริ่มมีจุดกระสีดำ)
หลายคนอาจจะหยิบกล้วยที่มีจุดดำๆ ทิ้งเพราะดูไม่น่ากิน แต่นั่นคือขุมทรัพย์เลยค่ะ เพราะจุดดำบนเปลือกกล้วยคือสัญญาณบอกว่ากล้วยลูกนั้นมีสารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว หรือที่เรียกว่า TNF (Tumor Necrosis Factor) ซึ่งมีส่วนช่วยในการต้านเซลล์ที่ผิดปกติและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงค่ะ กล้วยสุกงอมจะย่อยง่ายที่สุดในบรรดาทุกระยะ เหมาะสำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีระบบย่อยอาหารไม่แข็งแรง แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นเบาหวานอาจจะต้องระวังระยะนี้เป็นพิเศษหน่อยนะคะเพราะน้ำตาลจะค่อนข้างสูงค่ะ

เคล็ดลับการทานกล้วยน้ำว้าตามช่วงเวลา
เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด ลองปรับการทานตามช่วงเวลาแบบนี้ดูนะคะ
① ช่วงเช้า: ทานกล้วยสุก 1-2 ลูกคู่กับน้ำเปล่า ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและเติมพลังงานสมองให้พร้อมทำงาน
② ช่วงบ่าย: หากเริ่มรู้สึกเพลียหรือสมองล้า กล้วยน้ำว้าช่วยเติมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ลดอาการหิวจุกจิกได้ดีกว่าขนมหวานค่ะ
③ ก่อนนอน: สำหรับใครที่นอนหลับยาก ลองทานกล้วยน้ำว้าสักลูกก่อนนอนค่ะ เพราะมีกรดอะมิโนทริปโตเฟนที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและหลับสบายยิ่งขึ้นค่ะ
การดูแลสุขภาพเริ่มได้ง่ายๆ จากของใกล้ตัวอย่างกล้วยน้ำว้านี่เองค่ะ ลองสังเกตอาการของตัวเองดูนะคะว่าช่วงนี้ร่างกายต้องการความช่วยเหลือด้านไหน แล้วเลือกทานกล้วยในระดับความสุกที่เหมาะสมดูค่ะ แต่อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญคือการกินอาหารให้หลากหลายและพอเหมาะ ไม่ควรทานกล้วยมากเกินไปจนละเลยอาหารกลุ่มอื่นนะคะ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลที่สุดค่ะ

.
ที่มา
Bluzone
🍌 “กล้วยน้ำว้า” เลือกกินให้ถูกระยะ เพราะประโยชน์เปลี่ยนตาม “ความสุก”
ช่วงนี้เดินไปทางไหนก็เห็นกล้วยน้ำว้าแขวนอยู่ทุกหัวมุมตลาดเลยนะคะ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นผลไม้พื้นบ้านธรรมดาๆ ที่หาทานเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จริงๆ แล้วกล้วยน้ำว้านี่แหละค่ะคือซูเปอร์ฟู้ดฉบับไทยแท้ที่ให้ประโยชน์มหาศาลเกินราคาไปมากเลยค่ะ ความมหัศจรรย์ของมันอยู่ที่ "ระดับความสุก" ซึ่งแต่ละระยะจะให้สารอาหารและสรรพคุณในการดูแลร่างกายที่แตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง วันนี้เราลองมาทำความรู้จักเพื่อนยากผลสีเหลืองนี้ให้ดีขึ้นอีกนิด แล้วคุณจะรู้ว่าการหยิบกล้วยมาทานสักลูกในเวลาที่เหมาะสม สามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ
ในระยะที่กล้วยยังดิบสนิท จะมีปริมาณแป้งที่ทนต่อการย่อยสูงมากค่ะ หรือที่ทางวิชาการเรียกว่า Resistant Starch แป้งชนิดนี้จะไม่ถูกย่อยในลำไส้เล็กแต่จะเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่เพื่อเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ตัวดีค่ะ สรรพคุณเด่นที่สุดของกล้วยดิบคือการช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อน เพราะกล้วยดิบจะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ในผนังกระเพาะอาหารสร้างเมือกออกมาเคลือบแผลไว้ แถมยังมีสารฝาดสมานที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตัวร้ายได้ดีมาก ใครที่มีปัญหาท้องเสียบ่อยๆ การทานกล้วยดิบหรือกล้วยผงช่วยหยุดอาการถ่ายท้องได้ชะงัดนักค่ะ
ระยะนี้เป็นระยะที่เคี้ยวสนุกและได้ประโยชน์แบบสองทางค่ะ คือยังมีแป้งที่ช่วยเคลือบกระเพาะอยู่บ้าง แต่ก็เริ่มมีน้ำตาลธรรมชาติที่ให้พลังงานแก่ร่างกายแล้ว กล้วยห่ามช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายได้ดีเยี่ยมค่ะ สำหรับใครที่ธาตุอ่อนหรือท้องเสียง่าย การทานกล้วยระยะนี้จะช่วยเพิ่มกากใยและทำให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดอาการบวมน้ำและช่วยควบคุมความดันโลหิตให้คงที่ เหมาะมากสำหรับทานเป็นของว่างก่อนออกกำลังกายเพราะให้พลังงานที่ค่อยๆ ปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอค่ะ
เมื่อกล้วยสุกเต็มที่ แป้งส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอย่างฟรุกโทสและกลูโคส ซึ่งร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันทีค่ะ ในระยะนี้กล้วยจะมีสารเพกติน (Pectin) สูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นใยอาหารละลายน้ำที่ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระและทำให้อุจจาระนิ่มลง ใครที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง ขับถ่ายยาก แนะนำให้ทานกล้วยน้ำว้าสุกวันละ 1-2 ลูกตอนเช้าหลังตื่นนอนค่ะ จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานคล่องตัวขึ้นเยอะเลย นอกจากนี้กล้วยสุกยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใสด้วยนะคะ
หลายคนอาจจะหยิบกล้วยที่มีจุดดำๆ ทิ้งเพราะดูไม่น่ากิน แต่นั่นคือขุมทรัพย์เลยค่ะ เพราะจุดดำบนเปลือกกล้วยคือสัญญาณบอกว่ากล้วยลูกนั้นมีสารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว หรือที่เรียกว่า TNF (Tumor Necrosis Factor) ซึ่งมีส่วนช่วยในการต้านเซลล์ที่ผิดปกติและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงค่ะ กล้วยสุกงอมจะย่อยง่ายที่สุดในบรรดาทุกระยะ เหมาะสำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีระบบย่อยอาหารไม่แข็งแรง แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นเบาหวานอาจจะต้องระวังระยะนี้เป็นพิเศษหน่อยนะคะเพราะน้ำตาลจะค่อนข้างสูงค่ะ
เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด ลองปรับการทานตามช่วงเวลาแบบนี้ดูนะคะ
① ช่วงเช้า: ทานกล้วยสุก 1-2 ลูกคู่กับน้ำเปล่า ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและเติมพลังงานสมองให้พร้อมทำงาน
② ช่วงบ่าย: หากเริ่มรู้สึกเพลียหรือสมองล้า กล้วยน้ำว้าช่วยเติมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล ลดอาการหิวจุกจิกได้ดีกว่าขนมหวานค่ะ
③ ก่อนนอน: สำหรับใครที่นอนหลับยาก ลองทานกล้วยน้ำว้าสักลูกก่อนนอนค่ะ เพราะมีกรดอะมิโนทริปโตเฟนที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและหลับสบายยิ่งขึ้นค่ะ
การดูแลสุขภาพเริ่มได้ง่ายๆ จากของใกล้ตัวอย่างกล้วยน้ำว้านี่เองค่ะ ลองสังเกตอาการของตัวเองดูนะคะว่าช่วงนี้ร่างกายต้องการความช่วยเหลือด้านไหน แล้วเลือกทานกล้วยในระดับความสุกที่เหมาะสมดูค่ะ แต่อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญคือการกินอาหารให้หลากหลายและพอเหมาะ ไม่ควรทานกล้วยมากเกินไปจนละเลยอาหารกลุ่มอื่นนะคะ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลที่สุดค่ะ
.
ที่มา Bluzone