เคยสังเกตตัวเองไหมว่า ในหนึ่งวันเราหมดเวลาไปกับการ “นั่ง” นานแค่ไหน? ตื่นมานั่งกินข้าว นั่งขับรถไปทำงาน ไปถึงออฟฟิศก็นั่งหน้าจอคอมพ์ยาวๆ ตกเย็นนั่งดูซีรีส์ หรือไถมือถือบนโซฟา รวมๆ แล้ววันหนึ่งเราอาจจะจมอยู่กับเก้าอี้ไม่ต่ำกว่า 8 ถึง 12 ชั่วโมง
เราอาจจะคิดว่า การนั่งพักผ่อนคือความสบาย คือการให้รางวัลตัวเองหลังจากเหน็ดเหนื่อย แต่รู้ไหมว่า มีคำพูดเตือนใจที่เจ็บแต่จริงมากๆ ประโยคหนึ่งบอกว่า
“ถ้าเอาแต่นั่งติดโต๊ะติดเก้าอี้ ต่อไปอาจจะได้นอนติดเตียง”
ฟังดูอาจจะน่ากลัว แต่มันคือความจริงที่วิทยาศาสตร์และการแพทย์ยุคนี้ออกมาย้ำเตือนกันบ่อยขึ้น การนั่งนิ่งๆ นานเกินไป (Sedentary Lifestyle) เปรียบเสมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ กัดเซาะร่างกายเราทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
* เบื้องหลังความสบาย: ร่างกายเกิดอะไรขึ้นบ้างเวลาเรา “นั่งยาว”?
พอเราหย่อนก้นลงนั่งปุ๊บ ระบบต่างๆ ในร่างกายจะเริ่ม “จำศีล” ทันทีแบบไม่ทันตั้งตัว
เตาระบบเผาผลาญปิดทำการ: ทันทีที่เรานั่งติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง เอนไซม์ที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายจะลดฮวบลงทันที แปลว่าไขมันที่เรากินเข้าไป จะถูกเก็บสะสมได้ง่ายขึ้นแบบคูณสอง
กล้ามเนื้อแอบหลับ: กล้ามเนื้อส่วนสำคัญ โดยเฉพาะก้น ต้นขา และแกนกลางลำตัว จะเริ่ม “ลืมหน้าที่” และอ่อนแรงลง ปล่อยให้กระดูกสันหลังและหลังส่วนล่างต้องมารับน้ำหนักแทน ผลลัพธ์ก็คือ อาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ที่ชาวออฟฟิศคุ้นเคยกันดี
เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก:
การนั่งทับเส้นเลือดเป็นเวลานานทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ไม่ดี หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง และกลุ่มโรคเรื้อรัง (NCDs) ตามมาเป็นพรวน
* เก้าอี้ทำงาน VS เตียงคนไข้
เก้าอี้ทำงานตัวโปรด หรือโซฟาหนานุ่มที่เราเอนกายพักผ่อน อาจจะให้ความสบายในวันนี้ แต่มันอาจจะกลายเป็นทางผ่านไปสู่เตียงผู้ป่วยในอนาคต หากเรายังใช้ชีวิตแบบ “ติดเก้าอี้” ต่อไปเรื่อยๆ
โรคอย่างหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง หรือแม้แต่ภาวะกล้ามเนื้อลีบในอนาคต ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่เราขยับร่างกายน้อยเกินไปทั้งสิ้น
* ทางออกง่ายๆ: ขยับสักนิด ชีวิตเปลี่ยน
ข่าวดีคือ เราไม่ต้องถึงกับลาออกจากงานแล้วไปเดินป่าเพื่อแก้ปัญหานี้ เราสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเลย ยกตัวอย่างเช่น
ตั้งนาฬิกาปลุกเตือนใจ:
ทุกๆ 30 ถึง 60 นาที ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ เดินไปหยิบน้ำ หรือเดินยืดเส้นยืดสายสัก 1-2 นาทีก็ยังดี
เปลี่ยนวิธีกิน-วิธีคุย: ลองเปลี่ยนจากการนั่งประชุมนานๆ เป็นการเดินคุยงาน (Walk & Talk) หรือลุกขึ้นยืนคุยโทรศัพท์บ้าง
เพิ่มขยับระหว่างวัน: ใช้กฎง่ายๆ เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือลุกขึ้นทำความสะอาดบ้าน ล้างจาน เพื่อให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อน
ออกกำลังกายแบบฉบับคนเวลาน้อย: หาเวลาสัก 15-20 นาทีต่อวันในการเวทเบาๆ หรือเดินเร็ว เพื่อปลุกกล้ามเนื้อให้ตื่นตัว
จำไว้ว่า “ความเหนื่อยจากการขยับตัว” ในวันนี้ ดีกว่า “ความเจ็บปวดจากการนอนติดเตียง” ในวันหน้าแน่นอน
ที่มา :
https://mgronline.com/goodhealth/detail/9690000089185?tbref=hp
จากติดโต๊ะ สู่ติดเตียง! เมื่อความสบายของเก้าอี้ กำลังพรากสุขภาพเราไปทีละน้อย
เคยสังเกตตัวเองไหมว่า ในหนึ่งวันเราหมดเวลาไปกับการ “นั่ง” นานแค่ไหน? ตื่นมานั่งกินข้าว นั่งขับรถไปทำงาน ไปถึงออฟฟิศก็นั่งหน้าจอคอมพ์ยาวๆ ตกเย็นนั่งดูซีรีส์ หรือไถมือถือบนโซฟา รวมๆ แล้ววันหนึ่งเราอาจจะจมอยู่กับเก้าอี้ไม่ต่ำกว่า 8 ถึง 12 ชั่วโมง
เราอาจจะคิดว่า การนั่งพักผ่อนคือความสบาย คือการให้รางวัลตัวเองหลังจากเหน็ดเหนื่อย แต่รู้ไหมว่า มีคำพูดเตือนใจที่เจ็บแต่จริงมากๆ ประโยคหนึ่งบอกว่า “ถ้าเอาแต่นั่งติดโต๊ะติดเก้าอี้ ต่อไปอาจจะได้นอนติดเตียง”
ฟังดูอาจจะน่ากลัว แต่มันคือความจริงที่วิทยาศาสตร์และการแพทย์ยุคนี้ออกมาย้ำเตือนกันบ่อยขึ้น การนั่งนิ่งๆ นานเกินไป (Sedentary Lifestyle) เปรียบเสมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ กัดเซาะร่างกายเราทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
* เบื้องหลังความสบาย: ร่างกายเกิดอะไรขึ้นบ้างเวลาเรา “นั่งยาว”?
พอเราหย่อนก้นลงนั่งปุ๊บ ระบบต่างๆ ในร่างกายจะเริ่ม “จำศีล” ทันทีแบบไม่ทันตั้งตัว
เตาระบบเผาผลาญปิดทำการ: ทันทีที่เรานั่งติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง เอนไซม์ที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายจะลดฮวบลงทันที แปลว่าไขมันที่เรากินเข้าไป จะถูกเก็บสะสมได้ง่ายขึ้นแบบคูณสอง
กล้ามเนื้อแอบหลับ: กล้ามเนื้อส่วนสำคัญ โดยเฉพาะก้น ต้นขา และแกนกลางลำตัว จะเริ่ม “ลืมหน้าที่” และอ่อนแรงลง ปล่อยให้กระดูกสันหลังและหลังส่วนล่างต้องมารับน้ำหนักแทน ผลลัพธ์ก็คือ อาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ที่ชาวออฟฟิศคุ้นเคยกันดี
เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก:
การนั่งทับเส้นเลือดเป็นเวลานานทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ไม่ดี หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือด โรคอ้วนลงพุง และกลุ่มโรคเรื้อรัง (NCDs) ตามมาเป็นพรวน* เก้าอี้ทำงาน VS เตียงคนไข้
เก้าอี้ทำงานตัวโปรด หรือโซฟาหนานุ่มที่เราเอนกายพักผ่อน อาจจะให้ความสบายในวันนี้ แต่มันอาจจะกลายเป็นทางผ่านไปสู่เตียงผู้ป่วยในอนาคต หากเรายังใช้ชีวิตแบบ “ติดเก้าอี้” ต่อไปเรื่อยๆ
โรคอย่างหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง หรือแม้แต่ภาวะกล้ามเนื้อลีบในอนาคต ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่เราขยับร่างกายน้อยเกินไปทั้งสิ้น
* ทางออกง่ายๆ: ขยับสักนิด ชีวิตเปลี่ยน
ข่าวดีคือ เราไม่ต้องถึงกับลาออกจากงานแล้วไปเดินป่าเพื่อแก้ปัญหานี้ เราสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเลย ยกตัวอย่างเช่น
ตั้งนาฬิกาปลุกเตือนใจ:
ทุกๆ 30 ถึง 60 นาที ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ เดินไปหยิบน้ำ หรือเดินยืดเส้นยืดสายสัก 1-2 นาทีก็ยังดี
เปลี่ยนวิธีกิน-วิธีคุย: ลองเปลี่ยนจากการนั่งประชุมนานๆ เป็นการเดินคุยงาน (Walk & Talk) หรือลุกขึ้นยืนคุยโทรศัพท์บ้าง
เพิ่มขยับระหว่างวัน: ใช้กฎง่ายๆ เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือลุกขึ้นทำความสะอาดบ้าน ล้างจาน เพื่อให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อน
ออกกำลังกายแบบฉบับคนเวลาน้อย: หาเวลาสัก 15-20 นาทีต่อวันในการเวทเบาๆ หรือเดินเร็ว เพื่อปลุกกล้ามเนื้อให้ตื่นตัว
จำไว้ว่า “ความเหนื่อยจากการขยับตัว” ในวันนี้ ดีกว่า “ความเจ็บปวดจากการนอนติดเตียง” ในวันหน้าแน่นอน
ที่มา : https://mgronline.com/goodhealth/detail/9690000089185?tbref=hp