เช็กระดับความรุนแรงของโลหิตจาง! แค่ไหนเริ่มอันตราย!



หลายคนตรวจสุขภาพแล้วเห็นค่า Hb หรือ Hemoglobin ต่ำ ก็เริ่มตกใจครับ
“ซีดแค่ไหนถึงเรียกโลหิตจาง?”
“ถ้า Hb เหลือ 10 ยังไหวไหม?”
“เหลือ 8 ต้องนอนโรงพยาบาลหรือยัง?”
“แล้วต่ำแค่ไหนถึงอันตรายกับหัวใจ?”
เรื่องนี้ผมอยากให้ดูมากกว่าเลขเดียวครับ
เพราะ โลหิตจางไม่ได้วัดความรุนแรงจาก Hb อย่างเดียว
ต้องดูด้วยว่า
ลดเร็วหรือค่อย ๆ ลด
มีเลือดออกอยู่ไหม
มีโรคหัวใจหรือปอดร่วมไหม
อายุเท่าไร
มีอาการเหนื่อย ใจสั่น หน้ามืด หรือเจ็บหน้าอกหรือเปล่า
บางคน Hb 9 แต่ค่อย ๆ ลดมานาน ยังเดินคุยได้ค่อนข้างปกติ
อีกคน Hb 10 แต่เพิ่งเสียเลือดเร็ว ๆ จากทางเดินอาหาร กลับหน้ามืด ความดันตก และอันตรายกว่าครับ

ดังนั้นวันนี้ผมจะพาดูทั้ง “ตัวเลข” และ “อาการ” ว่าแค่ไหนควรเริ่มจริงจัง
1. ก่อนอื่น Hb เท่าไรถึงเรียกว่า “โลหิตจาง”?
Hb หรือ Hemoglobin คือโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ขนออกซิเจนครับ
โดยทั่วไป ในผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ เรามักเริ่มเรียกว่าโลหิตจางเมื่อ
ผู้หญิง Hb ต่ำกว่า 12 g/dL
ผู้ชาย Hb ต่ำกว่า 13 g/dL
แต่ตรงนี้เป็นเกณฑ์กว้าง ๆ ครับ
คนตั้งครรภ์ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคบางอย่าง อาจใช้บริบทต่างออกไป
อีกอย่างคืออย่าดูแค่ตัว Hb อย่างเดียว
ต้องดูค่า Hematocrit, จำนวนเม็ดเลือดแดง และขนาดเม็ดเลือดแดง หรือ MCV ร่วมด้วย เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยบอกว่าสาเหตุของความซีดน่าจะไปทางไหนครับ

2. Hb ประมาณ 10–12 ถือว่า “ซีดเล็กน้อย” แต่ไม่ควรปล่อยถ้าเป็นต่อเนื่อง
ช่วงนี้หลายคนยังไม่มีอาการชัดครับ
บางคนแค่รู้สึกว่า
เหนื่อยง่ายกว่าเดิม
ขึ้นบันไดแล้วหอบเร็ว
ใจเต้นแรงตอนออกแรง
หน้าซีด
มือเท้าเย็น
หรือสมาธิลดลง
ปัญหาคือพออาการไม่แรง หลายคนเลยคิดว่า
“เดี๋ยวกินวิตามินเองก็ได้”
แต่ความสำคัญจริง ๆ อยู่ที่ว่า ซีดจากอะไร
ถ้าเป็นผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาก อาจขาดธาตุเหล็ก
ถ้าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน แล้วมีภาวะขาดธาตุเหล็ก ต้องคิดเรื่องการเสียเลือดในทางเดินอาหารมากขึ้นครับ
บางคนซีดจากโรคไต
บางคนจากธาลัสซีเมีย
บางคนจากการขาดวิตามินบี 12 หรือโฟเลต
บางคนจากการอักเสบเรื้อรัง
ดังนั้น Hb ลดเล็กน้อยแต่เป็นซ้ำทุกปี ก็ไม่ควรตอบตัวเองว่า “คงซีดธรรมดา” ครับ

3. Hb ประมาณ 8–10 เริ่มเป็น “โลหิตจางระดับปานกลาง” และอาการจะชัดขึ้นในหลายคน
พอ Hb ลงมาช่วงนี้ ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อส่งออกซิเจนไปให้เนื้อเยื่อครับ
หัวใจอาจเต้นเร็วขึ้น
หายใจเร็วขึ้น
เหนื่อยง่าย
ออกแรงได้น้อย
เวียนหัว
อ่อนเพลีย
บางคนจากเดิมเดินขึ้นชั้นสองสบาย ๆ เริ่มต้องหยุดพัก
เพราะออกซิเจนที่ขนไปพร้อมเลือดลดลง ร่างกายจึงต้องชดเชยด้วยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
ถ้ามีโรคหัวใจหรือโรคปอดอยู่แล้ว คนกลุ่มนี้อาจมีอาการมากกว่าคนทั่วไปแม้ Hb เท่ากันครับ
ดังนั้นช่วง Hb 8–10 ผมจะเริ่มอยากรู้แล้วว่า
ลดมาจากเท่าไร
ลดเร็วไหม
มีเลือดออกหรือไม่
หัวใจเต้นเร็วไหม
และต้นเหตุคืออะไร

4. Hb ต่ำกว่า 8 ถือว่าซีดมาก ต้องจริงจังขึ้น
ถ้า Hb ต่ำกว่า 8 g/dL โดยทั่วไปถือว่าเป็นโลหิตจางระดับรุนแรงครับ
อาการที่เจอได้คือ
เหนื่อยมาก
ใจสั่น
หอบง่าย
หน้ามืด
วิงเวียน
อ่อนแรง
ออกแรงนิดเดียวก็ไม่ไหว
โดยเฉพาะคนสูงอายุหรือมีโรคหัวใจ อาจเริ่มมีเจ็บหน้าอกหรือภาวะหัวใจทำงานหนักขึ้น
ตรงนี้ไม่ควรแก้ด้วยการซื้อธาตุเหล็กมากินเองก่อนแล้วรอเป็นเดือนครับ
ต้องรู้สาเหตุและประเมินว่าจำเป็นต้องรักษาเร็วแค่ไหน
เพราะถ้า Hb ต่ำมากจากเลือดออกที่ยังดำเนินอยู่ การเติมธาตุเหล็กอย่างเดียวไม่พอแน่นอนครับ

5. Hb ต่ำกว่า 7 ยิ่งต้องประเมินเรื่องการให้เลือด แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องให้ทันที
หลายคนจำตัวเลข 7 แล้วคิดว่า
“ต่ำกว่า 7 ต้องให้เลือดทุกคน”
จริง ๆ ไม่ได้ตรงขนาดนั้นครับ
ในคนที่อาการคงที่ ไม่มีเลือดออกต่อเนื่อง และไม่มีโรคหัวใจรุนแรง แพทย์จำนวนมากจะใช้ประมาณ Hb 7 g/dL เป็นหนึ่งในจุดที่เริ่มพิจารณาการให้เลือด
แต่การตัดสินใจจริงต้องดูอาการร่วมครับ
ถ้ามี
เจ็บหน้าอก
หอบมาก
เป็นลม
ความดันตก
หัวใจเต้นเร็วมาก
เลือดออกต่อเนื่อง
ต่อให้ Hb ยังไม่ถึง 7 ก็อาจต้องจัดการเร่งด่วน
ในทางกลับกัน คนที่ Hb ต่ำเรื้อรังแต่ร่างกายปรับตัวมานาน อาจไม่ได้ต้องให้เลือดทันทีทุกคน
ดังนั้น การให้เลือดรักษาคน ไม่ได้รักษาตัวเลขอย่างเดียวครับ

6. อันตรายจริง ๆ คือ “ลดเร็ว” มากกว่าเลขต่ำอย่างเดียว
ข้อนี้สำคัญมากครับ
สมมติสองคน Hb เท่ากันที่ 9
คนแรกค่อย ๆ ลดจาก 11 มา 9 ในหลายเดือน
อีกคนเมื่อวาน 13 วันนี้เหลือ 9 เพราะมีเลือดออก
ความหมายต่างกันมากครับ
คนที่เสียเลือดเร็ว ร่างกายยังไม่มีเวลาปรับตัว ปริมาณเลือดหมุนเวียนอาจลดลงพร้อมกัน ทำให้ความดันตก หัวใจเต้นเร็ว หน้ามืด หรือช็อกได้
ดังนั้นเวลาเห็น Hb ต่ำ ต้องถามเสมอว่า
“ต่ำมานานแล้ว หรือเพิ่งตก?”
ประวัติถ่ายดำ อาเจียนเป็นเลือด ประจำเดือนมากผิดปกติ เลือดออกหลังผ่าตัด หรืออุบัติเหตุ มีความหมายมากครับ

7. ถ้าซีด อย่ารีบสรุปว่า “ขาดธาตุเหล็ก”
อันนี้เป็นจุดที่คนพลาดกันเยอะครับ
โลหิตจางมีหลายสาเหตุ
ถ้าขนาดเม็ดเลือดแดงเล็ก อาจเป็นจากขาดธาตุเหล็กหรือธาลัสซีเมีย
ถ้าขนาดเม็ดเลือดแดงใหญ่ อาจเกี่ยวกับวิตามินบี 12 โฟเลต ยาบางชนิด ตับ หรือไทรอยด์
ถ้าขนาดปกติ อาจมาจากโรคไต การอักเสบเรื้อรัง การเสียเลือดระยะแรก หรือโรคไขกระดูกบางชนิดได้
การตรวจต่อจึงอาจต้องดู
Ferritin หรือแหล่งเก็บธาตุเหล็ก
ค่าเหล็กและการจับเหล็ก
MCV
Reticulocyte หรือเม็ดเลือดแดงอ่อน
วิตามิน B12
โฟเลต
ค่าไต
และบางกรณีตรวจอุจจาระหรือส่องกล้องหาจุดเสียเลือด
เพราะถ้าซีดจากธาลัสซีเมีย แต่กินธาตุเหล็กทั้งที่ไม่ได้ขาด ก็ไม่ได้ช่วยครับ

แล้วระดับไหนควรไปโรงพยาบาลเร็ว?เพี้ยนปักหมุด
อย่ารอแต่ดู Hb ครับ ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรประเมินเร็ว
• หอบมากแม้นั่งเฉย ๆ
• เจ็บหรือแน่นหน้าอก
• หน้ามืด เป็นลม หรือเกือบหมดสติ
• ใจเต้นเร็วมากผิดปกติ
• ความดันต่ำ ตัวเย็น เหงื่อออกมาก
• อาเจียนเป็นเลือด
• ถ่ายดำหรือมีเลือดออกมาก
• ประจำเดือนออกมากจนเวียนหัวหรืออ่อนแรงชัด
• ซีดลงเร็วร่วมกับอ่อนเพลียมาก
โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว ต้องระวังมากขึ้น เพราะหัวใจอาจทนต่อการขาดออกซิเจนได้น้อยกว่าคนทั่วไปครับ

ถ้าตรวจเจอโลหิตจาง ผมอยากให้เช็ก 5 เรื่องนี้เพี้ยนปักหมุด
• Hb ต่ำแค่ไหน และต่ำจากเดิมเร็วแค่ไหน
• MCV เป็นเม็ดเลือดแดงเล็ก ปกติ หรือใหญ่
• Ferritin และภาวะขาดธาตุเหล็กมีจริงหรือไม่
• มีแหล่งเสียเลือดหรือไม่ เช่น ประจำเดือน ทางเดินอาหาร หรือเลือดออกเรื้อรัง
• มีโรคไต การอักเสบ ธาลัสซีเมีย หรือการขาดวิตามินร่วมไหม
แค่ 5 เรื่องนี้ก็ช่วยแยกสาเหตุได้มากกว่าการมอง Hb ตัวเดียวแล้วซื้อวิตามินมากินเองครับ

ถ้าจะจำแบบง่าย ๆ
Hb ต่ำกว่า 12 ในผู้หญิง หรือ 13 ในผู้ชาย เริ่มเข้าข่ายโลหิตจาง
ประมาณ 8–10 เริ่มเป็นระดับปานกลางและอาการมักชัดขึ้น
ต่ำกว่า 8 ถือว่ารุนแรงและควรหาสาเหตุจริงจัง
ใกล้หรือต่ำกว่า 7 มักเป็นระดับที่ต้องประเมินเรื่องการให้เลือดตามอาการและบริบท
แต่ตัวเลขไม่ใช่ทุกอย่างครับ
คน Hb 10 ที่กำลังเสียเลือดและความดันตก อาจอันตรายกว่าคน Hb 8 ที่เป็นเรื้อรังและคงที่

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
ซีดแค่ไหน
ซีดเร็วไหม
มีอาการอะไร
แล้วต้นเหตุอยู่ตรงไหน
เพราะการรักษาโลหิตจางที่ดีไม่ใช่ทำให้ Hb สูงขึ้นอย่างเดียว
แต่ต้องหาว่า เลือดหายไปไหน หรือร่างกายสร้างเลือดไม่ได้เพราะอะไร แล้วแก้ให้ตรงจุดครับ

Cr. FBหมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่